ตอนที่ 3256
บทที่ 1176.1 แกล้มสุรา
October 21, 2026
หญิงสาวสองคนที่ทำหน้าที่เป็น “คนเฝ้าประตู” ของจวนราชครู แต่งกายด้วยชุดคล่องตัว คนหนึ่งสวมชุดผ้าแพร คนหนึ่งสวมชุดสีเขียว ประหนึ่งดอกโบตั๋นกับต้นไผ่เขียวขจี พวกนางแยกกันเฝ้าอยู่ตรงระเบียงสองเส้นที่เชื่อมโยงเรือนชั้นที่สองกับชั้นที่สามเข้าด้วยกัน ต่างก็พกดาบใหญ่และดาบสั้นรูปแบบของกองทัพชายแดนต้าหลีไว้ตรงเอว
ในห้อง หานเอ้อที่ยืนอยู่พูดเสียงสั่น “คือการร่ายใช้วิชาดินแดนมายาของตระกูลเซียน อันที่จริงหลิวเหวินจินยังไม่ตาย ใช่หรือไม่?!”ต่างก็พูดกันว่าผู้ฝึกบำเพ็ญตนบนภูเขามีจักรวาลในชายแขนเสื้อ สามารถหดย่อพื้นที่จำแลงได้สารพัดอย่าง สามารถใช้ของปลอมมาสวมรอยเป็นของจริง
เฉินผิงอันใช้ตำราที่ม้วนไว้เคาะหัวเข่าเบาๆ เอ่ยว่า “หลิวเหวินจิน อายุสี่สิบสามปี รับตำแหน่งเจ้ากรมพิธีการแคว้นชวิ สวมรอยสถานะมาสิบเก้าปี ชื่อจริงคือเจิงหล่าน ภูมิลำเนาอยู่ในราชวงศ์ป๋ายซวงเก่า คือคนของเขตฮวาเซียง เป็นตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงในพื้นที่ สืบทอดบรรดาศักดิ์กันมาหลายรุ่นหลายสมัย น่าเสียดายที่เป็นลูกอนุภรรยา เขตฮวาเซียงบังเอิญยิ่งนัก”หานเอ้อเงียบงัน ยืนอยู่ข้างเก้าอี้ ในใจของเด็กหนุ่มชินอ๋องตะลึงพรึงเพริดสุดขีด ตายไม่ได้ ยังตายไม่ได้! ยังมีปณิธานอีกมากมายเหลือเกินที่ยังไม่เป็นจริง เขายังไม่ได้ใช้สถานะของจักรพรรดิพระองค์ใหม่ของแคว้นชวิมาแบกรับหน้าที่ ช่วยให้สกุลหานแคว้นชวิหลุดพ้นจากการเป็นแคว้นใต้อาณัติ ไม่จำเป็นต้องมอบของบรรณาการให้กับแคว้นเหนือหัวอีกต่อไป จะไม่ทำให้บรรพบุรุษทั้งหลายต้องอับอายอีกต่อไปเฉินผิงอันเอ่ย “แรกเริ่มข้าก็กังวลว่าหลิวเหวินจินจะใช้สายลับที่มีสถานะสองอย่างหรือไม่ จึงให้กรมอาญา หรือแม้กระทั่งกรมกลาโหมตรวจสอบเอกสารทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับหลิวเหวินจินอย่างละเอียดอีกครั้ง ดูว่ามีอะไรตกหล่นหรือไม่ ผลลัพธ์ก็คือไม่มี”สองตาของหานเอ้อแดงก่ำ มือกำเป็นหมัดแน่น กลัวบุรุษชุดเขียวอย่างถึงที่สุด แต่กลับกลายเป็นว่าเด็กหนุ่มเริ่มเกิดความกล้า เช่นเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ยว่า “การเก็บภาษีซ้ำซ้อนของแคว้นชวิ หานโจวเหนือเกินกว่ามาตรฐานของมณฑลมากมายในต้าหลี หลิวเหวินจินบอกว่าสกุลซ่งต้าหลีจงใจกดข่มแคว้นชวิ เพื่อให้ชาวบ้านในท้องถิ่นมิอาจทำกิน เสียงบ่นดังระงมต่อเนื่อง ต้องมีสักวันที่คนลุกขึ้นมาชูธงก่อกบฏ ราชสำนักต้าหลีจงใจจะทำให้แคว้นชวิต้องแตกสลายจากภายในในระยะเวลาสามสิบปี ถึงเวลานั้นต้าหลีค่อยฉวยโอกาสยกทัพไปปราบกบฏ สะบั้นชะตาแคว้นของสกุลหานแคว้นชวิ แม้กระทั่งสถานะของแคว้นใต้อาณัติก็ยังรักษาไว้ไม่ได้”เฉินผิงอันยิ้มถาม “เรื่องที่สกุลหานสมคบคิดกับกระโจมทัพเผ่าปีศาจตอนทำสงครามอย่างลับๆ ไฉนเจ้ากรมหลิวถึงไม่อธิบายและป่าวประกาศออกมาด้วยล่ะ?”