ตอนที่ 3251
บทที่ 1174.1 สิ่งที่เปิดอ่านไม่ได้มีเพียงบันทึกเดินทาง
October 21, 2026
“เรือกระบี่ที่ว่างอยู่?”
คนในห้องทรงพระอักษรต่างก็ตกตะลึง ไม่รู้ว่าทำไมพอราชครูมานั่งลงแล้วก็ถามถึงเรื่องนี้ทันที เดิมทีนึกว่าเรื่องหลักที่จะพูดคุยกันในวันนี้ก็คือ ต้าหลีของพวกเขาควรจะป่าวประกาศสถานะของราชครูเมื่อไหร่ เลือกวันฤกษ์งามยามดีได้แล้ว ทางราชสำนักก็จะได้จัดงานพิธีเฉลิมฉลองบอกกล่าวแก่ใต้หล้าเรือกระบี่ต้าหลีกับเรือข้ามฟากขุนเขา คืออาวุธหนักบนสนามรบ ที่ทางราชสำนักต้าหลีร่วมมือกับสำนักโม่สร้างขึ้นอย่างตั้งใจ สิ้นเปลืองกำลังคน ทรัพยากรและเงินทองของราชสำนักไปมากมายหลายสิบปีที่ผ่านมานี่ การที่กรมโยธาสามารถร่วมกับกรมกลาโหมด่ากรมคลังได้ ก็ต้องยกคุณความชอบให้แก่เรือกระบี่และเรือข้ามฟากนี้“อู่ต่อเรือ” หลายแห่งคือพื้นที่ต้องห้ามอันดับหนึ่งของต้าหลี ต่อให้เป็นทูตผู้ตรวจการที่มีคุณูปการด้านการต่อสู้สูงที่สุด คิดอยากจะเห็นขั้นตอนการ “ลงน้ำ” ของ “สมบัติแสนรักแสนหวง” สองอย่างนี้กับตาตัวเอง ก็ยังต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติหลายขั้นตอน อีกทั้งยังต้องให้ฮ่องเต้และราชครูชุ่ยตอบตกลงและลงนามอนุมัติพร้อมกันถึงจะได้รอกระทั่งชุ่ยฉานออกจากตำแหน่งราชครูอย่างลับๆ ช่วงนี้ก็ไม่มีทูตผู้ตรวจการคนใดที่สามารถไปที่ท่าเรือพวกนั้นได้แล้ว ในเมื่อแม้กระทั่งทูตผู้ตรวจการก็ยังไปไม่ได้ เก้ามนตรีน้อยใหญ่ของเมืองหลวงและเมืองหลวงสำรองคนอื่นๆ ก็ยิ่งไม่ต้องวาดฝันผู้ฝึกตนสายแผนภูมิดินของต้าหลี หลังสงครามพวกเขาก็มีภาระหน้าที่อย่างหนึ่งที่สำคัญมาก นั่นก็คือผลัดกันไปเฝ้าระวังป้องกันอยู่ตามอู่ต่อเรือเหล่านั้น สิ่งที่ป้องกันก็คือโจรที่เป็นคนกันเอง และการแพร่งพรายความลับเสิ่นเฉินเจ้ากรมกลาโหม คือขุนนางอาวุโสสามรัชสมัย เป็นคนแก่ชราภาพที่สุขภาพไม่ค่อยดีมากแล้ว ตอนที่เจ้ากรมผู้เฒ่ายังถือว่าเป็นหนุ่ม เคยด่าว่าราชครูชุ่ยก็คือคนต่างถิ่น ชั่วชีวิตนี้ผู้เฒ่าไม่เคยลงสนามรบมาก่อน แต่กลับเป็นคนดูแลกรมกลาโหม สองมือของเสิ่นเฉินวางทับซ้อนกันบนหัวไม้เท้า ยิ้มตาหยี่มองไปยังรองเจ้ากรมฝ่ายขวาคนใหม่ที่อยู่ข้างกายอย่างอู๋หวังเฉิงเขาคือคนหน้าใหม่ที่เพิ่งจะมีคุณสมบัติเข้าร่วมการประชุมเล็ก อายุสี่สิบกว่า คือบุคคลที่เลื่อนขั้นจากแม่ทัพมณฑลมาเป็นรองเจ้ากรม คลานออกมาจากกองคนตายอยู่หลายครั้ง เลื่อนขั้นจากในกองทัพชายแดนของต้าหลีมาตลอดทาง ไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับแซ่สกุลของพวกซ่างจู้กั๋ว ถือว่าเป็นคนสนิทของซ่งมู่ลั่วอ๋องตอนที่เพิ่งรับพระราชโองการเข้ามาเมืองหลวง อู๋หวังเฉิงก็ได้จ่ายเงินของตัวเองเช่าเรือนผีที่ว่ากันว่าผีดุมากแห่งหนึ่ง เขาไม่ค่อยจะยินดีเป็นขุนนางอยู่ในเมืองหลวงนัก แม้กระทั่งยามที่ฮ่องเต้เรียกตัวเข้าเฝ้า