ตอนที่ 3272
บทที่ 1181.2 เรื่องเล่าประหลาด
October 21, 2026
ต่อให้จะรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นถึงรองเจ้ากรม แต่เกาโหยวก็ไม่กลัวเลยจริงๆ เขาพูดเสียงเบาว่า “ข้าไม่ใช่คนโง่สักหน่อย”
ซูหลางกลัวว่าเกาโหยวจะพูดผิดจึงได้แต่บากหน้ายิ้มอธิบายว่า “เกาโหยว รองเจ้ากรมเฉาผู้นี้ก็คือใต้เท้ารองเจ้ากรมขุนนางของเมืองหลวงต้าหลีพวกเรา ไม่ใช่คนของแคว้นชิว ”เกาโหยวเหลือบมองน้ำเต้าบรรจุเหล้าของเฉาเกิงซินแล้วหัวเราะหึ พูดด้วยสีหน้าเขินอาย “อาจารย์ ข้าเดาได้อยู่หรอก แต่แค่ไม่กล้าคิดเป็นจริงก็เท่านั้น”รองเจ้ากรมเฉาแห่งกรมขุนนางในเมืองหลวงแห่งนั้นมีใครบ้างที่จะไม่รู้จักเขา ชาติกำเนิดอันดับหนึ่ง ความสามารถอันดับสอง ตำแหน่งขุนนางอันดับสาม พฤติกรรมอันดับสุดท้าย ชอบสุราและนารี ขึ้นชื่อว่าไม่ทำอะไรเป็นการเป็นงาน เอ่ยประโยคที่ไม่น่าฟังสักหน่อยก็คือชื่อเสียงฉาวโฉ่ไปทั่วทุกหัวถนนทว่าเด็กหนุ่มที่ไม่สนใจเรื่องทางโลกซึ่งทำมาหากินอยู่กับพื้นดินอย่างพวกเกาโหยว ทุกครั้งที่คุยเล่นกัน พูดถึงรองเจ้ากรมเฉาที่ดูเหมือนว่าจะมีข้อดีแค่อย่างเดียวคือเข้ากับคนได้ง่าย กลับรู้สึกอิจฉาเขาอย่างมาก ต่างก็พูดกันว่ารองเจ้ากรมเฉาเริ่มขายภาพวังวสันต์มาตั้งแต่ตอนเป็นเด็กแล้ว ในหมู่ชาวบ้านของเมืองหลวงเล่าลือกันจนน่าเหลือเชื่อ ไม่รู้ว่าจริงหรือเท็จเฉาเกิงซินนั่งลงบนม้านั่งยาว สองมือสอดรองไว้ใต้ท้ายทอย เอนตัวไปด้านหลังด้วยความเคยชิน แล้วก็ต้องตกใจสะดุ้งโหยง รีบลุกขึ้นมานั่งตัวตรง สีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย เอ่ยว่า “ข้าอยู่ที่เรือกระบี่ไม่ได้รับความสนใจมากที่สุด แม้ว่าจะลดตำแหน่งขุนนางไปหลายคน แต่ก็เลื่อนตำแหน่งให้ขุนนางหลายคนเหมือนกันนะ เหมือนอย่างหวงเจี่ย แม้จะบอกว่ามีข้อบกพร่องอยู่บ้าง ทำอะไรไม่รอบคอบมากพอ แต่คุณความชอบก็เป็นของจริงที่จับต้องได้ ควรต้องเลื่อนขั้นให้เขานะ ผลคือยังจะถูกนายท่านขุนนางที่ตำแหน่งขุนนางค่อนข้างใหญ่หลายคนชี้หน้าด่า คาดว่าหากข้ากล้าเถียงแม้แต่ครึ่งคำ พวกเขาก็กล้าเอามีดมาพาดคอข้าแล้ว บังเอิญที่แม่นางโจวสังเกตเห็นคนสนิทคุ้นเคยอย่างเจ้าอยู่ที่นี่ พวกเราก็เลยดอดมาหลบหาความสงบที่นี่เสียเลย ให้รองเจ้ากรมจ้าวออกหน้าลุย รับฟองน้ำลายพวกนั้นไปคนเดียว”ถึงอย่างไรเกาโหยวก็ยังไม่เคยฝึกฝนในที่ว่าการมาก่อน เด็กหนุ่มรู้สึกเพียงว่าคำพูดคำจาของรองเจ้ากรมเฉาตลกขบขัน ไม่ไปเป็นนักเล่านิทานก็ช่างน่าเสียดายจริงๆ แต่ซูหลางกลับรู้ดีว่าเป็นกาารลดขั้นแบบใดถึงทำให้คนทั้งหลายซึ่งมีแม่ทัพหานโจวเป็นหนึ่งในนั้นเดือดดาลปานฟ้าผ่า ยอมที่จะเป็นปรปักษ์กับรองเจ้ากรมขุนนางที่มีแซ่สกุลของเสาค้ำยันแคว้นผู้นี้โดยตรงพูดง่ายๆ ก็คือ ครั้งนี้ไม่เพียงแต่ลงดาบกับแคว้นชิวเท่านั้น ในวงการขุนนางของหานโจวต้าหลีก็ถูกลงดาบไปด้วย