หานเอ้อเดือดดาล “เจ้าพูดเหลวไหล! ปีนั้นเสด็จพ่อก็แค่ไม่ยินดีจะทำตามคำสั่งทหารของต้าหลี ไม่ยอมให้บุรุษอายุต่ำกว่าสี่สิบปีของแคว้นชวิต้องลงสู่สนามรบ เจรจากับกรมกลาโหมเมืองหลวงสำรองอยู่หลายครั้งก็ไร้ผล เสด็จพ่อถึงได้พาวตัวไปเสี่ยงอันตราย ไปเยือนเมืองหลวงสำรองเพื่อพบเจ้าโจรชาติสุนัขลั่วอ๋องซ่งมู่ผู้นั้น เสด็จพ่อถึงขั้นให้คำสัญญาว่าชายฉกรรจ์ของแคว้นชวิ หรือแม้กระทั่งเด็กน้อยที่ขอแค่จับอาวุธขึ้นสู้ได้ไหว ล้วนสามารถไปฆ่าปีศาจที่สนามรบได้ ขอแค่ต้าหลียกเลิกคำสั่งนั้น วันนั้นฝนตกกระหน่ำ จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งแคว้นกลับต้องคุกเข่าอยู่บนพื้น ซ่งมู่กลับไม่ยอมตอบตกลง แม้กระทั่งพบหน้าก็ยังไม่มาพบเขา!”“เจ้ากรมหลิวไม่ไปเป็นนักเล่านิทานอยู่ใต้สะพานก็ช่างน่าเสียดายเหลือเกิน” เฉินผิงอันหัวเราะก่อนเอ่ยว่า “หากจะบอกว่าให้คนอื่นต้องมากินน้ำแกงประตูปิด ฟังเสียงโขกหัว ซ่งจีซินก็ทำเรื่องแบบนี้ได้ลงจริงๆ”หานเอ้อแค่นเสียงหยัน “ลั่วอ๋องซ่งมู่สมคบคิดกับทูตผู้ตรวจการซูเกาซาน คนหนึ่งจิตใจอำมหิต คนหนึ่งวิธีการเหี้ยมโหด คิดอยากจะร่วมมือกันเชือดไก่ให้ลิงดู สยบขวัญแคว้นทั้งหลาย ซูเกาซานจึงนำทัพบุกเข้าไปเข่นฆ่าถึงในวังหลวง ทำร้ายเสด็จพ่อ! เขาซูเกาซานจิตใจทะเยอทะยาน คิดอยากจะให้ตำแหน่งทูตผู้ตรวจการที่คว้ามาอยู่ในมือได้แล้ว กลายเป็นยศที่สามารถสืบทอดต่อในตระกูล ฝ่ายบู๊เป็นเสาหลัก ฝ่ายบู๊ออกตรวจการแผ่นดิน เพื่อที่จะได้ให้เหล่าตระกูลผู้ที่มีคุณูปการทางการทหารที่อาศัยการฆ่าคนจนร่ำรวยขึ้นมามั่งคั่งสูงส่ง สืบเนื่องไปชั่วลูกชั่วหลาน รุ่นแล้วรุ่นเล่า!”เฉินผิงอันหรี่ตาลง ยิ้มบางๆ เอ่ยว่า “หลิวเหวินจินนี่ไม่ใช่คนจริงๆ ฆ่าคนก็แค่ให้หัวตกพื้นเท่านั้น? หากรู้แต่แรกว่าเป็นเช่นนี้ก็ไม่ควรให้เขาตายง่ายไป”เด็กหนุ่มชินอ๋องพูดจนน้ำลายแตกฟอง พูดด้วยความฮึกเหิมเร่าร้อน พูดจนลืมตัวเองไม่มีสีหน้าหวาดกลัวอีกแม้แต่น้อย“หลิวเหวินจินยังบอกว่าปีนั้นราชสำนักต้าหลีบังคับให้ย้ายออกจากพื้นที่ทะเล หากในระยะเวลาที่กำหนด ชาวประมงและชาวเกาะริมทะเลยังไม่ยอมย้ายออกไปจากมาตุภูมิของตัวเองจะต้องถูกประหารโดยไม่มียกเว้น ตราสั่งการทหารของกองทัพต้าหลีเหมือนยันต์เร่งชีวิต แต่กลับไม่มอบเรือที่เพียงพอมาให้ เป็นเหตุให้บนเส้นทางของการเคลื่อนย้ายกลาดเกลื่อนไปด้วยโครงกระดูก