ตอนที่ 3086
บทที่ 1116.3 ภูเขาและทะเลเคลื่อนไหวอย่างน่าอัศจรรย์
October 21, 2026
บทที่ 1116.3 ภูเขาและทะเลเคลื่อนไหวอย่างน่าอัศจรรย์ เฉินชิงหลิวยังคงเอาสองมือไพล่หลัง สีหน้าเป็นปกติ เพียงแต่ว่าในดวงตามีแววดูแคลนเพิ่มขึ้นมาหลายส่วน ยกเท้าข้างหนึ่งเหยียบลงบนธรณีประตู จุ๊ปากเอ่ย “แข็งแกร่งกว่าปีนั้นเล็กน้อย แค่หลบซ่อนตัว ไม่ได้หนีไปไหน”
มังกรยักษ์สีขาวหิมะชูหัวที่สูงชันขึ้นมา ทว่าเพียงแค่การกระทำที่เล็กน้อยนี้กลับเหมือนได้เผาผลาญพลังใจและตบะของมันไปจนหมดสิ้น
นางจ้องเขม็งไปที่… เพชฌฆาต คนนั้น!
แค้นเลือดลึกล้ำดุจมหาสมุทรก็หนีไม่พ้นเช่นนี้เอง
เฉินชิงหลิวยิ้มบางๆ “สิ้นหวังมากเลยใช่ไหม เป็นขอบเขตสิบสี่แล้ว แต่พอได้เจอข้ากลับค้นพบว่าแม้กระทั่งตัวเองจะเงยหน้าขึ้นก็ยังยากลำบากถึงเพียงนี้? ความหวังน้อยนิดเลือนรางสลายหายไปแล้ว ก็น่าจะเป็นความสิ้นหวังที่แท้จริงแล้ว”
หวังจูพอจะรักษาจิตวิญญาณที่แท้จริงเสี้ยวหนึ่งไว้ได้อย่างพร่าเลือน นางเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เจ้าฆ่าข้า เจ้าก็ต้องขอบเขตถดถอย!”
กฎของ ศาลปราชญ์? ถูกลิขิตมาแล้วว่ามิอาจขัดขวางคนพิฆาตมังกรผู้นี้ได้ อีกทั้งหวังจูก็ไม่มีทางส่ายหางขอความสงสารจาก ศาลปราชญ์ เด็ดขาด
เฉินชิงหลิวหัวเราะหยัน “วิถีทางโลกในทุกวันนี้ไม่เหมือนในอดีต ขาดมังกรที่แท้จริงหรือ? สังหารหวังจูไปคนหนึ่งก็ย่อมมีมังกรตัวที่สองมาชดเชยตำแหน่ง มีเรื่องให้ต้องทำกันแล้ว”
ศึกพิฆาตมังกรเมื่อสามพันปีก่อน ฆ่าล้างจนใต้หล้าไม่เหลือมังกรที่แท้จริง ถ้ำสวรรค์หลีจูถูกสร้างขึ้นมาจากความว่างเปล่า
เฉินชิงหลิวถอนตัวออกไปได้สำเร็จ นับแต่นั้นก็หายสาบสูญ ทว่าต่อให้เขาจะไม่ได้ปรากฏตัวอีก สามพันปีที่ผ่านมา บนโลกมนุษย์ก็ยังไม่มีเผ่าพันธุ์มังกรตัวใดที่กล้าข้ามผ่านบ่อสายฟ้าไปแม้แต่ครึ่งก้าว บนโลกมนุษย์ก็ยังไม่มีเผ่าพันธุ์มังกรตัวใดที่กล้าข้ามผ่าน
“เดิมทีก็แค่ผ่านทางมา ก็เลยแวะมาเป็นแขกที่นี่เท่านั้น แต่ประโยคนี้ของเจ้ากลับพูดได้ไม่น่าฟังเอาเสียเลย”
เฉินชิงหลิวยิ้มบาง “ถ้าอย่างนั้นก็เอาหัวนี้ของเจ้ามาลองขัดเกลาคมกระบี่ยาวสามพันปีดูสักหน่อยดีไหม?”
