ตอนที่ 346
บทที่ 274.2 หวงเหลียง ปราณกระบี่ยาว
October 21, 2026
กระบี่จงมา – บทที่ 274.2 หวงเหลียง ปราณกระบี่ยาว บทที่ 274.2 หวงเหลียง ปราณกระบี่ยาว โดย ProjectZyphon เฉินผิงอันวางถ้วยเหล้าลง กล่าวอย่างจนใจว่า “ข้าเขียนตัวอักษรไม่สวยเลยนะ”
สวี่เจี่ยกลอกตามองบน “จะแย่ยิ่งกว่าตัวอักษรยึกยือของอาเหลียงอีกหรือ? อีกอย่างต่อให้เป็นพวกคนที่มีฝีมือด้านการเขียนอักษรจีนเลื่องลือไปทั่วหล้าก็ยังถูกพวกที่อยู่วงการเดียวกันเรียกตัวอักษรของพวกเขาว่าคางคกถูกหินทับ งูตายห้อยอยู่บนกิ่งไม้ แม่ทัพบู๊ปักดอกไม้ หญิงชราสวมเสื้อเกราะอยู่ดีไม่ใช่หรือ?”
เด็กหนุ่มพูดเบาๆ “ข้าจะบอกเจ้าตามตรง อักษรใดของใครก็ตามที่อยู่บนกำแพงนั้น ต่อให้ไม่ดีแค่ไหน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าตัวอักษรอาเหลียงก็ล้วนงดงามราวกับเซียนบนสวรรค์! ไม่เชื่อเจ้าก็ลองเดินไปดูเองสิ”
เฉินผิงอันยังไม่รับพู่กันมา แต่ลุกขึ้นเดินไปทางกำแพง มองไกลๆ เห็นเป็นแค่กำแพงสีขาว ไม่มีภาพวาดหรือตัวอักษรที่เขียนด้วยพู่กันอย่างงดงาม แต่พอเดินเข้าไปใกล้ ถึงได้สังเกตเห็นว่าบนกำแพงเขียนเต็มไปด้วยคำกลอน วลีและคำเตือน
มากมายละลานตา
มีลายมือของบางคนที่โดดเด่นดั่งนกกระเรียนในฝูงไก่ เขียนเป็นคำกลอนด้วยลายมือหวัดหนึ่งบท กินพื้นที่เยอะมาก
ดุจดั่งกลุ่มบุปผาสีสันแพรวพราว หมู่มวลดอกไม้แข่งกันประชันความงาม ทว่ามีเพียงโฉมสะคราญหนึ่งเดียวที่ช่วงชิงความโดดเด่นไปหมด
แล้วก็มีลายมือที่ไม่เข้าพวกอยู่บางส่วน ที่สะดุดตาที่สุดคือตัวอักษรขนาดใหญ่บรรทัดหนึ่งที่บิดๆ เบี้ยวๆ ขนาดเฉินผิงอันก็ยังรู้สึกว่าน่าเกลียดจนแทบจะทนมองไม่ได้ เนื้อหาก็ยิ่งทำให้คนพูดไม่ออก ‘พอคิดถึงว่ามีสตรีมากมายหลงใหลปักใจรักตัวข้า มโนธรรมในใจข้าก็เจ็บปวดแล้ว’ ประเด็นสำคัญคือช่วงท้ายของประโยคยังวาดหน้ายิ้มกับมือที่ยกนิ้วโป้งไว้ด้วย
ไม่ต้องสงสัยเลย นี่ต้องเป็นลายมือของอาเหลียงอย่างแน่นอน เพราะคนทั่วไปคงไม่มีหน้าจะเขียนประโยคแบบนี้
เฉินผิงอันกลั้นยิ้ม หันหน้ากลับไปถาม “ท่านผู้เฒ่า ประโยคแบบนี้ก็เก็บไว้ด้วยหรือ?”
เด็กหนุ่มที่ถือพู่กันรออยู่ด้านข้างกล่าวอย่างกะปลกกะเปลี้ย “หนึ่งก็เพราะอาเหลียงหน้าด้านยืนกรานว่าถ้าลบหนึ่งตัวอักษร ก็เท่ากับว่าเขาคืนค่าเหล้าหนึ่งไห สองคือคุณหนูของข้าชอบประโยคนี้มากเป็นพิเศษ รู้สึกว่าอาเหลียงกำลังชื่นชมนาง คุณหนูของข้ายังใช้เหล้าหวงเหลียงหนึ่งไหไปแลกกับนิยายรักเล่มหนึ่งจากบรรพบุรุษสำนักผู้ประพันธ์โดยเฉพาะ หวังให้เขาช่วยเขียนเรื่องราวระหว่างนางกับอาเหลียง เป็นเรื่องแนว…เถ้าแก่ เรียกว่าแนวอะไรแล้วนะ?”
