ตอนที่ 1559
บทที่ 706.4 ยามหิมะละลาย
October 21, 2026
ตอนอยู่บนยอดเขาสิงโตของอุตรกุรุทวีป ภายใต้หมัดของหลี่เอ้อ เฉินผิงอันใช้ขอบเขตหกเลื่อนเป็นขอบเขตเจ็ดร่างทอง
และการป้อนหมัดของหลี่เอ้อ แต่ไหนแต่ไรมาก็มีเป้าหมายชัดเจนมาโดยตลอด มีการพุ่งเป้าอย่างเปิดเผย เป็นเหตุให้หลายๆ หมัดไม่เหมาะกับการต่อยลงบนร่างของผู้ฝึกยุทธขอบเขตหก แต่กลับเหมาะให้เอามาหล่อหลอมเรือนกายของเผยเฉียน
ก็ถือว่ายังดีที่เวลาตลอดครึ่งปีนั้นหลี่ไหวคอยช่วยมารดาค้าขายอยู่ในเมืองเล็กตีนเขา ไม่เคยเห็นการฝึกหมัดของเผยเฉียนแม้แต่ครั้งเดียว ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่เหลือความคิดที่จะหัดเรียนวิชาหมัดอย่างสิ้นเชิงไปแล้ว
ฝึกวิชาหมัดลำบากเกินไป นี่คือเรื่องจริงแท้แน่นอน
และคนที่กลัวความลำบากมากที่สุด เผยเฉียนในอดีต หลี่ไหวในวันนี้ อันที่จริงก็ไม่ได้ต่างกันแม้แต่น้อย
เพียงแต่ว่าหลี่ไหวโชคดีกว่าเผยเฉียนมากจริงๆ ตอนนี้จึงยังไม่รู้ว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องทนกับความยากลำบากเลยสักนิด
เพ่ยอาเซียงพลันถามว่า “หมัดแรกก่อนหน้านี้มีชื่อว่าอะไร?”
ในเมื่อปณิธานหมัดชัดเจนแล้ว การถามกระบวนท่าหมัดของอีกฝ่าย จึงไม่ถือว่าผิดกฎของยุทธภพอะไร
เผยเฉียนก้าวถอยหลังอย่างเชื่องช้า ทิ้งระยะห่างจากหลิ่วซุ่ยอวี๋อย่างต่อเนื่อง ตอบว่า “หมัดมาจากภูเขาลั่วพั่ว แต่ไม่ใช่อาจารย์พ่อที่ถ่ายทอดให้ข้า มีชื่อว่ากระบวนท่าเทพตีกลองสายฟ้า”
เพ่ยอาเซียงพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “อาจารย์พ่อของเจ้าอายุเท่าไรแล้ว?”
เผยเฉียนส่ายหน้า
อะไรที่พูดได้ อะไรที่ไม่ควรพูด เผยเฉียนล้วนรู้ชัดเจนดี
การถามหมัดที่กำแพงเมืองปราณกระบี่ในอดีต อวี้เจวี้ยนฟูเคยสะบั้นปณิธานหมัดเทพตีกลองสายฟ้าของอาจารย์พ่อ
วันนี้อยู่นอกศาลเหลยกงจังหวัดหม่าหู เผยเฉียนเองก็ถูกหลิ่วซุ่ยอวี๋สะบั้นตัดท่าเทพตีกลองสายฟ้าเหมือนกัน ได้แต่ปล่อยหมัดออกไปสิบเจ็ดครั้งเท่านั้น
ใต้หล้านี้มีผู้ฝึกยุทธที่เป็นคนมหัศจรรย์อยู่มากมายจริงเสียด้วย
เผยเฉียนมั่นใจว่าขอแค่ตนสามารถปล่อยหมัดออกไปได้ยี่สิบสี่หมัด อีกฝ่ายต้องล้มลงไปกองอยู่กับพื้นแน่นอน ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธขอบเขตเก้าก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น
แต่หากเป็นช่วงก่อนและหลังหมัดที่ยี่สิบสอง แล้วอีกฝ่ายสามารถใช้หนึ่งหมัดนั้นตัดขาดปณิธานหมัดของตนได้ ไม่ว่าจะเป็นการประลองฝีมือตัดสินแพ้ชนะ หรือการเข่นฆ่าเอาชีวิต ก็ล้วนเป็นตนที่พ่ายแพ้
ช่วยไม่ได้ ความต่างหนึ่งขอบเขตระหว่างผู้ฝึกยุทธเต็มตัว ยามที่อาจารย์พ่อรับมือกับศัตรูสามารถมองข้ามได้ แต่นางเผยเฉียนกลับยังคงทำไม่ได้
ตอนนี้สิ่งที่สามารถทำได้ก็คือปล่อยหมัดนี้ออกไปเท่านั้น
เป็นหมัดที่เผยเฉียนบรรลุมาด้วยตัวเอง
ยังไม่ได้ตั้งชื่อ รอให้อาจารย์พ่อกลับมาบ้านก่อนแล้วค่อยตั้ง
เรื่องของการตั้งชื่อนั้น อาจารย์พ่อเก่งกาจมาโดยตลอด
จิ่งชิง หน่วนซู่ เป็นคำที่งดงามถึงเพียงใด?
