ตอนที่ 289
บทที่ 252.2
October 21, 2026
กระบี่จงมา – บทที่ 252.2 นครมังกรเฒ่า บทที่ 252.2 นครมังกรเฒ่า โดย ProjectZyphon เด็กสาวหัวเราะเสียงดังอย่างอารมณ์ดี หันไปแบมือข้างหนึ่งให้เฉินผิงอัน “ห้าพัน!”
เฉินผิงอันกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุจึงไม่ทันมีเวลามาตกตะลึง เขารีบพูดทันทีว่า “แม่นางขับรถระวังด้วย”
เด็กสาวหัวเราะคิกหนึ่งทีแล้วหันตัวกลับไป หันหลังให้เฉินผิงอัน เพียงแต่เด็กสาวเชิดคางขึ้นสูง พูดอย่างภาคภูมิใจว่า “คุณชาย ข้าไม่ได้โม้จริงๆ นะ แต่ต่อให้ข้าปล่อยเชือกบังคับม้าทั้งสองมือ หลับตาขับรถ รถม้าก็ยังคงวิ่งไปถึงประตูตะวันตกได้อย่างมั่นคงปลอดภัย แต่เพราะกลัวว่าพวกลูกค้าจะไม่สบายใจ ข้าถึงได้แกล้งทำเป็นตั้งใจขับรถแบบนี้”
เฉินผิงอันพูดเสียงเบา “อย่าแกล้งทำสิ”
เด็กสาวหัวเราะฮ่าๆ เสียงดัง “ตกลง จะตั้งใจเพื่อคุณชายเลย!”
เฉินผิงอันมองแผ่นหลังของเด็กสาวแล้วก็หลุดหัวเราะอย่างอดไม่ได้ จากนั้นก็หันหน้าไปมองภาพความเจริญรุ่งเรืองบนฝั่งหนึ่งของถนน สายลมเย็นพัดโชยมาปะทะใบหน้า ประหลาดมาก ตลอดทางที่ลงใต้มามักจะโดนลมพัดและแดดส่องอยู่ตลอดเวลา แต่ผิวของเฉินผิงอันกลับขาวขึ้นหลายส่วน ไม่ได้ดำเกรียมเหมือนถ่านอย่างตอนเป็นช่างในเตาเผาอีกแล้ว
ดูเหมือนเด็กสาวจะมีตาหลัง รู้ว่าเด็กหนุ่มต่างถิ่นกำลังหันหน้าไปมองถนน นางจึงแอบหันกลับมาแล้วหันกลับไปอย่างรวดเร็ว เพียงแค่แอบมองใบหน้าด้านข้างของเด็กหนุ่มสะพายกระบี่แวบเดียว
เด็กหนุ่มไม่ใช่คนหล่อเหลา แต่มองแล้วสบายตาจริงๆ
จู่ๆ เด็กสาวก็ส่งเสียงหัวเราะ “คุณชาย ท่านหน้าตาดีมากเลยนะ”
คงเพราะถูกอารมณ์เบิกบานของเด็กสาวแพร่มาสู่ เฉินผิงอันจึงพูดเล่นอย่างที่หาได้ยาก “งั้นก็จะให้แม่นางมองมากๆ หน่อย ส่วนแม่นางก็เก็บเงินเกล็ดหิมะจากข้าน้อยลงสักเหรียญ ตกลงไหม?”
เฉินผิงอันเปลี่ยนมาเป็นแบบนี้ คิดดูแล้วอาเหลียง สวีหย่วนเสีย หลิวป้าเฉียว คนพวกนี้ล้วนเป็นตัวการสำคัญทั้งสิ้น
เด็กสาวเอ่ยยิ้มๆ “แบบนั้นไม่ได้หรอก จากที่ร้านมาถึงประตูเมือง ไปกลับเกือบหกร้อยลี้ ข้าต้องวิ่งรถสิบรอบถึงจะได้เงินเกล็ดหิมะหนึ่งเหรียญ”
เฉินผิงอันพยักหน้า “ลำบากมากเลย”
เด็กสาวที่นั่งหันหลังให้เฉินผิงอันส่ายหน้าอย่างแรง “คุณชาย นี่มีอะไรที่เรียกว่าลำบากกัน ข้าชอบวิ่งไปวิ่งมาแบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว ต่อให้วันหน้าข้ามีร้านเป็นของตัวเอง มีรายได้เยอะแยะมากมาย ก็จะยังขับรถม้าด้วยตัวเองอยู่ดี แถมยังได้รู้จักลูกค้ามากมาย อย่างเช่นคนแบบคุณชายไงล่ะ”
จากนั้นเด็กสาวก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงกลัดกลุ้มเล็กน้อย “แต่ว่าซื้อร้านร้านหนึ่งต้องใช้เงินเยอะมากเลย ข้าว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่มีหวังแน่ๆ”
เด็กสาวหัวเราะเสียงดัง “ไม่มีหวังแน่ๆ!”
