ตอนที่ 1638
บทที่ 725.2 ฟันแล้วฟันอีก มีเพียงข้าที่ภาคภูมิใจ
October 21, 2026
ทางฝั่งของป๋ายอิ๋งยังคงให้ข้ารับใช้ถือกระบี่ทำหน้าที่รับกระบี่แทน โชคดีที่กระบี่ยาวในมือของหลงเจี้ยนคืออาวุธเซียนที่แท้จริงชิ้นหนึ่ง อีกทั้งยังเกิดจากหล่อหลอมจิตวิญญาณของกวนจ้าวจึงมีความลี้ลับมหัศจรรย์พิเศษ ป๋ายอิ๋งไม่จำเป็นต้องลงมือออกหน้าเอง เรื่องของการต่อยตี แต่ไหนแต่ไรมาป๋ายอิ๋งก็ไม่ได้โดดเด่นอยู่แล้ว อยู่ในใต้หล้าเปลี่ยวร้างที่เคารพผู้แข็งแกร่งก็ถูกมองเป็นหนึ่งในผู้ที่มีพลังพิฆาตอันดับรั้งท้ายของสิบสี่บัลลังก์ ป๋ายอิ๋งถึงขั้นที่แทบจะไม่มีบันทึกถึงการจับคู่เข่นฆ่ากับเผ่าปีศาจขอบเขตบินทะยานมาก่อน เป็นการบังคับกองทัพใหญ่กระดูกขาวทั้งหลายให้บดขยี้ผ่านดินแดนเสียมากกว่า บางครั้งเจอกับคู่ต่อสู้ที่รับมือได้ยาก อย่างมากสุดก็ให้หลงเจี้ยนออกกระบี่ แล้วนับประสาอะไรกับที่ในบรรดาโครงกระดูกทั้งหลาย ป๋ายอิ๋งยังมีผู้ใต้บังคับบัญชาที่แข็งแกร่งอีกไม่น้อย
เจ้าอารามดอกบัวที่ไม่ได้อยู่ในสถานที่ประกอบพิธีกรรม แต่ไปอยู่ในโลกมนุษย์ หย่างจื่อที่ห่างไกลจากอาณาเขตของลำคลองเหยาเย่ หวงหลวนปีศาจใหญ่ที่เจอกับปีศาจบนบัลลังก์ตนอื่น ล้วนถูกมองเป็นพวก ‘พลังการต่อสู้ไม่ได้เรื่อง’
หยวนโส่วใช้กระบองฟาดแสงกระบี่เส้นที่สองอีกครั้ง ทันใดนั้นชายชุดก็พลันปลิวสะบัด ชายแขนเสื้อสองข้างมีพายุลมกรดพัดพองโป่ง ส่งเสียงดังพึ่บพั่บ ร่างของหยวนโส่วโยกเอน หรี่ตาเอ่ย “ป๋ายเหย่ มีปัญญาก็ปล่อยแสงกระบี่มาอีกเจ็ดแปดเส้นเลยสิ ท่านปู่อยากจะเห็นนักว่าแสงกระบี่ของเจ้ามีมากกว่า…เฮ้ย! เอาจริงหรือนี่…”
ให้เจ้าสมปรารถนา
พูดมากกระบี่ก็มาก
แสงกระบี่แต่ละเส้นพากันตรงเข้าฟันผ่าหยวนโส่ว
ให้การดูแลปีศาจใหญ่บนบัลลังก์ท่านนี้มากเป็นพิเศษ
หยวนโส่วพลันแผดเสียงหัวเราะดังลั่นไม่หยุด นับตั้งแต่ใช้กระบองฟาดแสงกระบี่ ไปจนถึงกระแทกให้แสงกระบี่เบี่ยงออกไป แล้วก็ไปถึงการใช้กระบองงัดแสงกระบี่ อันตรายรายล้อมอยู่รอบด้าน แสงกระบี่ทุกเส้นที่แหวกอากาศพุ่งมาถึงล้วนกรีดผ่าฟ้าดิน ประหนึ่งมีดตัดกระดาษที่กรีดกระดาษเซวียนจื่อสีขาวหิมะแผ่นหนึ่งได้ง่ายๆ
