ตอนที่ 3265
บทที่ 1179.1 ฟ้าห้า คนห้า
October 21, 2026
เดินไปดูไป เจียงเซ่อรู้สึกว่าซิวหูผู้นั้นพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง น่าเสียดายที่เกิดมาข้างหมื่นปี น่าเสียดายจริงๆ หลังจากที่เขาออกมาจากฉู่โจวก็เดินเล่นไปกับคนรักตลอดทาง จนกระทั่งมาถึงเมืองหลวงสำรองต้าหลี ไม่ได้เข้าไปในเมือง ไปเดินอยู่ริมตลิ่งของลำน้ำใหญ่เจียงเซ่อยิ้มพูดอย่างปลงอนิจจังว่า “คุณสมบัติในการฝึกวรยุทธของเผยเฉียนดีจริงๆ มองออกเลย และการสอนหมัดของชุ่ยเฉิงที่เรือนไม้ไผ่ก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน หากเปลี่ยนให้เฉินผิงอันที่เป็นอาจารย์มาสอนหมัดป้อนหมัด เหอะ ทุกวันนี้เผยเฉียนจะเป็นขอบเขตเดินทางไกลได้หรือไม่อีกก็ยังไม่น่าจะมีลุ้น”ใบหน้าอู๋เหยียนเต็มไปด้วยความเดือดดาล “ไม่จบไม่สิ้นสักทีนะเจ้า? มโนธรรมในใจถูกสุนัขกินไปแล้วหรือ?!”
เจียงเซ่อเอ่ย “ข้าก็แค่พูดความจริง ไม่ได้ใส่ร้ายเขาสักหน่อย”
พูดถึงแค่ปราณกระบี่สิบแปดหยุดที่เผยเฉียนได้เรียนในอดีตแล้ว ไปติดขัดอยู่ที่ปราณกระบี่สามหยุด หากเป็นเฉินผิงอันก็ต้องหยุดชะงัก ไม่อาจเดินหน้าต่อได้แน่ ไหนเลยจะกล้าลงมืออย่างส่งเดช แต่เผยเฉียนกลับไม่แยแสสักนิด สถานที่แห่งนี้ไม่รั้งนายท่านไว้ ก็ต้องมีที่อื่นที่รั้งนายท่านไว้ นางเกิดความคิดบรรเจิด บุกเบิกเส้นทางสายใหม่ในการโคจรปราณกระบี่ แล้วนางก็ทำสำเร็จได้จริงๆเจียงเซ่อคิดว่าจะเดินเล่นกันไปเรื่อยๆ จนถึงนครมังกรเฒ่าที่อยู่ทางใต้สุดของทวีป ได้ยินมาว่าวันที่เก้าของเดือนหนึ่ง นครมังกรเฒ่ามีธรรมเนียมที่ว่า “วันเกิดเทียนกง” จะจัดโต๊ะสูงต่ำสามตัว จุดธูปก้านยาว กราบไหว้ฟ้าขอพรแล้วค่อยนั่งโดยสารเกาะกุ้ยฮวาของที่นั่น เรือนหลังเล็กที่มีอีกชื่อว่า “ฉานกง” ได้ถูกเฉินผิงอันส่งต่อให้เผยเฉียนแล้ว ส่วนกุ้ยฮูหยินอันที่จริงก็คือคนรู้จักเก่าของพวกเขาสามีภรรยา ระหว่างนั้นยังสามารถแวะไปดูจวนวารีของสุ่ยจวินแห่งมหาสมุทรบูรพาได้อีกด้วยอู๋เหยียนเอ่ย “พวกเราน่าจะทำอะไรบ้างนะ”
เจียงเซ่อกล่าว “ผู้ที่พิทักษ์ภูเขาลั่วพั่วก็คือเจ้าคนที่ปักปิ่นไม้นั้น ข้าไม่น่าจะทำอะไรเขาได้หรอกกระมัง”
อู๋เหยียนขมวดคิว “อย่าพูดจาเหลวไหล พูดเป็นการเป็นงานหน่อย”
เจียงเซ่อเอ่ย “ไม่ต้องพูดถึงจงเชียนนั่นแล้ว ข้ายังชี้แนะวิชาหมัดให้เฉินยวนจีไปด้วยไม่ใช่หรือ? แล้วยังมีเด็กหนุ่มที่ชื่อเฉาอินที่อยู่ภูเขาด้านหลังนั่นอีก”
