ตอนที่ 3167
บทที่ 1141.4 เรื่องราวคือดาบสองคม
October 21, 2026
บทที่ 1141.4 เรื่องราวคือดาบสองคม สตรียิ่งสงสัยใคร่รู้ เซียนกระบี่หนุ่มผู้นี้คล้ายจะเข้าใจปฏิทินเหลืองที่ไม่มีใครถามถึงพวกนั้นเป็นอย่างดี? เฉินผิงอันถาม “ท่ามกลางสงครามครั้งนั้น เกิดปัญหาขึ้นหรือ?”
ในเมื่อป๋ายจิ่งคือผู้หลอมลมปราณคนแรกที่เดินขึ้นสวรรค์ไปในเส้นทางบางเส้น จะเป็นเพราะกำลังเข่นฆ่าอย่างดุเดือดเลยทำให้ป๋ายจิ่งหลงลืมว่าจำเป็นต้องดูแลสตรีคนนั้นหรือไม่?
เสี่ยวโม่นึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้จึงส่ายหน้า “ปัญหาไม่ได้อยู่ในศึกเดินขึ้นสวรรค์ที่อันตรายที่สุดครั้งนั้น แต่เป็นความขัดแย้งภายในหลังจากนั้นต่างหาก ข้าไม่รู้เรื่องวงในและขั้นตอนอย่างละเอียด รู้แค่ว่านางกายดับมรรคาสลายแล้วก็หายตัวไปนับแต่นั้น ป๋ายจิ่งเองก็บาดเจ็บไม่เบาเพราะเหตุการณ์ในครั้งนั้น มหามรรคาได้รับความเสียหายอย่างหนัก”เจียงเซ่อกล่าว “แล้วก็เพราะปีศาจเฒ่าบางส่วนตายไปเร็ว ไม่อย่างนั้นเรื่องอย่างการเคี้ยวร่างจริงเพื่อเสริมตบะก็คงไม่ถึงคราวที่โจวมี่จะได้ทำหรอก ยังดี ยังทิ้งเจ้าแก่หนังเหนียวฉายาชูเซิงเอาไว้ มันยังไม่ตาย ฉายานี้เดิมทีก็ไม่ควรให้มันฉกฉวยผลประโยชน์มารับสืบทอดไปต่อ ควรจะเปลี่ยนคนได้ตั้งนานแล้ว ได้ยินมาว่าทุกวันนี้มีชีวิตที่ไม่เลวอยู่ในเปลี่ยวร้าง ดีมาก ดีมาก!”สตรีพูดเสียงเบาอย่างเสียใจ “จิตวิญญาณล้วนแหลกสลายไปแล้ว โชคดีที่มีภิกษุลงมือช่วยเหลือ ช่วยเก็บรวบรวมมาให้” เฉินผิงอันถามด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “นางกลับมาจุติใหม่เป็นเผยเฉียน ใช่ไหม?”เจียงเซ่อปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารเคยนำพาผู้ฝึกกระบี่และผู้ฝึกตนเผ่าปีศาจกลุ่มใหญ่ต่อสู้กับบรรพจารย์สามลัทธิอย่างดุเดือด และนั่นก็ทำให้ฟ้าถล่มดินทลายไปอีกครั้ง ครั้งแรกที่ได้เจอกันในอารามกวานเต๋าของตงไห่ ในเมืองหลวงแคว้นหนันเยวี่ยนของพื้นที่มงคลดอกบัว
“เทพเทวดา” ในพื้นที่จะคือเจ้าแห่งถ้ำปี้เซียวที่มีชาติกำเนิดจากเผ่าปีศาจ และเจ้าอารามผู้เฒ่าก็มีความสัมพันธ์ที่ไม่เลวกับทั้งเสี่ยวโม่และเจียงเซ่อ เผยเฉียนสามารถมองเห็นใจคนมาตั้งแต่ยังเด็ก มีครั้งหนึ่งแม้กระทั่งวิชาอภินิหารค่ายกลของบรรพจารย์แห่งภูเขาไท่ผิง นางก็ยังมองทะลุไปได้
แต่ในความเป็นจริงแล้วนี่คือการกระทำอย่างจงใจของเจ้าอารามผู้เฒ่า สลับจริงเท็จให้กับดวงตะวันใหญ่ที่ลอยอยู่สูงในพื้นที่มงคล เขาย่อมมีแผนการเป็นของตัวเอง พูดถึงแค่ที่เมืองหูเอ๋อริมชายแดนของราชวงศ์ต้าเฉวียนใบถงทวีป มีครั้งหนึ่งจิ่วเหนียงเอ่ยหยอกล้อ เปิดเผยความเจ้าเล่ห์ของถ่านดำน้อยให้เฉินผิงอันฟัง สตรีเลื่อมใสเผยเฉียนที่อายุน้อยๆ อย่างมาก บอกว่าแม่นางน้อยหลอกคนเก่งจริงๆ หลอกว่าตัวเองคือองค์หญิงที่พลัดหลงอยู่ในหมู่ชาวบ้านของเมืองหลวง ถึงขั้นที่ว่าแม้แต่มือปราบที่มีประสบการณ์โชกโชนในยุทธภพก็ยังถูกนางหลอกไปด้วย คุ้มกันเผยเฉียนให้เดินอาดๆ กลับมาจนถึงโรงเตี๊ยม….