โจวไห่จิงยิ้มเอ่ย “บรรยากาศตึงเครียดจนเกือบจะตีกันแล้ว พวกนายท่านใหญ่ทั้งหลายมาหลบอยู่ด้านหลัง สตรีสองคนช่างอาจหาญกล้าหากันเหลือเกิน แล้วลองหันไปดูจ้าวเหยาสิ เขาทำอย่างไร เป็นขุนนางรองเจ้ากรมเหมือนกัน เขาไม่เพียงไม่ถอยหนีกลับบุกขึ้นหน้ายื่นนิ้วชี้หน้าด่าซือถูซีหวงผู้ว่าการมณฑลกับหลู่ส่งแม่ทัพหานโจว พวกเขากล้าเถียงไหม? รองเจ้ากรมจ้าวด่าขุนนางใหญ่ในพื้นที่ศักดินาสองคนนั้นราวกับด่าหลานตัวเองอย่างไรอย่างนั้น”เฉาเกิงซินเงยหน้ากระดกดื่มเหล้าอีกหนึ่งเอื้อก เอ่ยอย่างอ่อนใจว่า “คนเปรียบเทียบกับคนชวนให้คนโมโหตาย มารดามันเถอะ วันหน้าข้าจะไปทำงานในกรมอาญาแล้ว อยู่ในกรมขุนนางนี่ร้อนกันจริงๆ”ซูหลางถามหยั่งเชิง “ต่อจากนี้คือต้องหาคนมาเสริมตำแหน่งที่ว่างลงหรือ? ยังต้องให้มีคนจับตามองอีกช่วงระยะหนึ่งหรือไม่?”
โจวไห่จิงจุปากด้วยความทึ่ง เฉาเกิงซินพยักหน้า “ตำแหน่งที่ว่างลงพวกนั้น หมวกขุนนางที่หล่นจากหัวของเจ้าของเก่า ไม่ว่าจะเป็นขุนนางเมืองหลวงหรือแม่ทัพประจำท้องถิ่น ต่างก็มีตัวเลือกสำรองคนสองคนที่มีการเลือกไว้ล่วงหน้าแล้วซึ่งจะเข้าไปแทนที่ ยกตัวอย่างตำแหน่งของจวงฟ่านอัครเสนาบดีกับโต้วเหมยแม่ทัพใหญ่ ในราชสำนักของแคว้นชิง ต้องมีการแก่งแย่งกันเอง และยังมีหานเอ้อที่เพิ่งจะขึ้นครองราชย์ก็บังเอิญกับที่โอรสสวรรค์หนึ่งรัชสมัยก็ต้องมีขุนนางหนึ่งรัชสมัย ดังนั้นราชสำนักแคว้นชิวกับวงการขุนนางในท้องถิ่น โดยภาพรวมแล้วยังถือว่าพูดง่าย ค่อนข้างจะง่ายดาย ส่วนจวนเซียนบนภูเขากับพรรคในยุทธภพก็ยิ่งง่ายเลย ไม่ถือเป็นเรื่องอะไรได้ด้วยซ้ำ”“แน่นอนว่าก็มีบางตำแหน่งที่ในระยะเวลาสั้นๆ ยังไม่มีคนเข้ามาแทนที่ได้ซึ่งค่อนข้างจะยุ่งยากยกตัวอย่างเช่นสำนักศึกษาในสถานที่ต่างๆ ในส่วนของกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของปัญญาชนนอกราชสำนักต้องมีการสิ้นเปลืองกำลังค่อนข้างมากนอกจากพวกนักเล่านิทานที่กรูกันเข้ามาในแคว้นชิวซึ่งแค่ต้องท่องตามตำราอย่างเคร่งครัดแล้ว คาดว่าก็น่าจะยังต้องมีบทเพลงพื้นบ้านที่ร้องได้คล่องปากอีกส่วนหนึ่งบวกกับคำทำนายสองสามประโยคที่แพร่หลายกว้างขวาง แต่ก็ยังถือว่าไม่ยาก สรุปก็คือยังอยู่ในช่วงเวลาที่จวนราชครูคาดการณ์ไว้ส่วนผลลัพธ์จะเป็นอย่างไร ก็ยังต้องรอดูอีกสองสามเดือน”เกาโหยวเหมือนกำลังฟังภาษาสวรรค์
