ตอนที่ 3050
บทที่ 1108.2 บ้านอยู่ในภูเขาลูกนี้
October 21, 2026
ครั้งนี้คนที่มารับแขกที่ท่าเรือยังคงไม่ใช่เฉินผิงอันที่ยังอยู่ใน สภาวะปิ ดด่าน แต่เป็ นผู้คุมกฏฉางมิ่งและเฉวียนฝู่ เหวยเหวินหลง แน่นอนว่ายังมีเผยเฉียนด้วยอีกคน
ส่งแขกจากแผ่นดินกลางกลุ่มนี้ไปพักที่เรือนส่วนตัวในภูเขาลั่ว พั่ว
บนยอดเขาของไพศาลมีเรื่องราวอยู่มากมาย เล่าลือกันว่าตอนที่ อวี๋เสวียนยังหนุ่มบางทีอาจจะเคยเจอกับเรื่องยากลาบากจากฝีมือ ของผู้ฝึกกระบี่มาก่อน ทุกครั้งก่อนจะลงจากภูเขาไปหาประสบการณ์ จึงจาเป็ นต้องเตรียมยันต์กักกระบี่ไว้ล่วงหน้าหลายร ้อยแผ่น
ภายหลังพิสูจน์มรรคาเป็ นบินทะยาน หากว่ามีลูกศิษย์ผู้สืบทอด ได้ออกไปหาประสบการณ์ อวี๋เสวียนก็ยังไม่ลืมเรียกอีกฝ่ ายมาถาม ต่อหน้าว่าต้องการยันต์กักกระบี่ปึกหนึ่งไว้ติดกายหรือไม่ ที่อาจารย์ ยังเหลืออยู่อีกเยอะ
ได้ยินว่าเจ้าขุนเขาเฉินก าลังปิดด่าน นักพรตพวกนี้ก็ไม่รู ้สึกขุ่น ข้องหมองใจแม้แต่น้อยผู้ที่ฝึกบาเพ็ญตน จานวนวันที่ปิดด่านอาจ นานหลายเดือนหรือถึงขั้นหลายปี นี่เป็ นเรื่องที่ปกติอย่างมากแล้ว
การปิดด่านครั้งสุดท้ายของตัวเซวียเทียจวินเองก็นานถึงสี่สิบปี นั่นยังไม่ใช่เพื่อการฝ่ าทะลุขอบเขตอะไรอีกด้วย แค่เพื่อต้องการ ตรวจสอบยันต์สามแผ่นเท่านั้น
และการเดินทางมาในครั้งนี้ อาจารย์ก็ได้บอกกล่าวกับเขาอย่าง ชัดเจนแล้วว่าไม่ว่าต้องใช ้เวลานานหรือสั้น ก็ให้อยู่ที่ภูเขาลั่วพั่วของ สหายเฉินให้นานสักหน่อย พวกเจ้าอยู่ได้นานกี่วันก็ให้นานเท่านั้น หากยินดีจะฝึกตนอยู่ที่นั่นเป็ นเวลานานก็ยิ่งดี
ไปถึงตรงซุ้มป้ ายหน้าประตูภูเขา เด็กชายผมขาวก็จดชื่อตาม กฎ เซียนเว่ยคนเฝ้ าประตูเห็นนักพรตตัวจริงที่มีกลิ่นอายเซียน ล่องลอยกลุ่มนี้ก็รู ้สึกละอายใจที่สู้ไม่ได้อยู่บ้าง
ในอาณาเขตของฉู่โจว ภูเขาเขียวเหมือนหนังสือที่วางทับซ ้อน กันอย่างเป็ นระเบียบส่วนภูเขาสูงก็สูงทัดเทียมกับแผ่นฟ้ า ภูเขาลึก ซ่อนจิตวิญญาณ แขกผู้มาเยือนจับกลุ่มกันเดินเล่นยามเช ้าตรู่ ไอ หมอกผุดลอยขึ้นระหว่างภูเขา ล้อมวนอยู่เหนือพื้นดิน ลมเย็นพัด โชยใต้รักแร ้ ดังทาให้ข้าเลื่อนขั้นกลายเป็ นเซียน ทันใดนั้นก็ได้เจอ เด็กสองคนบนเส้นทาง คนหนึ่งชุดเขียว คนหนึ่งชุดดา สีสันงดงาม
เฉินหลิงจวินที่มาเดินลาดตระเวนภูเขาเป็ นเพื่อนหมี่ลี่น้อยสอด สองมือรองไว้ใต้ท้ายทอย โคลงศีรษะไปมา “หมี่ลี่น้อยอ่า ทาไมเจ้าถึง ได้มีความสุขแบบนี้ทุกวันเลยล่ะ”
หมี่ลี่น้อยตบกระเป๋ าผ้าฝ้ ายเบาๆ ต่อให้รอบกายจะไม่มีใครอยู่ ด้วยก็ยังกดเสียงลงต่าเอ่ยว่า “ข้ามีเงินไงล่ะ”
สัมผัสได้ถึงความเคลื่อนไหวจากจุดที่ห่างไปไกล เฉินหลิงจวินก็ ใช ้เสียงในใจเอ่ยเตือน “อย่าเพิ่งคุยกัน มีแขกมาเยือน เจ้าไปเดินข้าง หลังข้า”
โดยทั่วไปแล้วแขกที่ขึ้นมาบนภูเขาได้ ล้วนรับประกันทั้งเรื่อง ตบะและนิสัยใจคอ แต่ไม่อาจรับรองได้ว่าใครจะทาให้หมี่ลี่น้อยที่ไม่ ใจกล้ามากพอตกใจได้
แล้วนับประสาอะไรกับที่ญาติมิตรในหมู่ชาวบ้านล่างภูเขาก็ยัง ตะโกนพูดกันข้ามภูเขาได้เลย
หากจะบอกว่าเฉินหลิงจวินฉลาดหรือไม่ฉลาด บอกได้ยากมาก แต่หากจะบอกว่าเฉินหลิงจวินไม่มีประสบการณ์ในยุทธภพ ต ารา “รวมเล่มคนผ่านทาง” เล่มนั้นเขียนไปอย่างเสียเปล่าหรือ?