เหนียงเนียงเทพวารีลำคลองม่ายเหอก็มองออกถึงความไม่ปกติของเผยเฉียน เซียนกระบี่หญิงโจวเฉิงแห่งกำแพงเมืองปราณกระบี่ พอนางได้เห็นถ่านดำน้อยก็รู้สึกชื่นชอบโปรดปรานทันใด ถึงกับมอบโชค วาสนาให้ นอกจากนี้อยู่บนหัวกำแพงเมือง เผยเฉียนเองก็รู้สึกว่าแค่มองเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสนานหน่อยก็จะปวดตา
เจียงเซ่อมีสีหน้าปั้นยาก ท่าท่าจะพูดแต่ก็ไม่พูด สตรีเอ่ยว่า“ตามคำอธิบายของสหายปี้เซียว จิตวิญญาณของบุตรสาวพวกเราถูกภิกษุรูปนั้นมอบให้ศาลบุ๋นแห่งไพศาลช่วยปกป้อง เพราะความหวังดี หลีกเลี่ยงไม่ให้เมื่อข้ากับเจียงเซ่อปรากฏตัวบนโลกอีกครั้งแล้วจะสร้างความวุ่นวายครั้งใหญ่จนเกิดสงครามขึ้นมาอีกรอบ สหายปี้เซียวเอ่ยประโยคหนึ่งที่น่าจะถือว่าเป็นคำโน้มน้าวได้กระมัง เขาบอกว่า “เรื่องราวของเมื่อวานเหมือนได้ตายไปแล้ว เรื่องราวของวันนี้เหมือนเกิดขึ้นในวันนี้” ยังพูดด้วยว่าเรื่องนี้ศาลบุ๋นทำได้อย่างมีคุณธรรมมากแล้ว ซิ่วไฉเฒ่าคือคนที่แบกรับความเสี่ยงใหญ่ไว้ได้ หากเฉินผิงอันไม่ได้กลายมาเป็นเฉินผิงอันอย่างในทุกวันนี้ เผยเฉียนเองก็ไม่อาจกลายเป็นเผยเฉียนอย่างในวันนี้ได้ บางทีพวกเราก็อาจจะต้องคลาดกันไป”พูดมาถึงตรงนี้ สตรีก็ถามหยั่งเชิงว่า “อาจารย์เฉิน พวกเราเรียกนางมาได้ไหม?”สายตาเฉินผิงอันมืดทะมึนภาพเหตุการณ์เช่นนี้ไม่ได้แปลกใหม่สำหรับหลิวเสี้ยนหยาง แล้วก็เพราะจำนวนครั้งไม่มาก เขาถึงจดจำได้อย่างลึกซึ้ง หากยังคุยกันแบบนี้ต่อไป ดีไม่ดีหากพลาดขึ้นมาอาจกลายเป็นศัตรูกันได้ นางเองก็รู้สึกว่าตัวเองพูดผิดไป จึงอธิบายอย่างเขินอายว่า
“หลักๆ แล้วเพราะพวกเรากลัวที่จะได้เจอนาง ติดค้างนางมากเหลือเกิน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะเปิดฉากพูดคุยด้วยคำพูดประโยคไหนถึงจะไม่ผิดพลาด เจียงเซ่อหยาบกระด้าง แต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่รู้จักพูด พวกเราสองสามีภรรยาปรึกษากันมาตลอดทาง ปรึกษาไปปรึกษามากลับกลายเป็นว่าไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง เพราะจนปัญญาจริงๆ ก็เลยอยากจะให้อาจารย์พ่ออย่างเจ้าอยู่ด้วยพอเผยเฉียนมา เจ้ายังพอจะช่วยไกล่เกลี่ยให้ได้บ้าง ไม่ถึงขั้นที่ว่าพูดผิดแค่ไม่กี่คำ ความสัมพันธ์ก็กลายเป็นตึงเครียด ให้ตายอย่างไรนางก็จะไม่ยอมไปมาหาสู่กับพวกเราอีก”