แต่ว่าถึงท้ายที่สุดแล้วเด็กสาวก็ยังปิดท้ายด้วยความอารมณ์ดี
เฉินผิงอันช่วยให้กำลังใจด้วยรอยยิ้ม “ค่อยๆ เก็บเงินไป วันนี้มีเงินมากกว่าเมื่อวาน พรุ่งนี้มีเงินมากกว่าวันนี้ วันมะรืนมีเงินมากกว่าพรุ่งนี้!”
เด็กสาวพลันฮึกเหิมเปี่ยมไปด้วยปณิธาน หันหน้ามายิ้มสดใสให้เฉินผิงอัน
ตอนนั้นสาเหตุเป็นเพราะฝูหนันหัวแห่งนครมังกรเฒ่า ความประทับใจที่เฉินผิงอันมีต่อนครมังกรเฒ่าจึงย่ำแย่มาก ไม่ได้ดีไปกว่าเขาตะวันเที่ยงสักเท่าไหร่
แต่เฉินผิงอันชอบเด็กสาวคนนี้จากใจจริง แน่นอนว่าไม่ใช่ความชอบแบบชายหญิง แต่เพราะบนตัวของเด็กสาวให้ความรู้สึกเหมือนดอกทานตะวัน เฉินผิงอันเต็มใจคบค้าสมาคมกับคนแบบนี้ กับนักพรตหนุ่มและชายฉกรรจ์เคราดกที่เพิ่งบอกลาจากกันมาก็ยิ่งเป็นเช่นนี้
เด็กสาวยังคงคอยแนะนำบรรยากาศสองข้างถนน เฉินผิงอันจึงคอยมองตามนิ้วของนางที่ชี้ไป
กาลเวลาล่วงเลยผ่านไปท่ามกลางเสียงกีบม้า
ไม่ถึงหนึ่งชั่วยามเฉินผิงอันก็มองเห็นกำแพงสูงด้านนอกของนครมังกรเฒ่าแล้ว มันสูงกว่ากำแพงเมืองหน้าด่านใดๆ ที่เคยได้เห็นมาก่อนหน้านี้มากนัก
ก่อนที่รถม้าจะจอดลง เฉินผิงอันถามว่า “เจ้ารู้จักซุนเจียซู่ไหม?”
เด็กสาวหันหน้ากลับมาถามอย่างประหลาดใจ “ใครนะ?”
เฉินผิงอันจึงได้แต่เอ่ยชื่อนั้นซ้ำอีกครั้ง “ซุนเจียซู่”
เด็กสาวกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ เงียบไปนานโดยที่ไม่ยอมพูดอะไร จนกระทั่งรถจอดลง เด็กสาวจึงลุกพรวดขึ้นยืน ชี้ไปยังถนนเส้นที่อยู่ด้านหลัง วาดมือเป็นวงกลมขนาดใหญ่ดูวุ่นวาย “คุณชาย เห็นแล้วหรือยัง?”
เฉินผิงอันพยักหน้า
ดวงตาทั้งคู่ของเด็กสาวโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว “จากประตูเมืองตรงนี้ไปจนถึงที่ท่าเรือ ถนนที่ยาวสามร้อยลี้เส้นนี้ล้วนเป็นฝีมือของเขา!”
เฉินผิงอันลุกขึ้นยืนบนรถม้าตามเด็กสาว เขารู้สึกอึ้งเล็กน้อย “เป็นฝีมือของซุนเจียซู่คนเดียวเลย?”
เด็กสาวพยักหน้ารับอย่างแรง ภาคภูมิใจเป็นพิเศษ “ใช่! ล้วนเป็นฝีมือของคุณชายซุน!”