ตอนที่ 3271
บทที่ 1181.1 เรื่องเล่าประหลาด
October 21, 2026
เคยมีขุนนางกรมอาญาต้าหลีเปรียบเปรยอย่างเห็นภาพมาก บอกว่าเอกสารคำให้การทุกฉบับที่อยู่ในกองตรวจสอบกำกับล้วนเป็นชีวประวัติย่อของนักฆ่าที่เขียนอย่างกระชับเรียบง่าย แม้จะสั้นมากแต่กลับตระการตาเปี่ยมไปด้วยสีสันโรงเตี๊ยมในตลาดแห่งหนึ่งที่เรียบง่ายธรรมดาของเมืองหลวงแคว้นชิว ซูหลางได้เปลี่ยนชุดแต่งกายใหม่แล้วย้อนกลับมาที่นี่ ในห้องยังมีเกาโหยวผู้เป็นลูกศิษย์นั่งตัวตรงอย่างสำรวม ถึงอย่างไรก็ยังกังวลว่าอาจารย์ออกไปข้างนอกคราวนี้จะเกิดเรื่องไม่คาดฝันซูหลางหยิบกล่องไม้ใบหนึ่งออกมาจากห่อสัมภาระ หยิบสี่สมบัติของห้องหนังสือออกมาจากด้านใน นั่งลงแล้วก็เริ่มฝนหมึก หลับตาทาสมาธิอยู่ครู่หนึ่งก็หยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มหมึก แล้วเริ่มเขียนบันทึกถึงสิ่งที่ตัวเองได้พบเจอระหว่างการเดินทางมาเยือนเมืองหลวงแคว้นชิว และการลอบฆ่าในหอโคมเขียวอดทนเอาไว้ไม่ถามอะไร เกาโหยวนั่งอยู่บนม้านั่งตัวยาวมองไปยังแผ่นหลังของซูหลาง ในที่สุดก็ทนไม่ไหวถามเสียงเบาว่า “อาจารย์ ท่านกำลังเขียนอะไรอยู่หรือ?”ซูหลางกล่าว “บันทึกอย่างละเอียดเอาไว้ให้กรมอาญาต้าหลีอ่าน” เกาโหยวร้องอ้อหนึ่งทีไม่กล้าถามอะไรมากซูหลางลังเลเล็กน้อย ก่อนจะกวักมือให้เกาโหยวมานั่งลงข้างโต๊ะ ยื่นกระดาษสองแผ่นที่ตัวเองเขียนส่งไปให้ เขียนถึงช่วงก่อนที่หวงเจี่ยจะถูกบุปผางามแห่งหอโคมเขียวลอบโจมตีพอดี ซูหลางเอ่ยว่า “จำไว้ว่าอ่านแล้วก็ลืมไปซะ”เกาโหยวอ่านกระดาษทั้งสองแผ่นอย่างละเอียดจนจบ นอกจากจะฝึกเวทกระบี่ขัดเกลาเรือนกายแล้ว ช่วงที่ผ่านมานี่เขาก็อ่านตัวอักษรออกอีกหลายคำ เด็กหนุ่มจึงพูดชวนคุยว่า “อาจารย์ หากเป็นข้าจะต้องระวังบุปผางามผู้นั้นเป็นพิเศษแน่นอน”
ซูหลางถาม หน้าไม่เปลี่ยนสี “ทำไมล่ะ?”
เกาโหยวตอบ “เห็นได้ชัดว่าหวงเจี่ยผู้นี้คือผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ในการลอบฆ่าแล้ว แต่อยู่ในห้องที่มีคนอยู่น้อยกลับดันทำให้บุปผางามซึ่งหากนอนกับนางคืนหนึ่งต้องจ่ายเงินถึงสองสามร้อยตำลึงตื่นขึ้นมาเห็นการลอบฆ่าโดยบังเอิญ? หากเป็นข้า ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางจะเป็นแค่หญิงคณิกาที่ตื่นตกใจ อีกอย่างระมัดระวังย่อมขับเรือได้นานหมื่นปี ไปที่บ่อนพนันยังพอพึ่งดวงได้ แต่การทำงานที่ต้องเอาหัวผูกไว้บนเข็มขัดกางเกงเช่นนี้ จะเดิมพันชีวิตกันอย่างส่งเดชไม่ได้ ในเมื่อไม่อาจฆ่าคนได้ตามใจชอบ ก็ต้องทุบนางให้สลบไปก่อนในทันที”“หากบุปผางามผู้นั้นเป็นคนชั่วจริงๆ สมมตินะ หากไม่เป็นเพราะหวงเจี่ยประมาทก็ต้องเป็นเพราะทั้งสองฝ่ายรู้จักกันมานานแล้ว แต่กังวลว่ากำแพงมีหูประตูมีตายกตัวอย่างเช่นหากอาจารย์ท่านไม่ได้อยู่ข้างนอกจับตามองเขาอยู่ล่ะ? แต่แบบนี้ก็เหมือนจะไม่ถูกนะ หากว่ารู้จักกัน บุปผางามผู้นั้นแค่แกล้งนอนหลับไปก็พอแล้ว ผู้ฝึกยุทธอย่างพวกเราไม่อาจรวมเสียงให้เป็นเส้นแอบฟังบทสนทนาของผู้อื่นได้เสียหน่อย ไม่ถูก ไม่ถูกอีกนั่นแหละ อาจารย์ ข้าก็เดาไปส่งเดชอย่างนั้นเอง”ในตรอกบ้านเกิดของเด็กหนุ่มก็มีแค่คนงานเตาเผาที่ได้รับค่าแรงต่ำสุดกับหญิงโสเภณีเถื่อนที่ยืนพิงประตูโปรยยิ้มเรียกลูกค้าเท่านั้นดังนั้นพอได้เห็นค่าใช้จ่ายที่เขียนบนกระดาษว่าหนึ่งคืนสามร้อยตำลึงเงิน เกาโหยวก็หนังตากระตุกทันทีบุปผางามผู้นั้นคือสตรีที่ทั่วทั้งร่างทำมาจากทองอย่างนั้นหรือซูหลางคลี่ยิ้ม พยักหน้า “อาจารย์มองเจ้าไม่ผิดไปเลย คือวัตถุดิบที่ดีในการเป็นสายลับจริงๆ”
เนื้อหาที่ตนเขียนหลังจากนั้นก็ไม่ให้เจ้าเด็กนี่อ่านแล้วส่วนความจริงจะเป็นอย่างไร กองตรวจสอบของกรมอาญาย่อมมีการพิจารณาเป็นของตัวเองเกาโหยวเกาหัวซูหลางแกล้งขมวดคิว ถามด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ “ทำไมถึงมีความคิดประหลาดมากมายขนาดนี้?”