สองมือของหยวนโส่วถือกระบี่ เปิดเผยนิสัยดุร้ายออกมาจนสิ้น ดวงตาทั้งคู่เป็นสีแดงฉาน ลูกตาดำสองข้างมีประกายแสงสีทองจุดหนึ่งเปล่งวูบวาบไม่หยุด แม้จะใช้กระบองฟาดกระบี่ แต่กระนั้นหยวนโส่วก็ยังจับจ้องป๋ายเหย่ที่ถือกระบี่ด้วยมือข้างเดียวตาเขม็ง จุดที่สายตามองเห็นคือพื้นที่ในรัศมีพันลี้ มีเรือนกายของป๋ายเหย่ที่ถือกระบี่อยู่หลายคน ‘ป๋ายเหย่’ คนหนึ่งในนั้นร่างค่อนข้างเห็นได้ชัด ถึงขั้นพอจะมองเห็นร่องรอยการออกกระบี่ได้อย่างเลือนราง นี่ก็คือหนึ่งในวิชาอภินิหารแห่งชะตาชีวิตของหยวนโส่ว ลอบมองความลับสวรรค์ ทำนายพยากรณ์ได้ล่วงหน้า
เผ่าปีศาจขึ้นชื่อเรื่องร่างจริงที่แข็งแกร่งทนทาน หยวนโส่วถูกแสงกระบี่จำนวนนับไม่ถ้วนปั่นคว้านใบหน้าจนแหลกเละ ทว่าเพียงชั่วพริบตารูปโฉมก็กลับคืนมาดังเดิม ชุดคลุมอาคมบนร่างก็เป็นเช่นเดียวกัน ในฐานะปีศาจใหญ่บนบัลลังก์ที่มีชีวิตอยู่มานานหลายปี ไม่สวมชุดคลุมอาคมระดับขั้นเป็นอาวุธเซียนสักชิ้น ไหนเลยจะกล้าออกมาเดินอาดๆ อยู่ในใต้หล้า
อยู่บนสนามรบของกำแพงเมืองปราณกระบี่ ปีศาจใหญ่บนบัลลังก์ลงมือไม่มาก คนที่ลงมืออย่างเต็มที่ก็มีน้อยจนนับนิ้วได้ ส่วนใหญ่แล้วยังคงเคารพกฎของกระโจมเจี่ยจื่อ รับผิดชอบคอยตรวจตราการโจมตีเมืองของกองทัพใหญ่เผ่าปีศาจเสียมากกว่า
ผู้เฒ่าชุดเทาตั้งใจจะให้พวกเขาเอาความคิดและจิตใจมาไว้ที่ใต้หล้าไพศาล
หลิวชาออกกระบี่ เพียงแค่เพราะอาเหลียงเท่านั้น
เว้นเสียจากว่าบรรพบุรุษใหญ่ภูเขาทัวเยว่ลงมือสยบกำราบด้วยตัวเอง ไม่อย่างนั้นด้วยนิสัยการเข่นฆ่าของอาเหลียงที่ไม่กลัวการถูกรุมซ้อมมากที่สุด ก็ไม่รู้ว่ากระโจมทัพจะถูกอาเหลียงทำลายไปกี่แห่ง
ช่วงหลังการศึก เหย้าเจี่ยได้ลงมือกับเจ้านครของหนึ่งในห้านครสิบสองหอเรือนของป๋ายอวี้จิง ก็เพราะละโมบในคุณความชอบ จงใจเล่นงานอริยะลัทธิเต๋าที่เป็นดั่งม้าตีนปลายผู้นั้นโดยเฉพาะ เพียงแต่ว่าไปทำให้ฝ่ายหลังโมโหเข้า ถึงกับยอมให้ร่างดับมรรคาสลายโดยไม่เสียดาย แต่ก็ต้องเชิญให้ลู่จือออกกระบี่ให้จงได้ ลู่จือเองก็ไม่ทำให้อีกฝ่ายผิดหวัง อีกนิดเดียวก็จะสามารถฟันบัลลังก์แก่นทองที่เหย้าเจี่ยสร้างขึ้นมาอย่างประณีตตั้งใจให้แหลกเละได้อย่างสิ้นเชิงแล้ว ตอนที่อยู่ฝูเหยาทวีปเหย้าเจี่ยจึงทุบทำลายศาลขุนเขาสายน้ำกวาดเอาเศษซากร่างทองมาอย่างบ้าคลั่งกำเริบเสิบสาน เพื่อใช้ชดเชยรากฐานมหามรรคาของตน สาเหตุก็มาจากเรื่องนี้
หย่างจื่อใช้เสียงในใจเอ่ยกับป๋ายอิ๋ง “ป๋ายเหย่ยังไม่ออกกระบี่อย่างเต็มกำลังอีกหรือ?”