หมี่ลี่น้อยพยักหน้ารับแรงๆ เดินย่องเบาๆ ไปอยู่ด้านหลังจิ่งชิง
“เซียนกระบี่เฉินผู้นั้นอายุน้อยเหลือเกิน จะเป็ นมนุษย์ที่ถูกมอง เป็ นเทพเจ้าหรือไม่?”
“อาจารย์อาติง นักพรตอย่างพวกเราบุกโจมตีอย่างแข็งแกร่งจะ สามารถเอาชนะจิตมารได้จริงหรือ?”
“บรรพจารย์ให้พวกเราเดินทางมาที่นี่ เพราะตั้งใจจะทาอะไร? เซ วียเทียนจวินก็ไม่พูดอะไรแม้แต่ครึ่งคา จะปล่อยให้แต่ละวันเสียเปล่า ไปแบบนี้หรือ? ต่อให้ทัศนียภาพในภูเขาจะงดงามแค่ไหน เดินชม รอบสองรอบก็ไม่มีความแปลกใหม่อะไรแล้ว”
แขกที่กาลังเดินเล่นกลุ่มนั้นพูดคุยกันมาตลอดทาง เพียงแต่ใช ้ วิธีการของยันต์ที่สืบทอดกันมาอย่างลับๆ จึงไม่กลัวว่าก าแพงจะมีหู ไม่ได้สงสัยในภูเขาลั่วพั่ว แต่ถึงอย่างไรเมื่อใช ้วิธีการเช่นนี้ก็สามารถ ทาตัวตามสบายได้มากหน่อย ทั้งสองฝ่ายเดินขยับเข้ามาใกล้กันแล้ว พวกเขาก็พากันหยุดเดิน ก้มหัวคารวะเด็กทั้งสองตามขนบลัทธิเต๋า พอถามถึงได้รู ้สถานะของอีกฝ่ าย เด็กชายชุดเขียวมีฉายาว่าจิ่งชิง คือผู้ฝึกตนทาเนียบของภูเขาลั่วพั่ว พออีกฝ่ ายได้ยินว่าพวกเขามา จากสานักเบื้องล่างภูเขาเถาฝูก็มีสีหน้าเหยเกทันใด
แม่นางน้อยชุดดาท่าทางประหลาดคนนั้นแบกคานหาบสีทองไว้ บนไหล่ ในมือถือไม้เท้าไผ่เขียว บอกว่าตัวเองชื่อโจวหมี่ลี่ นางไม่ได้ บอกกล่าวสถานะ เพียงแค่ก าเชือกของกระเป๋ าผ้าฝ้ ายไว้แน่น อด ตื่นเต้นอย่างห้ามไม่ได้
เฉินหลิงจวินโอภาปราศรัยกับพวกเขาอยู่สองสามประโยค รับรองแขกได้อย่างเหมาะสม
นักพรตกลุ่มนี้ต่างก็มีประวัติความเป็ นมากันทั้งนั้น
ภูเขาเถาฝูปฐมสานักสานักดั้งเดิม บรรพจารย์เปิดภูเขาคืออวี๋เส วียน พื้นที่ประกอบพิธีกรรมตั้งอยู่บนยอดเขาเถียนจินซึ่งเป็ นภูเขา บรรพบุรุษ
สานักเบื้องบนมีชื่อว่าภูเขาอวี่ฮว่า เกิดจากการทับซ ้อนกันของ ยันต์หลายล้านแผ่นจนกลายเป็ นภูเขา ว่ากันว่าเมื่อร ้อยปีก่อนก็สะสม ยันต์ได้มากถึงเก้าล้านกว่าแผ่น เกือบจะถึงสิบล้านแล้ว
สานักเบื้องล่างสามแห่งได้แก่ตาหนักเฟยเซียน มีคาเรียกขานที่ งดงามว่าดินแดนไท่ชิง ถูกขนานนามว่าเป็ นเมืองหลวงของเทพเซียน มีอารามอยู่ทั่วทุกหนแห่ง เกาเจินก็มีมากมายหลายคน นักพรตของ สานักอื่นที่มาฝึกหลอมลมปราณกลายเป็ นเซียนอยู่ที่นี่มีต่อเนื่องไม่ ขาดรุ่น
้