ตอนที่ 202
บทที่ 215.1
October 21, 2026
กระบี่จงมา – บทที่ 215.1 เขียนคิ้วแต่งหน้า บทที่ 215.1 เขียนคิ้วแต่งหน้า โดย ProjectZyphon หญิงชราที่ใบหน้าไร้สีเลือดหลังงองุ้ม นางกำลังจ้องมองมายังคนทั้งสี่ที่อยู่นอกประตูเงียบๆ
บัณฑิตที่เคาะประตูเป็นคนขี้ขลาดมาก เห็นหญิงชราท่าทางน่าสะพรึงกลัวก็ถึงกับไม่กล้ามองสบตานางตรงๆ อีกทั้งยังไปหลบอยู่ด้านหลังเพื่อนตัวเอง รู้สึกเพียงว่าสวรรค์ไม่เหลือหนทางให้เดิน ชีวิตช่างยากลำบาก
บัณฑิตคนนี้ชอบอ่านตำราของร้อยเมธีมาตั้งแต่เด็ก จึงมักจะอ่านเจอเรื่องของภูตผีปีศาจที่มีแต่ความแปลกประหลาดพิลึกมหัศจรรย์จากปลายพู่กันของนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียง เรื่องราวและตัวละครในตำราเหล่านั้น ส่วนใหญ่จะสามารถแบ่งออกเป็นสองชนิด หนึ่งคือพวกที่ชอบประทินโฉมงดงาม คล้ายคลึงกับปีศาจจิ้งจอกที่หลงรักบัณฑิต อีกอย่างก็คือแบบบ้านตรงหน้านี้ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของผี ต่อให้ตอนที่เข้าพักตอนกลางคืน มองปราดๆ จะเห็นเค้าโครงเป็นบ้าน เห็นเสาคานแกะสลัก เห็นภาพวาดติดประดับ แต่พอโชคดีรอดมาได้จนถึงฟ้าสางแล้วกำลังจะจากไป กลับกลายเป็นว่าบ้านหลังนั้นเปลี่ยนมาเป็นสุสานร้างที่จิ้งจอกและกระต่ายวิ่งเข้าวิ่งออก
ลมฝนพัดโชย อากาศหนาวเย็นสะท้านไปถึงกระดูก บัณฑิตที่ถือคบเพลิงกล้าหาญมากกว่าสหายที่เดินทางมาด้วยกัน เขากระเด้งหีบหนังสือที่สะพายอยู่ด้านหลังให้เข้าที่หนึ่งครั้ง ถูมือหาความอบอุ่นพลางกล่าวพร้อมรอยยิ้มฝืดเฝื่อน “ท่านป้า ให้พวกเราค้างแรมสักคืนได้หรือไม่? ฝนข้างนอกนี้ตกหนักมาก สหายของเราคนหนึ่งทนหนาวไม่ไหวจนหมดสติไปแล้ว หากยังไม่มีสถานที่ให้หาไออุ่น จะผ่านพ้นคืนนี้ไปได้หรือไม่ก็ยังบอกได้ยาก หวังว่าท่านป้าจะช่วยเหลือ คิดเสียว่าช่วยชีวิตคนหนึ่งครั้งได้บุญยิ่งกว่าสร้างเจดีย์เจ็ดชั้น”
หญิงชราสีหน้าเคร่งเครียด พูดด้วยภาษาถิ่นที่ยากจะฟังเข้าใจคล้ายกำลังสอบถามอะไรบางอย่าง
ใบหน้าของบัณฑิตเต็มไปด้วยความขมขื่น ได้แต่อธิบายด้วยภาษาถิ่นแบบเดียวกับหญิงชรา
หญิงชรากลอกตาที่เหมือนดวงตาปลาตายคู่นั้นหันมาจับจ้องเฉินผิงอัน แล้วจู่ๆ ก็เอ่ยด้วยภาษาทางการของแจกันสมบัติทวีป “เป็นผู้ฝึกยุทธ์รึ?”