ป๋ายอิ๋งยิ้มตอบ “พวกเราเองก็ยังหลบๆ ซ่อนๆ แค่ตั้งรับไม่โต้คืนเหมือนกันไม่ใช่หรือ”
หย่างจื่อถาม “ปราณวิญญาณของทวีปนี้ เจ้าต้องใช้เวลาถึงครึ่งก้านธูปถึงจะเก็บมาไว้ในกระเป๋าได้ทั้งหมดเชียวรึ? ต้องการให้ข้าช่วยหรือไม่? หากป๋ายเหย่ยอมเสียหน้าไม่คิดสนใจศักดิ์ศรี แบบนั้นจะเป็นปัญหามากแล้ว”
ป๋ายอิ๋งพยักหน้า “ยินดีอย่างถึงที่สุด”
ในความเป็นจริงแล้วหากป๋ายเหย่คิดจะแย่งชิงปราณวิญญาณกับตน นั่นจะเป็นปัญหายุ่งยากมากจริงๆ
แต่คนที่มีปัญหาก็คือป๋ายเหย่ หาใช่พวกเขาหกราชาไม่
การล้อมฆ่าครั้งนี้ ป๋ายอิ๋งเป็นคนต้นคิดวิธีวิดน้ำให้แห้งเพื่อจับปลา ใช้วิธีการที่โง่ที่สุดมารับมือกับขอบเขตสิบสี่คนหนึ่ง
หากป๋ายเหย่ใช้กระบี่ต้านรับศัตรูพลางเปิดประตูใหญ่ของถ้ำสวรรค์แห่งต่างๆ เพื่อดึงเอาปราณวิญญาณฟ้าดินจำนวนมากมาด้วย สรุปแล้วจะเป็นปัญหาอย่างไรกันแน่ ตอนนั้นโจวมี่ไม่ได้อธิบาย เพียงแค่บอกเขาว่าตอนที่แย่งชิงปราณวิญญาณกับป๋ายเหย่ให้พยายามขัดขวางอีกฝ่ายไว้อย่างสุดความสามารถก็พอ หลีกเลี่ยงไม่ให้ป๋ายเหย่รู้ความจริง
ไม่ว่าจะอย่างไร ตัวอยู่ในสถานการณ์นี้ สำหรับป๋ายเหย่แล้วก็คือปัญหาใหญ่เทียมฟ้า หากไม่อดทนข่มกลั้นเอาไว้ รอคอยให้ปราณวิญญาณถูกเผาผลาญจนสิ้นแล้วค่อยทุ่มสุดความสามารถรบจนตัวตาย ก็คืออดทนไม่ไหว หาปัญหาใส่ตัวเร็วก็ตายเร็ว
ดูจากตอนนี้หากป๋ายเหย่ไม่ได้เย่อหยิ่งทระนงตนมากเกินไป ก็คงจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติเสี้ยวหนึ่งแล้ว
แต่นี่ก็ยังไม่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ใหญ่อยู่ดี
หย่างจื่อสวมมงกุฎจักรพรรดิ สวมชุดคลุมมังกรสีหมึก ก้มหน้าลงมองภาพขุนเขาสายน้ำพันหมื่นลี้ที่ลอยอยู่กลางอากาศ มีเพียงสองสีคือสีขาวและสีดำเท่านั้น ไม่ค่อยเหมือนกับขุนเขาสายน้ำของจริงในโลกมนุษย์สักเท่าไรจริงๆ