เกาโหยวมีสีหน้ากระอักกระอ่วน แต่ก็ตอบไปตามความจริงว่า“อาจารย์ เป็นคนล้วงกระเป๋าก็ไม่ง่ายเหมือนกันนะ ข้ากับว่านเหยียนทำอาชีพนี้มาตั้งแต่หกขวบ ไม่ได้มีครูสอนหรอกล้วนเป็นความเข้าใจด้วยตัวเองโดยไม่มีใครสอน มองคนไม่แม่น ลงมือไม่รวดเร็วก็จะจะต้องโดนซ้อมโดนตบจนหมุนคว้างอยู่ที่เดิมหลายตลบคือเรื่องที่เกิดขึ้นประจำมีครั้งหนึ่งว่านเหยียนถูกคนเตะอย่างทารุณ กลายเป็นว่าทิ้งต้นต่อของโรคเอาไว้ดังนั้นทุกครั้งที่เสียเปรียบ ถูกต่อยจนหน้าบวมจมูกเขียว ภายหลังพวกเราสองคนก็จะมาช่วยกันวางแผนตรวจสอบหาช่องโหว่ให้ดีๆ”ซูหลางยิ้มเอ่ย “ไม่ว่าทำอาชีพใด หากมุ่งมั่นก็เป็นยอดฝีมือได้”
เกาโหยวเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก ขอแค่อาจารย์ไม่ขับตนออกจากสำนัก แค่โดนดูแคลนบ้างเล็กน้อยก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องน่าน้อยเนื้อต่ำใจอะไรซูหลางจึงบอกเรื่องวงในบางอย่างให้ลูกศิษย์คนนี้ได้รับรู้มากขึ้น“หวงเจี่ยจับตามองพวกชนชั้นสูงในราชสำนักแคว้นชิว ข้าก็รับผิดชอบจับตามองหวงเจี่ยอีกทีเพื่อป้องกันเรื่องไม่คาดฝันปลาบางตัวอาจหลุดลอดจากหว่างแหไปได้ หรือไม่บางทีข้างกายของขุนนางที่เป็นเศษสวะไร้ประโยชน์พวกนั้นก็อาจมียอดฝีมือซ่อนตัวอยู่แน่นอนว่าข้าเองก็ต้องตรวจสอบควบคุมหวงเจี่ยผู้นี้เช่นกัน ป้องกันไม่ให้เขามีการกระทำอะไรที่เจตนาไม่บริสุทธิ์ รวมไปถึงการกระทำที่ละเมิดข้อห้าม”“บันทึกที่เขาส่งไปให้กับกรมอาญา กับเนื้อหาที่ข้าส่งไปให้ รายละเอียดทุกอย่างล้วนต้องสอดคล้องต้องกันอย่างแนบสนิทหากขุนนางกองตรวจสอบของกรมอาญาสังเกตเห็นช่องโหว่ใดๆ ก็จะต้องมีการตรวจสอบซ้ำเบาหน่อยก็คือพวกเราต้องไปเยือนกรมอาญาที่เมืองหลวงหนึ่งรอบ รุนแรงหน่อยก็คือส่งคนมาสอบถามพวกเราต่อหน้าหลางจงกองคัดเลือกทหารของกรมอาญาก็คือคนที่รับผิดชอบจับตามองพวกเราส่วนจ้าวเหยารองเจ้ากรมอาญาก็คือขุนนางที่รับผิดชอบจับตามองขุนนางพวกนี้อีกทีส่วนใครจะเป็นคนรับผิดชอบจับตามองจ้าวเหยา ทุกวันนี้ในราชสำนักจะมีบุคคลที่เป็นเช่นนี้หรือไม่ สวรรค์เท่านั้นที่รู้”เกาโหยวทอดถอนใจอย่างตกตะลึง “พูดอย่างนี้ รองเจ้ากรมจ้าวผู้นั้นก็คือขุนนางสวรรค์จริงๆ แล้ว”
ซูหลางหัวเราะ “พูดแบบนี้ก็ไม่ผิด”เกาโหยวถามอย่างใคร่รู้ “ครั้งนี้ลงมือกับแคว้นชิว ต้าหลีของพวกเรามียอดฝีมือมาเยอะเลยใช่ไหม?”ซูหลางพยักหน้า“อาจารย์ก็แค่คนที่ทำเรื่องเป็นรูปธรรม ไม่เข้าร่วมการวางแผน แต่ก็เรียบง่ายอย่างมาก