แล้วลองมามองดูตน เผยเฉียน ขาดทุน?
เผยเฉียนกวาดตามองรอบด้านแล้วกลั้นหายใจทำสมาธิ จิตวิญญาณจมจ่อมอยู่ภายใน ดวงตาทั้งคู่ทอประกายแสงเรืองรอง
เข่าทั้งสองงอลงเล็กน้อย ฝ่ามือข้างหนึ่งตั้งขึ้นวางห่างไปด้านหน้า หนึ่งหมัดกำแน่นแนบร่างเบื้องหน้า
หมัดนี้ยังไม่ได้ปล่อยออกไป แค่ตั้งท่าหมัดเท่านั้น
เซี่ยซงฮวากลับพาเด็กทั้งสองทะยานลมห่างไปไกลอีกหลายสิบจั้ง
เพ่ยอาเซียงที่อยู่บนขั้นบันไดหรี่ตาลง จากนั้นขยับเท้ามาขวางอยู่เบื้องหน้าหลิวโยวโจวเบาๆ
ด้านหลังหญิงสาวประหนึ่งมีดวงอาทิตย์ดวงโตแหวกผิวมหาสมุทร ผุดลอยขึ้นมาปรากฏตัวบนโลกเป็นครั้งแรก จากนั้นก็ทะยานขึ้นไปกลางอากาศสูงอย่างรวดเร็ว
หมัดนี้ของข้าปล่อยออกไป ประหนึ่งตะวันกลางนภา
ผู้ฝึกยุทธใต้หล้า ได้แต่โขกหัวให้
……
ราชวงศ์ใหญ่แห่งที่หกของทวีปแดนเทพแผ่นดินกลาง ราชวงศ์เส้าหยวน
ราชครูเฉาผู่และหลินจวินปี้ลูกศิษย์ที่เขาภาคภูมิใจเริ่มทำการทบทวนกระดานหมากของสถานการณ์ในช่วงแรกที่ซิ่วหู่วางไว้ในแจกันสมบัติทวีป
อากาศในศาลาอบอุ่นเหมือนช่วงฤดูใบไม้ผลิ ทว่าด้านนอกกลับมีหิมะใหญ่โปรยปราย
ราชครูท่านนี้ไม่ได้พูดอะไรมากนัก แต่ให้หลินจวินปี้เป็นคนอธิบายถึงกลยุทธอันซับซ้อนที่เชื่อมโยงกันเป็นทอดๆ ของบนภูเขาและล่างภูเขาของราชวงศ์ต้าหลีให้ตนฟัง วิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย อธิบายว่าผลประโยชน์และการสูญเสียอยู่ที่ใด หลินจวินปี้ไม่ต้องกังวลว่าจะอธิบายผิด แค่พูดออกมาอย่างที่ตัวเองคิดก็พอ
เรื่องนี้อยู่ในจวนราชครูไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเฉาผู่คิดมาตลอดว่าปมของโรคใหญ่ในโลกมนุษย์นั้นอยู่ที่ความรู้ของแต่ละคนตื้นลึกไม่เท่ากัน แต่กลับชอบทำตัวเป็นอาจารย์ของคนอื่นโดยที่ไม่รู้เลยว่าการเป็นอาจารย์ของผู้อื่นควรทำตัวเช่นไร
ดังนั้นเฉาผู่จึงมีนิสัยประหลาดในการถ่ายทอดวิชาไขข้อข้องใจอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือชอบให้ลูกศิษย์ที่คิดว่าความรู้ของตัวเองค่อนข้างจะสำเร็จผลแล้ว ไม่สนว่าจะมีอายุเท่าใด ให้ลองเลียนแบบอาจารย์ในโรงเรียน ลองไขปัญหาอธิบายเหตุผลให้กับคนอื่นในโรงเรียน หรือไม่ก็พูดโน้มน้าวให้ตนเชื่อได้ก่อนในห้องหนังสือ ใช้เหตุผลมาสยบผู้คน