ซูหลางอารมณ์ซับซ้อนอย่างถึงที่สุด ฝืนนิสัยพูดมาประโยคหนึ่งว่า “ไม่กล้าคิดเลย”เฉาเกิงซินหัวเราะ “ต่างคนต่างก็มีความไม่กล้าเชื่อ”เมืองหลวงต้าหลี พูดถึงแค่สิบสองคนของแผนภูมิดิน ช่วงนี้อวี้อวี๋ก็ไม่ใช่ว่าใกล้จะคิดไม่ตกตายอยู่แล้วหรอกหรือ?แล้วยังมีองค์ชายซ่งซื่อที่ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันสักเท่าไรตอนที่ราชครูชุ่ยอยู่ ทุกอย่างล้วนรอบคอบรัดกุม ทุกจุดล้วนโคจรได้อย่างราบรื่นถึงที่สุดราชครูชุ่ยไม่อยู่ เพิ่งจะผ่านไปได้แค่ไม่กี่ปีเอง บางสถานที่ของราชสำนักต้าหลีก็เริ่ม…อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง ไม่ต้องไปพูดถึงสิ่งที่อยู่ไกลตัว เอาแค่เลขานุการฝ่ายบุ๋นทั้งหลายที่อยู่ในจวนราชครู?โจวไห่จิงแห่งสายแผนภูมิดินก็ดี รองแม่ทัพหานโจวหวงเหมยเซียนก็ช่าง สังหารพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรจากบีบลูกเจี๊ยบให้ตายอยู่ในกำมือ แต่หากต้องมาอยู่ในวงการขุนนางอย่างแท้จริงล่ะ?แล้วนับประสาอะไรกับที่ผู้ฝึกบำเพ็ญตนต้องพิถีพิถันในเรื่องที่ต้องอยู่ห่างไกลจากเรื่องทางโลก จิตแห่งมรรคาไม่อาจถูกธุลีแดงบดบัง ร่างกายและจิตวิญญาณไม่ถูกเรื่องทางโลกผูกมัด คำกล่าวเหล่านี้ไม่ใช่คำพูดล้อเล่น
เฉาเกิงซินถามด้วยสีหน้าปกติ“ยังนัดแขกผู้มีเกียรติสองท่านมาเจอกันที่นี่ ผูถวายงานซูจะถือสาที่พวกเราเป็นนกพิราบยึดรังนกกางเขนหรือไม่?”ซูหลางลุกขึ้นยิ้มเอ่ย“ในเมื่อไม่ได้รับคำสั่งโยกย้ายเพิ่มเติมจากกรมอาญา ถ้าอย่างนั้นข้ากับลูกศิษย์เกาโหยว เดิมทีก็ต้องออกไปจากเมืองหลวงในทันทีอยู่แล้ว”เฉาเกิงซินยิ้มเอ่ย“น้องชายคนนี้ รบกวนผู้ถวายงานซูช่วยอบรมปลูกฝังให้ดี ให้ได้เรียนรู้ความสามารถที่สูงส่งแข็งแกร่งคราวหน้าเมื่อพวกเจ้าอาจารย์และศิษย์ไปรายงานผลปฏิบัติการที่เมืองหลวง สามารถไปนั่งในห้องทำงานของข้าได้ถึงอย่างไรกรมขุนนางกับกรมอาญาก็อยู่ในย่านหนันซวิน ห่างกันแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น”ซูหลางกุมหมัดเอ่ยลา “แน่นอน”
เท้าหน้าของอาจารย์และศิษย์คู่นี้เพิ่งจะจากไป เท้าหลังก็มีคนอีกสองคนมาเยือนทันทีคนหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา เหน็บพัดพับเล่มหนึ่งไว้หลังคอเสื้อ เหมือนลูกหลานตระกูลชนชั้นสูงที่เสเพลไม่ยึดติดในกรอบสตรีข้างกายสวมหมวกม่านคลุมหน้า ท่าทางคล้ายสาวใช้เขาก็คือรองเจ้ากรมหนุ่มที่ “ขานชื่อ” อยู่ในท้องพระโรง มีชาติกำเนิดยากจน เป็นเด็กหนุ่มอัจฉริยะคือจ้วงหยวนหลางที่มีชื่อติดกระดานทองคำ ได้เข้าไปอยู่ในสำนักฮั่นหลินหมุนเวียนไปฝึกประสบการณ์อยู่ในสองกรม อนาคตก้าวหน้ายาวไกลอายุสามสิบกว่าๆ ก็ได้เป็นรองเจ้ากรมของกรมหนึ่ง นอกจากนี้ปีนั้นยังเกือบจะถูกฮ่องเต้เฒ่าเลือกตัวเป็นราชบุตรเขยเส้นทางอนาคตการเป็นขุนนางของเส้าหว่านหลิงไม่มีอุปสรรคใดๆส่วนนางกำนัลถือกระบี่ผู้นี้มีชื่อว่าเหวยเสียนโหรว ตัดหัวของคนสามคนติดๆ กัน