ดวงตาสีทองคู่นั้นของมังกรที่แท้จริงสีขาวหิมะเผยความลังเลอย่างเห็นได้ชัด หนวดมังกรสองข้างสายสะบัดเชื่องช้ากระเพื่อมแผ่ให้เกิดแสงสีทองบริสุทธิ์เป็นระลอก
เฉินชิงหลิวมีฉายาอย่างหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ นั่นคือ “ชิงจู่”
คนพิฆาตมังกรผู้นี้ยิ่งได้ครอบครองกระบี่บินตัวอักษรเดียวที่ถูกอำพรางเอาไว้ ทว่ากลับไม่ได้เป็นเช่นนี้ตั้งแต่แรก แต่เกิดจากผู้ฝึกกระบี่ที่ใช้ศึกเลี้ยงศึก หล่อหลอมคมกระบี่ค่อยๆ ขัดเกลาไปทีละนิด
วิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตของกระบี่บินก็คือคำคำเดียวเท่านั้น คำเดียวเท่านั้น… ฟัน
เฉินชิงหลิวยื่นมือข้างหนึ่งออกไปคว้า น้ำทะเลมากมายหาที่สิ้นสุดไม่ได้ในอาณาเขตของจวนวารีพลันแห้งขอด สุดท้ายกลายเป็นกระบี่ยาวสีเขียวเล่มหนึ่ง
กระบี่ยาวเล่มนี้ยกตั้งขึ้น เฉินชิงหลิวประกบสองนิ้วดีดไปเบาๆ ตัวกระบี่สั่นสะเทือน ส่งเสียงร้องดังไม่หยุด
หวังจูได้แต่ต้านทานพลังอำนาจประหนึ่งบารมีแห่งวิถีสวรรค์ที่พุ่งมาข่มทับขุมนั้นเอาไว้ แต่ก็ถูไถเต็มที่แล้ว เพียงแต่นางจะไม่ยอมยื่นคอรอให้อีกฝ่ายมาตัดเด็ดขาด นางยกกรงเล็บออกไปจิกพื้นของตำหนักใหญ่เต็มแรง
เฉินชิงหลิวส่ายหน้า “ขอบเขตสิบสี่ใหม่เอี่ยมอย่างพวกเจ้า อ่อนหัดสิ้นดี”
หวังจูถูกสยบกำราบจนต้องถอนร่างจริงออกไป กลับคืนสู่ร่างมนุษย์อีกครั้ง เลือดสดไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด ขดตัวอยู่บนเก้าอี้มังกร
และเวลานี้เอง เฉินชิงหลิวกำลังจะข้ามผ่านธรณีประตูเข้ามา ใช้กระบี่ตัดหัวแมลงน่าสงสารตัวนั้น แต่จู่ๆ เขากลับหยุดฝีเท้า ยิ้มด่าว่า “ตาเฒ่าอวี่ เจ้านี่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นเสียจริง”
ที่แท้ข้างกายก็มีบุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งเพิ่มมา เขาเองก็แต่งกายด้วยชุดเขียวของลูกศิษย์ลัทธิขงจื้อเช่นเดียวกัน เขาก็คือ เฉินผิงอัน
เฉินชิงหลิวร้องเอ๊ะ “พวกเจ้าสองคนไม่ใช่ว่าคลายพันธะสัญญากันไปนานแล้วหรอกหรือ?”
เฉินผิงอันพยักหน้ายิ้มรับ “ถูกผูกพันธะสัญญาโดยไม่รู้ตัว รอกระทั่งคืนสติ พันธะสัญญานนั้นก็คลายลงด้วยตัวเองแล้ว”
เฉินชิงหลิวเหล่ตามองเจ้าขุนเขาหนุ่ม ปากพูด “เจ้าหนุ่ม มีคนรักอย่าง หนิงเหยา อยู่แล้วยังไม่รู้จักพออีกหรือ? เคี้ยวอยู่ในปาก ยังคิดถึงอาหารที่อยู่ในหม้ออีก ไม่ดีกระมัง?”
เฉินผิงอันไม่รู้ว่าควรจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี นี่มันอะไรกับอะไรกัน
“อยากช่วยนาง? จะช่วยอย่างไร? ก่อกำเนิดเล็กๆ ก่อกำเนิดน้อยคนหนึ่งที่กระโดดข้ามขอบเขตหยกดิบเป็นเซียนเหรินก็กล้ามาปรากฏตัวที่นี่แล้วหรือ?”
เฉินชิงหลิวหมุนตัว สะบัดกระบี่ยาวในมือง่ายๆ “ไม่พูดถึงขอบเขตหรือว่าพูดถึงขอบเขตล่ะ?”