ผู้คนอดอยากจนถึงขั้นต้องแลกลูกกิน น่าสังเวชจนแทบไม่อาจทนมอง ผีร้ายวิญญาณอาฆาตที่ต้องตายภายใต้คมดาบ หิวตาย จมน้ำตาย จนถึงทุกวันนี้ก็ยังป้วนเปี้ยนอยู่ริมทะเลไม่ยอมไปไหน”“การบริหารบ้านเมืองด้วยบู๊ ปกครองทหารด้วยบู๊ของราชสำนักต้าหลีพวกเจ้าในทุกวันนี้ ล้วนสร้างขึ้นบนกระดูกขาวของคนที่ตายไปพร้อมกับความอยุติธรรมนับไม่ถ้วน พลทหารและชาวบ้านของแคว้นทั้งหลายที่ต้องตายด้วยน้ำมือของกองทัพชายแดนต้าหลี เมื่อเทียบกับตายด้วย…”
เฉินผิงอันอดทนฟังมาถึงตรงนี้ก็ร้องเบาๆ ว่า“หืม?”อันที่จริงไม่ได้มีการใช้วิธีการของตระกูลเซียนใดๆ หานเอ้อกลับเหมือนถูกคนบีบคอ ล้วนเป็นเพราะความตกใจจาก… พลังอำนาจที่เขาก็บอกไม่ถูกเหมือนกัน ร่างทั้งร่างของหานเอ้อเหมือนแพหนังแกะล่องแม่น้ำที่ถูกทิ่มเบาๆ อากาศข้างในก็ถูกปล่อยออกจนฟีบแบน เด็กหนุ่มถูกความหวาดกลวกลบทับอีกครั้ง
มีสตรีเอ่ยขึ้นเสียงเบาว่า“ราชครู หยวนฮว่าจิง ซ่งซวี อวี๋อวี๋ สามคนจากสายแผนภูมิดินมาแล้ว”เฉินผิงอันเอ่ย“ไม่พบอวี๋อวี๋ ให้นางกลับไปทางเดิม”นางจึงขวางเด็กสาวที่มาจากสกุลอวี๋หม่าเพิ่น อีกทั้งลำดับอาวุโสในตระกูลยังไม่ต่ำเอาไว้ แต่ปล่อยอีกสองคนที่เหลือมาให้พวกเขาสองคนเดินเข้ามาที่เรือนหลัง ก่อนหน้านี้ก็เป็นนางที่ใช้กระบี่ตัดหัวของหลิวเหวินจิน หิ้วไปพบหน้าเด็กหนุ่ม
อวี๋อวี๋ทำท่าจะพูดแต่ไม่พูด แต่กลับได้รับการบอกเป็นนัยทางสายตาจากซ่งซวีที่มีสถานะเป็นองค์ชายต้าหลีว่าอย่าดื้อ รีบกลับไปเสีย
เฉินผิงอันเอ่ยกบัเด็กหนุ่มว่า“หานเอ้อ ข้าสามารถยอมรับในความโง่ของเจ้าได้ ดังนั้นข้าถึงได้ปลีกเวลามาพูดคุยกบัเจ้าจนถึงตอนนี้ แต่หากจิตใจเลวร้าย รากฐานเละเทะอย่างสิ้นเชิงแล้ว ข้าก็ไม่ถึงขั้นต้องโกรธเจ้ากับคนตายคนหนึ่ง ไม่จำเป็นเลย แต่ข้าจะต้องเสียใจภายหลังที่ให้เจ้าข้ามธรณีประตูนี้มา เจ้าถึงกับไม่มอบความประหลาดใจให้ข้าเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อเจ้าทำให้ข้าเสียใจภายหลัง ถ้าอย่างนั้นภายใต้นโยบายแคว้นที่กำหนดไว้แล้ว และภายใต้กฎระเบียบของคำสั่งทหารกองทัพชายแดนต้าหลี ข้าก็จะให้ชนชั้นสูงที่มีอำนาจของแคว้นชวิเจ็บปวดมากขึ้นหน่อย ขุดกระดูกที่เน่าเละนั้นลึกลงไปอีกหน่อย”ร่างของหานเอ้อเริ่มสั่นเป็นตะแกรงร่อนอีกครั้ง เขาไม่ได้เสแสร้งจริงๆ ในตำราสอนไว้แค่ว่าควรจะเป็นฮ่องเต้เป็นขุนนางอย่างไร ไม่ได้สอนเรื่องนี้ไว้นี่นา
ผู้ฝึกกระบี่ขอบเขตก่อกำเนิดลูกหลานสกุลหยวนเสาค้ำยันแคว้น กับซ่งซวีองค์ชายต้าหลีที่รออยู่นอกประตู ต่างก็เรียกอย่างเคารพอยู่ในกฎในระเบียบว่า ท่านราชครู
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย