ตอนที่ 3258
บทที่ 1176.3 แกล้มสุรา
October 21, 2026
ยามสนธยา เฉินผิงอันขอให้เว่ยป้อช่วยพากลับมายังอาณาเขตของภูเขาลั่วพั่ว ระหว่างนั้นเว่ยป้อยังเอ่ยสัพยอกมาประโยคหนึ่งว่า วันหน้าจะต้องไปขานชื่อทุกวันแล้วสินะ?
เด็กสาวสวมหมวกขนเตียวที่พกป้ายผู้ถวายงานระดับสามไว้ตรงเอวและป้ายหยกจวนราชครูแผ่นใหม่ เก็บปณิธานกระบี่ กระโดดออกไปอยู่กลางอากาศเหนือเมืองหลวง หมื่นลี้ไร้เมฆ ทว่ากลับมีเสียงดังครืนครัน แสงกระบี่ลากเส้นยาวมุ่งหน้าไปยังภูเขาลั่วพั่ว
พื้นที่ประกอบพิธีกรรมส่วนตัวเนินฝูเหยา ท่ามกลางป่าไผ่เขียวขจีที่สาดสะท้อนคือห้องหนังสือหน้ากว้างสามห้อง ผิวน้ำของทะเลสาบขนาดเล็กเกิดริ้วแสงกระเพื่อมไหว
เฉินผิงอันไม่ได้ตรงดิ่งไปปิดด่านที่ห้องอ่านหนังสือซึ่งทั้งใช้อ่านหนังสือและทั้งบำรุงลมปราณ แต่เข้าไปในทะเลสาบ วินาทีที่รองเท้าผ้าสัมผัสกับพื้นผิวน้ำ ผิวน้ำก็พลันราบเรียบเหมือนกระจก เหมือนเกาะตัวกลายเป็นแก้วใสชิ้นหนึ่ง
หลังจากนั้นผิวน้ำก็เริ่มมีประกายแสงไหลริน เกิดเป็นตราผนึกค่ายกลที่จัดวางเต็มไปด้วยยันต์
เฉินผิงอันเพียงแค่ก้าวเดินเนิบช้า ภาพค่ายกลใต้ฝ่าเท้ากลับหมุนวนอย่างรวดเร็ว เมื่อเขายืนนิ่งก็ได้เปิดตราผนึกชั้นแรกออก เรือนกายชุดเขียวยืนนิ่งไม่ขยับ พื้นผิวกระจกทั้งผืนพลันพลิกกลับ
ขณะเดียวกันกลางอากาศก็มีภาพดวงดาวพร่างพราวลอยขึ้นมา แค่เอื้อมมือไปคว้าก็สัมผัสได้ เฉินผิงอันจึงเริ่มเอื้อมมือไปเด็ดดวงดาว ทยอยขยับเคลื่อนพวกมันไปยังตำแหน่งอื่น การมองเห็นพลันเปิดกว้าง กลายมาเป็นภาพปกติอีกครั้ง
ทว่าระหว่างทะเลสาบใต้ฝ่าเท้ากับห้องหนังสือที่อยู่บนฝั่งกลับมี “ประตูภูเขา” ที่ไอหมอกแผ่อวลปกคลุมบานหนึ่งโผล่มา คล้ายกับเข็มทิศขนาดใหญ่ยักษ์ที่นักฮวงจุ้ยใช้ตรวจสอบสภาพภูมิศาสตร์ จิตของเฉินผิงอันขยับไหวเล็กน้อย ตัวอักษรแต่ละวงก็เริ่มหมุนวน รอกระทั่งเข็มทิศนี้หยุดนิ่งเฉินผิงอันถึงได้ขึ้นมาบนฝั่ง เปิดประตูออก ในห้องมีนักพรตตงินั่งอยู่
ต่างก็พูดกันว่าในภูเขาผ่านไปหกสิบปี โลกมนุษย์กลับผ่านไปพันปีแล้ว ในฟ้าดินร่างกายมนุษย์ของนักพรตตงิกลับไม่ใช่เพียงเท่านั้น อยู่ไกลเกินกว่านั้นมากนัก
เซี่ยโก่วนั่งอยู่ตรงหน้าประตู “ถูกเจ้าหวงเจินผู้นั้นทำร้ายไม่เบา”เฉินผิงอันพยักหน้า การปกป้องมรรคายังคงเดิม แต่การพิศมรรคาเพื่อใช้พิสูจน์มรรคากลับไม่มีหวังแล้ว
เซี่ยโก่วเอ่ย “ขาดทุนหนักเลย เจ้าขุนเขาไม่คิดจะให้เจียงเซ่อชดใช้คืนจริงๆ หรือไร?”เฉินผิงอันเงียบไม่ตอบ
หากความเป็นเทพยังคงบริสุทธิ์ดังเดิมก็สามารถดึงออกมาได้ แล้วก็จะบันทึกประสบการณ์การแสวงหามรรคาของนักพรตตงิ รวมไปถึงประสบการณ์บนเส้นทางหัวใจของเขาไปได้ตลอด นั่นจะเป็นมหามรรคามุ่งสู่ฟ้าที่สมบูรณ์แบบเส้นหนึ่ง นั่นจะเป็นเส้นสายที่สมบูรณ์ซึ่งมีครบทั้งมรรคา จิตใจ วิชาและคาถา ตอนนี้พิศกะผายลมอะไรเล่า ได้แต่อดทนรอคอยให้นักพรตตงิตื่นขึ้นมาเท่านั้น
ถ้ำสถิตหนึ่งพันห้าร้อยแห่งของร่างมนุษย์ก็เคยมีจิตวิญญาณอันแกร่งกล้า และปณิธานอันยิ่งใหญ่ของการหลอมใหญ่ให้กับหมื่นสรรพสิ่งเช่นกัน
เฉินผิงอันนั่งอยู่หน้าประตู เซี่ยโก่วถามชวนคุยว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าขุนเขาจะไม่เกลียดแค้นหวงเจินสักเท่าไร?”เฉินผิงอันใจลอย ตอบกลับง่ายๆ ว่า “ก็ไม่เท่าไร”เซี่ยโก่วอัดอั้นแล้ว “ทำไมล่ะ?”เฉินผิงอันลังเลเล็กน้อย “เมื่อก่อนตอนอยู่ในเมืองเล็ก ไม่ว่าคำด่าอะไรข้าก็ล้วนโดนด่าหมด แต่ไม่มีใครด่าว่าข้าคือขโมย”เซี่ยโก่วกระจ่างแจ้ง เอนกายอยู่ในระเบียงที่ทำมาจากไม้ไผ่ ยกขาไขว่ห้าง แกว่งรองเท้าผ้าข้างหนึ่ง “ความเป็นคนนี่นะ จิตใจคนนี่นะ”เฉินผิงอันกล่าว“บางทีอาจต้องส่งกระบี่บินฉบับหนึ่งแจ้งข่าวไปที่ตำหนักพยัคฆ์เขียวให้จ้าวจู้รีบพาลูกศิษย์ของเขามาที่นี่ทันที”ก่อนหน้านี้อยู่ที่ตำหนักพยัคฆ์เขียวของใบถงทวีป ได้ร่ายใช้ยันต์คำสั่งเหนือจิตใจของนักพรตน้อย แฝงไว้ด้วยปณิธานสามชนิดของภูเขา สายน้ำและสายฟ้า เป็นการ “ให้ยาถูกโรค” ค่อนข้างจะอ่อนโยน แต่การกระทำนี้คือการรักษาที่ปลายเหตุไม่ใช่ต้นเหตุ แล้วนับประสาอะไรกับที่หลังจากต่อสู้กับเจียงเซ่อไปรอบหนึ่งก็ทิ้งภัยแฝงนับไม่ถ้วนไว้เบื้องหลังแล้ว ลู่เฉินยังตกอยู่ในสภาวะเช่นนั้น ยันต์แผ่นนี้ต้องได้รับผลกระทบที่ไม่เล็กแน่นอน เฉินผิงอันเพิ่งจะนึกถึงวิธีแก้ไขปัญหาที่พอจะถือว่ามั่นคงอย่างหนึ่งขึ้นมาได้
เซี่ยโก่วรีบลุกขึ้นนั่งทันที“ข้าไป ข้าไปทำเอง ทุกวันนี้ข้าพากเพียรอยู่กับเรื่องของการเขียนพู่กันจีน พรสวรรค์ไม่ต่ำด้วย!”เฉินผิงอันเปลี่ยนคำพูด“ช่างเถอะ กระบี่บินแจ้งข่าวค่อนข้างล่าช้า ข้าใช้ยันต์สามภูเขาไปตำหนักพยัคฆ์เขียวเองจะดีกว่า”เซี่ยโก่วเอ่ย “ไปด้วยกันสิ”
เฉินผิงอันกล่าว“ไม่ต้อง ข้าจะรีบไปรีบกลับ เจ้าอย่าสิ้นเปลืองยันต์สามภูเขาเลย จำนวนครั้งที่พวกเจ้าร่ายใช้ได้มีจำกัด”เซี่ยโก่วลังเลเล็กน้อย ขยำหมวกขนเตียว ถามหยั่งเชิงว่า“เจ้าขุนเขา ข้าสามารถหลอมยันต์สามภูเขาที่เป็นของเลียนแบบได้นะ ระยะทางในการหดย่อพื้นที่อาจจะสั้นไปสักหน่อย แต่แค่ใช้หลายแผ่นหน่อยก็ได้แล้ว ก็ไม่ได้สิ้นเปลืองบุญกุศลสักเท่าไร แต่ปราณวิญญาณกลับต้องเสียไปไม่น้อย กระดาษที่ใช้วาดอยันต์ก็ค่อนข้างแพงอยู่บ้าง”เฉินผิงอันเอ่ยอย่างตกตะลึง “เจ้าแน่ใจหรือ?!”
เจ้าแน่ใจจริงๆ หรือว่าสามารถสร้างยันต์เลียนแบบยันต์สามภูเขาที่ไม่ต้องผลาญบุญกุศล แค่ค่อนข้างจะเปลืองเงินออกมาได้จริงๆ?!
เซี่ยโก่วถามอย่างสงสัย“วาดยันต์สามภูเขาผิดกฎสวรรค์หรือ?”ทำไมข้าถึงไม่รู้ว่าอาจารย์ซานซานจิวโหวมีความพิถีพิถันเช่นนี้อยู่ด้วย ก่อนหน้านี้ตนลองทำของเลียนแบบอยู่หลายครั้งก็ยังไม่ได้ชักนำสายตาของสหายยุคบรรพกาลคนนี้มานี่นา เห็นได้ชัดว่าเขาไม่สนใจเรื่องหยุมหยิมแค่นี้ แม้ว่านางกับอาจารย์ซานซานจิวโหวจะไม่สนิทกัน แต่นางกลับรู้เรื่องหนึ่งดี ในเรื่องของการถ่ายทอดมรรคาช่วงยุคบรรพกาล เขาก็ไม่ขี้เหนียวเลยจริงๆ ก่อนเกิดศึกเดินขึ้นฟ้า วิธีสมคบคิด เออ… วิธีบอกกล่าวแก่นักพรตของสถานที่ต่างๆ หลักๆ แล้วก็อาศัยการขึ้นเขาลงห้วย การวิ่งวุ่นเหน็ดเหนื่อยของเขากับลูกศิษย์ผู้สืบทอดกลุ่มนั้น
เฉินผิงอันทำจิตแห่งมรรคาให้มั่นคง“เจ้าวาดยันต์เป็นตั้งแต่เมื่อไหร่?”เซี่ยโก่วกะพริบตาปริบๆ ถามคำถามที่น่าเบื่อประเภทนี้ เจ้าขุนเขาหาเรื่องใส่ตัวหรืออย่างไร?
เฉินผิงอันตบหน้าผาก ใช่แล้ว เพียงแค่ให้นางได้ดูคาถาที่แกะสลักอยู่ริมขอบของตราประทับชิ้นนั้น การ “อนุมาน” ที่แม้กระทั่งธรณีประตูตนก็ยังคลำไปไม่เจอ นางกลับเข้าใจได้เพียงแค่การมองปราดเดียว
ก่อนที่เฉินผิงอันจะเรียกยันต์สามภูเขาออกมา ได้ย้ายหีบไม้ใบหนึ่งมาไว้นอกห้อง สิ่งที่บรรจุไว้ในหีบล้วนมีแต่ยันต์ ยันต์ใหญ่มีค่อนข้างเยอะ ล้วนเป็นยันต์ที่วาดออกมาตอนที่ขอยืมตบะขอบเขตสิบสี่มาจากลู่เฉินชั่วคราว
เซี่ยโก่วเดาความคิดของเจ้าขุนเขาออก เสี่ยงตายพูดทัดทานว่า“อย่าเผานะ เก็บไว้ดูก็ยังดี ไว้ให้เป็นที่ระลึก มองเห็นใครถูกชะตาเอาไปหลอกคนอื่น ทำลายตบะของเขาก็ยังได้…”ยันต์เป็นปึกๆ ที่วางอย่างเป็นระเบียบอยู่ในหีบ พูดถึงแค่ระดับขั้นนั่นก็ยอดเยี่ยมอย่างมากแล้ว หากใครเข้าใจผิดคิดว่าได้เก็บตกของดีชิ้นใหญ่ไป หรือทำการปัดแข้งปัดขากับเจ้าขุนเขา กว่าจะ “แย่ง” เอาไปได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เอาไปประลองวิชา หึ ใครเอาไปใช้ก็จะรู้ได้เอง
เฉินผิงอันส่ายหน้า ร่ายคาถาไฟบทหนึ่งออกมา สองมือสอดกันไว้ในชายแขนเสื้อ นั่งยองอยู่ข้างหีบ เพียงแค่บอกให้เซี่ยโก่วช่วยดูหีบไม้ให้หน่อย ยันต์มากมายขนาดนั้นติดไฟพร้อมกัน…. กลัวว่าจะทำลายพื้นที่ประกอบพิธีกรรมแห่งนี้