ผู้เฒ่าแค่นเสียงเย็น “แนวรันทดเศร้าโศก”
สวี่เจี่ยพยักหน้ารับ “ใช่ อันที่จริงตอนนั้นคุณหนูยังบอกบรรพบุรุษสำนักผู้ประพันธ์คนนั้นเป็นนัยว่า ยิ่งเขียนตรงและโจ่งแจ้งได้เท่าไหร่ก็ยิ่งดี ภายหลังคาดว่าคนผู้นั้นคงเขียนไม่ออกจริงๆ จึงเขียนได้ค่อนข้างจะคลุมเครือ คุณหนูไม่พอใจมาก ออกจากบ้านไปคราวนี้ นางพูดเองว่าจะหนีตามผู้ชายไป และเรื่องหนึ่งที่นางจะทำคือไปหาเรื่องบรรพบุรุษท่านนั้น เพราะรังเกียจที่เขาแต่งเรื่องได้แย่มาก เป็นพวกนักต้มตุ๋นที่สร้างชื่อเสียงจอมปลอม จะต้องตำหนิเขาจนฟองน้ำลายกระเซ็นเต็มหน้าเขาให้ได้”
สายตาของเฉินผิงอันไล่มองไปทั่วกำแพงสูง สุดท้ายก้มหน้าลงต่ำ เขาเห็นตัวอักษรเล็กๆ อีกแถวหนึ่งตรงมุมเล็กๆ ตัวอักษรนั้นยังคงเป็นลายมือของอาเหลียง แต่ไม่สะดุดตาเท่าใดนัก
เสี่ยว ยุทธภพไม่มีอะไรดี มีแต่สุราที่พอใช้ได้
ตัวอักษรที่อยู่ด้านหลังคำว่า ‘เสี่ยว’ อาเหลียงถูจนกลายเป็นปื้นดำ
เฉินผิงอันถาม “เขียนอะไรก็ได้งั้นหรือ?”
สวี่เจี่ยยื่นพู่กันส่งให้พลางผงกศีรษะรับ “ได้หมด ขอแค่เขียนตรงตำแหน่งที่ว่าง ไม่ว่าจะเขียนอะไรก็ได้”
ลูกจ้างหนุ่มไม่ลืมเอ่ยเตือนว่า “ลูกค้า แต่อย่าเขียนว่าใครมาเยือนที่นี่เลยนะ มันธรรมดาเกินไป ต่อให้เป็นประโยคที่ไร้ยางอายของอาเหลียงก็ยังดีกว่าคำว่ามาเยือนที่นี่”
เฉินผิงอันรับพู่กันมา แล้วจู่ๆ ก็วิ่งกลับไปที่โต๊ะ ยกเหล้าดื่มอึกใหญ่ถึงย้อนกลับมาที่กำแพงอีกครั้ง ย่อตัวลงนั่งยอง จรดพู่กันลงบนตำแหน่งเหนือปื้นดำหลังคำว่า ‘เสี่ยว’ แล้วเขียนตัวอักษรเล็กๆ คำว่าฉีลงไป
เสี่ยวฉี ยุทธภพไม่มีอะไรดี มีแต่สุราที่พอใช้ได้
ผู้เฒ่าเอ่ยสัพยอก “อันที่จริงตัวอักษรไม่มีชีวิตชีวาอะไร แค่ถูกต้องตามหลักกฎเกณฑ์ แต่พอไปอยู่ข้างตัวอักษรของอาเหลียงกลับดูดีอย่างเห็นได้ชัด เจ้าทำแบบนี้เรียกว่าโกง ไม่ได้ ลองไปเขียนที่อื่นดูใหม่”
เฉินผิงอันพยักหน้ารับแล้วก็เริ่มเลือกตำแหน่งที่ว่างเปล่า ทว่าแถบกลางของกำแพง โครงสร้างค่อนข้างแน่นหนา คิดจะสอดด้ายร้อยเข็มเบียดแทรกเข้าไปก็ได้เหมือนกัน แต่เฉินผิงอันกลับรู้สึกว่าทำอย่างนั้นเป็นการไม่เคารพต่อคนที่เขียนไว้ก่อน อีกอย่างคนที่กล้าเขียนตรงกลางกำแพง ส่วนใหญ่ล้วนมีลายมือที่สวยมาก มีท่วงทำนองในการเขียนที่เป็นเอกลักษณ์ เฉินผิงอันไม่กล้าเขียนตรงแถบนี้จริงๆ จึงพยายามมองไปยังตำแหน่งสูงหรือไม่ก็ตำแหน่งต่ำสองข้างฝั่ง สวี่เจี่ยออกเสียงเตือนพร้อมชี้มือไปยังตำแหน่งว่างสองแห่งที่มีพื้นที่กว้างพอสมควร แห่งหนึ่งอยู่บนสุดฝั่งขวา อีกแห่งหนึ่งอยู่ล่างสุดฝั่งซ้าย
เฉินผิงอันขยับเท้า นั่งยองตรงฝั่งซ้ายสุด สูดลมหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้งแล้วเขียนตัวอักษรลงไปสามคำ
ก่อนที่จะเขียน เขานึกถึงเซียนกระบี่และกระบี่เซียนมากมายที่อยู่ในหอจิ้งเจี้ยน
ดังนั้นตัวอักษรสามตัวที่เขาจรดพู่กันลงไปจึงเป็นคำว่า ปราณกระบี่ยาว
สวี่เจี่ยมองตัวอักษรทั้งสามที่ถูกต้องตามกรอบเป๊ะๆ ก็ให้เบื่อหน่าย เด็กหนุ่มส่ายหน้าเบาๆ อย่างไม่ใคร่จะถูกใจ อดพึมพำเบาๆ ไม่ได้ว่า “แค่มองก็รู้ว่าเรียนหนังสือมาไม่มาก”