เฉินผิงอันมองหวังจูบนบัลลังก์มังกรที่อยู่ในห้อง หวังจูสีหน้าแข็งค้างเป็นน้ำแข็ง ท่าทางไม่ค่อยรับน้ำใจเท่าใดนัก
เฉินชิงหลิวถือกระบี่ด้วยมือข้างเดียว เดินก้าวไปทางเฉินผิงอัน ยิ้มตาหยีเอ่ยว่า “คิดแล้วก็ไม่เข้าใจ อยากรู้จริงๆ ว่าเจ้าจะขวางอย่างไร อาศัยว่าพวกเราแซ่เฉินเหมือนกันหรือ?”
เฉินผิงอันประสานมือคารวะ “บังอาจขอให้ผู้อาวุโสเก็บกระบี่” อยู่ดีๆ หวังจูก็โมโหเดือดดาลอย่างไม่ทราบสาเหตุ กรีดร้องเสียงแหลม “อย่าไปขอร้องเขา!”
ตอนยังเยาว์ขอร้องคนอื่น ตอนเป็นหนุ่มสาวก็ขอร้องคนอื่น ทุกวันนี้ยังจะขอร้องคนอื่นอีกหรือ?!
ข้าหวังจูเป็นขอบเขตสิบสี่แล้ว โชคชะตาของเจียวหลงในใต้หล้ามารวมอยู่บนร่าง เป็นตายต้องรับผิดชอบด้วยตัวเอง ยังต้องให้เจ้ามายุ่งวุ่นวายอีกหรือ?!
เฉินผิงอันเหลือบตามองไปในตำหนักใหญ่ เอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “หุบปากของเจ้าไปซะ”
หวังจูโมโหจนสั่นเพิ่มไปทั้งร่าง
เฉินชิงหลิวหัวเราะร่วนเอ่ยเตือน “เฉินผิงอัน คิดให้ดีล่ะ วันนี้เป็นศัตรูกับข้า ราคาที่ต้องจ่ายมีไม่น้อย โรคแฝงที่จะทิ้งไว้เบื้องหลังยิ่งมีมากกว่า”
เฉินผิงอันแววตาเด็ดเดี่ยว พูดเนิบช้าว่า “เกี่ยวกับหวังจู อาจารย์ฉี ได้ฝากความหวังไว้ให้ อย่างน้อยข้าต้องปกป้องมรรคาให้นางหนึ่งครั้ง อย่างน้อยที่สุดหากดูจากตอนนี้ หวังจูที่ออกมาจากถ้ำสวรรค์หลีจูก็ไม่เคยมีการกระทำใดๆ ที่ล้ำเส้น ตอนนี้ผู้อาวุโสจึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องออกกระบี่พิฆาตมังกร”
“อ้อ?” เฉินชิงหลิวกระตุกมุมปาก “ฉีจิ้งชุน บอกเจ้าเองกับปากหรือ?” เฉินผิงอันส่ายหน้า “อาจารย์ไม่จำเป็นต้องพูดออกมา”
เฉินชิงหลิวยิ้มบางๆ “ขอบเขตเซียนเหริน ไม่ได้เรื่องเอาเสียเลย ไม่สู้เจ้าเรียก ซิ่วไฉเฒ่า มาเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย? ขณะเดียวกันข้าก็มีคำแนะนำว่า ทางที่ดีที่สุดให้พา หลี่เซิ่ง มาพร้อมกันด้วย”
เฉินผิงอันเงียบงัน
เฉินชิงหลิวรออย่างอดทนอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหยัน “คนคนหนึ่งไฉนถึงมีชีวิตได้น่าสงสารถึงเพียงนี้”
ส่ายหน้าแล้วเฉินชิงหลิวก็สะบัดข้อมือ กระบี่ยาวเล่มนั้นสลายกลายเป็นน้ำทะเล “จะไม่รังแกเด็กรุ่นเยาว์ก็แล้วกัน จะถือเสียว่าเจ้าหนูเจ้าติดค้างการถามกระบี่ขอบเขตเดียวกันกับข้าครั้งหนึ่ง”
เฉินชิงหลิวมองหวังจู เอ่ยสัพยอกว่า “บุญคุณช่วยชีวิตสองครั้ง ไม่ควรใช้เรือนกายตอบแทนสองครั้งหรอกหรือ? ข้าสามารถช่วยดูต้นทางให้ได้นะ”
หวังจูยกแขนที่สั่นสะท้านขึ้น ก้มหน้าลง ใช้ชายแขนเสื้อชุดคลุมมังกรเช็ดคราบเลือดบนใบหน้า