เฉินผิงอันพยักหน้ารับ
หญิงชรามองไปทางนักพรตหนุ่มที่เฉินผิงอันแบกไว้บนหลัง ด้านหลังของเขามีด้ามกระบี่ไม้ท้อโผล่ออกมา หลังจากหมดสติไป ลมหายใจของนักพรตจงซานกลับทอดยาวหนักแน่นยิ่งกว่าตอนที่ยังตื่นมีสติ นี่น่าจะเป็นความมหัศจรรย์ของผู้ฝึกลมปราณ ไม่ว่าจะอยู่ในจุดใดล้วนสามารถหวนกลับคืนสู่ธรรมชาติดั้งเดิม อยู่เหนือการคาดการณ์ของผู้คนได้เสมอ หญิงชราเห็นกระบี่ไม้ท้อเล่มนั้นแล้วก็หรี่ตาลง “เพื่อนของเจ้าคือนักพรตฝึกวิชาลัทธิเต๋า?”
เฉินผิงอันพยักหน้ารับอีกครั้ง
สุดท้ายหญิงชรามองไปยังบัณฑิตถือร่มที่ท่าทางหวาดกลัวคนนั้น “เป็นบัณฑิตรึ?”
บัณฑิตที่ตรงเอวห้อยหยกมันแพะส่ายหน้า “ไม่มีตำแหน่งเคอจวี่ ไม่ถือว่าเป็นบัณฑิต”
หญิงชรากระตุกมุมปาก เบี่ยงไหล่หลีกทางให้ “ในเมื่อต่างก็เป็นคนที่ซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา ถ้าอย่างนั้นก็เชิญเข้ามาเถอะ จำไว้ว่าหลังเข้ามาแล้ว แค่พักผ่อนอยู่ในห้องของใครของมันก็พอ อย่าเดินไปไหนเพ่นพ่าน หากรบกวนนายท่านของข้าก็ต้องรับผิดชอบผลลัพธ์ที่จะตามมาเอาเอง ในห้องมีถ่านและกระถางไฟ คุณชายทุกท่านใช้ได้ตามสะดวก ไม่ต้องถามให้มากความ ทุกคนที่มาเยือนล้วนถือเป็นแขก เจ้านายของข้าไม่มีทางคิดเล็กคิดน้อยด้วยเรื่องแค่นี้”
ตอนที่หญิงชราปิดประตู นางกวาดตามองไปรอบด้านครั้งหนึ่ง จากนั้นก็งับประตูใหญ่ปิดลงอย่างรวดเร็ว ประตูใหญ่ที่หนาหนัก เมื่อมาอยู่ในมือของชรากลับปิดลงดังปังอย่างง่ายดายราวกับเบาดุจขนนก
บ้านหลังนี้ไม่เล็กเลยจริงๆ น่าจะมีลานบ้านสี่ชั้น คนทั้งสี่ซึ่งรวมไปถึงเฉินผิงอันถูกจัดให้เข้าพักในเรือนใหญ่ชั้นสอง จากนั้นหญิงชราก็บอกกับพวกเขาว่าห้ามเดินไปยังเรือนที่อยู่ทางด้านหลัง ชายคาที่ตวัดงอนของตัวเรือนมีรูปสัตว์มงคล นก บุปผาและลายน้ำลายเมฆ ดอกไม้ที่ฉลุตรงบานหน้าต่างงามประณีต บนพื้นในตัวเรือนปูด้วยก้อนอิฐสีเขียวกับสีแดง ทางเดินหลักและทางเดินรองแยกจากกันอย่างชัดเจน มีระเบียบเป็นขั้นเป็นตอน
ระเบียงทางเดินเชื่อมโยงรอบห้องหลักและห้องรอง เพื่อสะดวกให้เดินได้สบายๆ ในช่วงเวลาที่ฝนตกอย่างวันนี้