อู๋เหยียนเอ่ยอย่างขำๆ ปนฉุน “ช่างเป็นวาสนาที่ยิ่งใหญ่เหลือเกิน! เจ้าคนแซ่เจียง คิดว่าตัวเองยังเป็นปฐมบรรพบุรุษสำนักการทหารอยู่จริงๆ หรือ?”เจียงเซ่อเอ่ยอย่างอ่อนใจ “เจ้าเด็กนั่นเป็นคนชอบทรัพย์สินเงินทอง ข้าก็จะไปทั่วทวีปไปเอาร่างจำแลงของบรรพบุรุษเงินเกล็ดหิมะมาจากคลังสมบัติของสกุลหลิวอย่างไรล่ะ เรื่องดีมาเป็นคู่ แล้วค่อยลักพาตัวอีกคนมาด้วยกันเลย? ส่งไปให้ที่ภูเขาลั่วพั่ว ปัญหาคือข้ากล้าส่งไปให้เขาจะกล้ารับไว้ไหม?”ผู้คุ้มกฎฉางมิ่งของภูเขาลั่วพั่วมีฉายาว่าหลิงชุน และยังมีจิ่งชิงสาวใช้ข้างกายผู้ฝึกกระบี่ตู้ซานอิน พวกนางต่างก็เป็นสิ่งมีชีวิตที่มหัศจรรย์ประเภทนี้สตรีเหมือนจะครุ่นคิดอย่างจริงจังอยู่พักหนึ่ง ก่อนเอ่ยเบาๆ ว่า “ข้าว่าสามารถทำได้นะ”เจียงเซ่อนวดคลึงหว่างคิว รู้สึกเสียใจภายหลังที่เสนอเรื่องนี้ สตรีซักถาม “เจ้าคิดว่าอย่างไร?”เจียงเซ่อเอ่ยเยาะเย้ยตัวเอง “หลิวจูเป่าไม่ได้ขาดอะไรสักหน่อย จะให้ข้ามาวาดขนมเปี๊ยะให้เขากินหรือ?” สตรีปิดปากหัวเราะคิกคัก “ในที่สุดก็ยอมรับเสียที”กลุ่มคนของพื้นที่มงคลรากบัวออกมาหาประสบการณ์ข้างนอก มาขึ้นเรือที่ท่าเรืออวี๋หลิน โดยสารเรือข้ามทวีปลำหนึ่งของสกุลหลิว ลำคลองหลวม่าแห่งอุตรกุรุทวีปข้ามผ่านน่านน้ำมหาสมุทรที่กว้างใหญ่ไพศาลมองไม่เห็นจุดสิ้นสุด ในที่สุดก็มองเห็นพื้นดินไปถึงนครมังกรเฒ่าที่ถูกขนานนามว่าเป็นแหล่งผลาญเงิน สามารถลงจากเรือไปเดินเที่ยวได้สองชั่วโมงไปถึงร้านรวงต่างๆ ก็แค่บอกชื่อของสกุลหลิวไป จากนั้นแสดงป้ายหยกของเรือข้ามฟากค่าใช้จ่ายทุกอย่างจะได้ส่วนลดสองส่วน เรือข้ามฟากรับประกันว่าหากพ่อค้าของนครมังกรเฒ่ากล้าขึ้นราคาก่อนแล้วค่อยลดราคา หากถูกจับได้จะต้องชดใช้ให้สกุลหลิวลำคลองหลวม่าหนึ่งต่อสิบพวกเขาจึงหาเหลาสุราแห่งหนึ่งที่ปักธงคำว่า “อาหารเลิศรสหายาก”ในกระเป๋ามีเงินสั่งอาหารมากินดื่มก็ไม่ต้องกระวนกระวายใจนั่งลงแล้วได้ยินว่าฟ่านจวินเม่าแห่งมหาบรรพตทักษิณ ฉายาว่า “ชุ่ยเวย”ฟ่านเสินจวินกำลังจะจัดงานเลี้ยงท่องราตรีพวกเขาพบว่าบุคคลที่มีมาดแห่งเซียนหลายคนซึ่งนั่งกันอยู่ที่โต๊ะเหล้า ต่างก็มีท่าทางเหมือนคนดื่มเหล้าดับทุกข์แต่ละคนได้แต่ยิ้มจืดเจื่อน แต่ไม่กล้าบ่นอะไร อย่างมากก็แค่พึมพำเบาๆ ว่าเสินจวินพวกนี้จะเอาชีวิตพวกเราแท้ๆนครมังกรเฒ่ามีเรือข้ามฟากและเรือยนต์ที่สามารถตรงไปยังท่าเรือของมหาบรรพตทักษิณได้โดยเฉพาะโดยสารเรือพวกนี้ไม่ต้องจ่ายเงินเกล็ดหิมะหนึ่งเหรียญพวกซุนหว่านเหยียนมักจะได้เห็นสีหน้าประหลาดของคนทั้งหลายที่เหมือนรู้ทั้งรู้ว่าลงเรือโจร แต่กลับจำเป็นต้องก้าวลงไปตอนที่จ่ายเงินเหลาอาหารเลิศรสที่มีทั่วแจกันสมบัติทวีปราวกว่าบุปผาผลิบาน ถึงกับลดราคาถึงห้าส่วนซุนหว่านเหยียนรู้สึกว่าน่าสนใจ สอบถามเถ้าแก่ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้?