อู๋หวังเฉิงก็ยังคงแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าตัวเองอยากจะไปนำทัพทำสงครามที่สนามรบของเปลี่ยวร้างมากกว่าโดยทั่วไปแล้ว แม่ทัพประจํามณฑลที่สามารถเลื่อนขั้นได้ด้วยคุณูปการทางการสู้รบไปเป็นขุนนางใหญ่ในพื้นที่ศักดินาแล้วค่อยกระโดดเข้ามาเป็นขุนนางในเมืองหลวง เลื่อนชั้นเป็นรองเจ้ากรมโดยเฉพาะอย่างยิ่งรองเจ้ากรมของกรมกลาโหม สำหรับวงการขุนนางต้าหลีแล้ว การเลื่อนยศเช่นนี้ก็ไร้เทียมทานจริงๆ!อู๋หวังเฉิงจึงลุกขึ้นยืน เอ่ยว่า“เรียนท่านราชครู อู่ต่อเรือสามแห่งซึ่งมีหวงเทียนตั่งของมณฑลอวี้โจวเป็นหนึ่งในนั้นเรือที่ช่วงนี้ได้ทำการก่อสร้างเสร็จแล้ว และส่วนที่กำลังก่อสร้าง มีทั้งสิ้นหกลำเตรียมจะโยกย้ายไปที่สนามรบของเปลี่ยวร้างก่อนวันเริ่มต้นฤดูร้อนของปีหน้าพร้อมกับเรือข้ามฟากขุนเขาสามลำ ระหว่างที่เรือกระบี่เดินทางไปยังเปลี่ยวร้างยังสามารถช่วยคุ้มกันเรือข้ามฟากได้ด้วย เรือกระบี่หกลำและเรือข้ามฟากสามลำต่างก็แจ้งรายงานและบันทึกเป็นหลักฐานอยู่ที่ศาลบุ๋นแผ่นดินกลางแล้ว”เรือกระบี่กับเรือข้ามฟากต่างก็ยังไม่ได้ตั้งชื่อ ตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้วล้วนตั้งชื่อตามชื่อของมณฑลเฉินผิงอันพยักหน้า เขาค่อนข้างจะเข้าใจระยะเวลาการสร้างเรือกระบี่ของต้าหลี“ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่ามีเรือกระบี่ที่ว่างอยู่หกลำ แค่ลอยขึ้นฟ้าได้ก็พอแล้ว”อู๋หวังเฉิงถามอย่างสงสัย“ขอถามท่านราชครู ทำไมถึงได้รีบร้อนให้เรือกระบี่ลอยขึ้นกลางอากาศ?ทางฝั่งสนามรบของเปลี่ยวร้างมีการเปลี่ยนแปลงอะไร หรือทางศาลบุ๋นเกิดเปลี่ยนใจกะทันหันรีบร้อนต้องใช้เรือกระบี่ไปให้ความช่วยเหลือในสถานที่ใด?”ในเมื่อซื่อจางเจิ้งกับซ่งมู่ต่างก็ไม่ได้แจ้งให้ต้าหลีทราบถึงการเคลื่อนย้ายเรือกระบี่ล่วงหน้าในความเห็นของอู๋หวังเฉิงแห่งกรมกลาโหมแล้ว ก็น่าจะเป็นความต้องการของทางศาลบุ๋นแผ่นดินกลางแล้วเฉินผิงอันยื่นมือมากดลงบนความว่างเปล่า ยิ้มเอ่ยว่า“รองเจ้ากรมอู๋นั่งลงคุยกันเถอะ หลังจากนี้ก็ไม่ต้องลุกขึ้นตอบแล้วข้าจำได้ว่านี่คือกฎระเบียบเก่าของการประชุมเล็กแล้ว หรือว่าพวกตาเฒ่าทั้งหลายรวมหัวกันจงใจไม่บอกเจ้าอยากเห็นเจ้าเป็นตัวตลก ดูได้กี่วันก็ดูไปเท่านั้น? ดูเหมือนว่านี่ก็เป็นกฎระเบียบเก่าเหมือนกัน เพียงแต่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษรเท่านั้น”ในห้องมีแต่เสียงหัวเราะฮาครืน กฎเก่าสองข้อนี้ ปีนั้นล้วนเป็นราชครูชุ่ยที่เป็นคนนำพาอู๋หวังเฉิงตอบตามสัตย์จริงว่า“เข้าร่วมการประชุมเล็ก กลายเป็นตัวตลกมาเกือบสิบวันแล้วจริงๆยังคงเป็นเจ้ากรมจ้าวที่มาพูดกับข้าเป็นการส่วนตัวถึงกฎระเบียบเก่าสองข้อนี้ข้ากลับไปที่กรมกลาโหมบ้านตัวเอง ถามเจ้ากรมผู้เฒ่าดีนักนะ เขากลับบอกว่าต้าหลีของเราไม่มีธรรมเนียมแย่ๆ ในวงการขุนนางเช่นนี้