เฉินผิงอันได้ยินแล้วก็พยักหน้า เพียงแต่สีหน้าหม่นเศร้า ในใจวูบโหวง พวกเขาสองสามีภรรยาไม่ใช่พ่อแม่ที่ทอดทิ้งลูกสาว แต่เพียงแค่เพราะสถานการณ์บีบบังคับถึงได้มีเหตุเปลี่ยนแปลงครั้งนั้นเกิดขึ้น ตอนนี้มานับญาติกันถึงที่ ตามเหตุตามผลแล้วก็ล้วนไม่มีปัญหาใดๆ
อยู่ดีๆ ก็อดนึกถึงเรื่องหนึ่งที่ปีนั้นถ่านดำน้อยบรรยายด้วยน้ำเสียงสบายๆ ไม่ได้ นั่นคือเรื่องราวเก่าแก่ที่เกี่ยวกับความหิวโหย การหนีภัย ค่ำคืนและหมั่นโถว เผยเฉียนพูดอย่างไร้อารมณ์ไม่ใส่ใจ ในใจเฉินผิงอันรู้สึกอึดอัดยิ่งนัก ทั้งๆ ที่รู้ว่าพวกเขาสามีภรรยาเพิ่งจะมาเอาวันนี้ก็เพราะเป็นเรื่องที่จนใจ มิอาจตัดสินใจเองได้ แต่เฉินผิงอันก็ยังจะโทษพวกเขาว่าทำไมถึงเพิ่งมาเอาป่านนี้
ทั้งๆ ที่รู้ว่าตัวเองไร้เหตุผลอย่างสิ้นเชิง แต่สีหน้าของเฉินผิงอันกลับยิ่งหม่นเศร้า ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร ดูเหมือนว่าไม่มีเรี่ยวแรงจะพูดมากอีกแม้แต่ประโยคเดียว หลิวเสี้ยนหยางพลันเอ่ยว่า“ไม่ถูก!”เฉินผิงอันเงยหน้าขึ้นอย่างเลื่อนลอย หลิวเสี้ยนหยางหัวเราะหยันเอ่ยว่า“ตอนนี้ในสมองของเฉินผิงอันมีแต่แป้งเปียก แต่ข้ากลับจะแนะนำทั้งสองท่านสักคำว่าอย่าได้อวดฉลาด วันนี้ไม่พูดให้ชัดเจน ไม่บอกความจริงที่ครบถ้วนมาให้ พวกเจ้าจะต้องเสียใจภายหลังแน่!”เจียงเซ่อสูดลมหายใจเข้าลึก ลุกขึ้นยืนช้าๆ เอ่ยเสียงทุ้มหนักว่า“ปีนั้นบุตรสาวของพวกเรากำลังอยู่ในช่วงคอขวดเซียนดิน คิดอยากจะฝ่าทะลุขอบเขต อยากจะผ่านด่านจะต้องสะบั้นความคิดชั่วร้ายที่บริสุทธิ์กลุ่มหนึ่งทิ้งไป ถึงจะสามารถพิสูจน์มรรคาเป็นบินทะยานได้อย่างแท้จริง ข้าถูกผู้คนร่วมกันสังหาร คนรักกายดับ สหายรักป๋ายจิ่งตอนนั้นก็ได้รับบาดเจ็บไปถึงรากฐานมหามรรคา พยายามสุดกำลังแล้วก็ยังช่วยนางไม่ได้ บุตรสาวของพวกเราเจอกับเหตุไม่คาดฝัน หากไม่เป็นเพราะภิกษุรูปนั้นใช้วิชาอภินิหารยิ่งใหญ่รั้งไว้ก็คงไม่มีโอกาสกลับไปเกิดใหม่อีกแน่นอน แต่นี่ก็ใช่ว่าจะไม่มีราคาที่ต้องจ่ายเสียเลย ราคาที่ต้องจ่ายก็คือความเป็นมนุษย์ของนักพรตบรรพกาลคนหนึ่ง ต่างคนต่างถือไว้คนละด้านแล้วกระชากจนแหลก สุดท้ายกลายเป็นความเป็นมนุษย์สองส่วนที่บริสุทธิ์อย่างมาก ส่วนหนึ่งสัดส่วนเยอะ อีกส่วนหนึ่งสัดส่วนน้อยมาก”เฉินผิงอันเงยหน้าขึ้นพึมพำว่า “ใหญ่เล็กอะไร มากน้อยอะไร ก็ไม่ใช่คนคนเดียวกันหรอกหรือ?”เฉินผิงอันพูดพึมพากับตัวเอง