เถ้าแก่อธิบายว่าเป็นกฎที่เจ้าของร้านเป็นคนตั้งไว้ขอแค่เป็นแขกผู้สูงศักดิ์ที่มาจากอุตรกุรุทวีปที่มากินข้าวที่ร้านจะได้ลดห้าส่วน เหมือนกันหมดทุกคนผู้ฝึกตนทำเนียบที่เพิ่งได้ออกมาหาประสบการณ์ครั้งแรกอย่างหลัวฟู่เม่ยไร้เดียงสาไม่เข้าใจเรื่องทางโลกถามเถ้าแก่ไปประโยคหนึ่งว่า ลดห้าส่วนแบบนี้เหลาสุราจะยังได้กำไรหรือ?เถ้าแก่ยิ้มไม่ตอบ ในใจของหลัวฟู่เม่ยพอจะมั่นใจได้บ้างแล้วกำไรของร้านอาหารเลิศรสแห่งนี้สูงจนน่ากลัว ที่แท้พวกลูกค้าจากแจกันสมบัติทวีปก็ล้วนเป็นเหมือนหมูอ้วนพีที่วิ่งเข้ามาให้เชือดถึงที่ก่อนหน้านี้พวกเขา “คุ้มครอง” เหล่าทายาทของตระกูลเซียน และตระกูลขุนนางเก่าที่พักอาศัยอยู่ในพื้นที่มงคลรากบัวมานานหลายปีไปส่งให้พวกเขาได้หวนกลับไปยังใบถงทวีปที่เป็นบ้านเกิดอีกครั้งโจวอันดับหนึ่งพูดได้ดี ชายหญิงจับคู่กันออกเดินทางหาประสบการณ์ก็สามารถช่วยเพิ่มบุปผาลงบนผ้าแพรให้กับภูเขาสายน้ำที่ยิ่งใหญ่งดงามได้ผู้ฝึกตนหญิงซุนหว่านเหยียนมีฉายาว่าหลิงฝู คือผู้ฝึกตนสายยันต์คนแรกในประวัติศาสตร์ของพื้นที่มงคลช่วงนี้นางกำลังศึกษาตำรายันต์เซียนสองเล่มพอดี เล่มหนึ่งเป็นตำราส่วนตัวที่เจ้าสำนักชุ่ยแห่งสำนักกระบี่ชิงผิงมอบให้อีกเล่มหนึ่งซื้อมาจากโจวเฝยโดยเชื่อเงินไว้ก่อนด่านในการฝึกตนหลายด่านที่คิดเป็นร้อยตลบก็ยังไม่เข้า รวมถึงอุปสรรคบนเส้นทางของการฝึกตนแค่อ่านตำราก็เหมือนสมองได้เปิดกว้าง ซุนหว่านเหยียนอดทอดถอนใจอย่างปลงอนิจจังไม่ได้ว่าตนอยู่ในพื้นที่มงคลมานานก็ไม่ต่างจากกบใต้บ่อ หากมีโอกาสวันหน้าจะต้องไปเปิดโลกกว้างที่ภูเขาเถาฝูของทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางให้จงได้ต่อให้จะรู้ว่าธรณีประตูของอีกฝ่ายสูงเกินครึ่งก็น่าจะต้องกินน้ำแกงประตูปิด แต่นางก็จะต้องไปยืนแหงนมองที่หน้าประตูภูเขาสักพักแล้วค่อยกลับ ถึงจะถือว่าการเดินทางมาในครั้งนี้ไม่เสียเที่ยวหลัวฟู่เม่ยแห่งแคว้นหู นางแค่หาข้ออ้างมาร่วมวงความสนุกเท่านั้น อยู่ในแคว้นหูที่ปิดภูเขานานเข้าก็เบื่อจริงๆเวลานี้หลัวฟู่เม่ยยังไม่รู้ว่าตนกำลังจะได้เข้าไปฝึกประสบการณ์ที่กรมอาญาของต้าหลีอีกเดี๋ยวจะได้ครอบครองป้ายผู้ถวายงานที่ผู้ฝึกตนทั้งทวีปปรารถนาแม้ในยามหลับฝันแล้วคนอื่นๆ ที่เหลือล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธเฮ้อฉีโจวปรมาจารย์หญิงด้านวิถีวรยุทธของเจียงโจวแคว้นซงไล่เฉานี่มือกระบี่ที่เชี่ยวชาญทั้งด้านบุ๋นและด้านบู๊ได้เป็นผู้ฝึกยุทธขอบเขตร่างทองแล้วจอมยุทธพเนจรหยวนหวงที่มีความรู้สึกเหมือน “ยิ่งใกล้บ้านเกิดก็ยิ่งขลาดกลัว”และอู๋เจียงมือดาบที่เอ้อระเหยลอยชายหยวนหวงไปภูเขาลั่วพั่วครั้งนี้ด้วยความจริงใจอย่างถึงที่สุด มีแค่ความคิดเดียวเท่านั้นนั่นคืออยากจะขอกราบอาจารย์เล่าเรียนวิชาจากเซียนกระบี่เฉินที่เคยถ่ายทอดมรรคาที่อารามต้ามู่