หย่างจื่ออ้อมผ่านขุนเขาทั้งห้าและรากภูเขาทั้งหลายออกไป ลำคลองแม่น้ำหนองบึงทุกแห่งที่สายตาของนางมองผ่านพลันเดือดพล่าน จากนั้นปราณวิญญาณฟ้าดินก็ถูกชักนำเข้ามาในสายน้ำทั้งหลาย รวมตัวกันเป็นโชคชะตาน้ำ
อันดับแรกก็มีป๋ายอิ๋งควบคุมทะเลเมฆดึงดูดปราณวิญญาณของฟ้าดิน ขณะเดียวกันก็ใช้ปราณชั่วร้ายสร้างความวุ่นวายให้กับภาพบรรยากาศของฟ้าดิน ต่อมาก็มีหย่างจื่อควบคุมแม่น้ำลำคลอง สูดกลืนปราณวิญญาณมาดั่งปลาวาฬสูบน้ำ
เห็นได้ชัดว่าต้องการร่วมมือกันเปลี่ยนฝูเหยาทวีปให้กลายเป็นสถานที่ของยุคเสื่อมที่ผู้ฝึกลมปราณชิงชังรังเกียจเป็นที่สุด
เชี่ยอวิ้นฉวยโอกาสตอนที่แสงกระบี่ของป๋ายเหย่เอาแต่สนใจหยวนโส่วหาเวลาว่างให้กับตัวเอง เห็นการกระทำนั้นของหย่างจื่อ เชี่ยอวิ้นก็ประกบสองนิ้วเอามาค้ำยันน้ำเต้าเลี้ยงกระบี่ตรงเอวเบาๆ ยิ้มเอ่ยว่า “ถึงอย่างไรอยู่ว่างๆ ก็ไม่มีอะไรทำอยู่แล้ว ข้าก็จะช่วยด้วยแล้วกัน”
นับแต่วันนี้ไป สุราหมักตระกูลเซียนบนภูเขา หากจะพูดถึงสุราที่มีปราณวิญญาณซุกซ่อนไว้มากที่สุด ก็จะมีแค่ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น เชี่ยอวิ้นที่ทุกวันนี้ใช้นามแฝงว่าจิ่วเย่ รู้สึกว่าขนาดตนก็ยังหักใจดื่มไม่ลงแล้ว
ไปถึงกำแพงเมืองปราณกระบี่ ใช้นามแฝงว่าชิงฮวา เห็นเซียนกระบี่แต่ละท่านของกำแพงเมืองปราณกระบี่ประหนึ่งกระเบื้องลายครามที่แตกสลาย (ชิงฮวาสือสุ้ย) กับตาตัวเอง
มาถึงใต้หล้าไพศาล ใช้นามแฝงว่าจิ่วเย่ นอกจากจะชอบเก็บสะสมเหล้าหมักตระกูลเซียนแต่ละชนิดแล้ว ยังเชี่ยวชาญการถลกดึงหนังหน้าของผู้ฝึกตนหญิง เอามาปะชุนซ่อมแซมใบหน้าของตัวเอง สำนักอวี่หลงที่อยู่ใกล้กับภูเขาห้อยหัว อวี้จือก่างของใบถงทวีป พรรคเยวียนจวี้ที่ภูเขาบรรพบุรุษคือภูเขาคงโหว…
ออกเดินทางไกลไปทั่วไพศาล นับว่าไม่เสียเที่ยวที่ได้มาเยือน
ตอนนี้คนเพียงผู้เดียวที่ไม่ได้อยู่ว่าง คาดว่าคงเป็นผู้เฒ่าขี่กระบี่ที่ใช้สองมือถือกระบองแล้ว