ตอนที่ 1652
บทที่ 730.1 ชีวิตคนราวกับคอยวนเวียนอยู่ในตรอกทรุดโทรม
October 21, 2026
เฉินผิงอันเคยพบเจอผู้ฝึกกระบี่ที่เรียกว่าตัวเองเป็นมือกระบี่อย่างภาคภูมิใจมาสามคน คนแรกสุดคืออาเหลียง ต่อมาก็คือผูหรางแห่งหุบเขาผีร้าย จากนั้นก็เป็นจอมยุทธเคราดกที่อยู่ข้างกายผู้นี้
แรงกดดันที่หลิวชามีให้กับเฉินผิงอันเหนือกว่าหลงจวินที่เป็นเพื่อนบ้านกันมานานหลายปีมากนัก
หนึ่งเพราะเวทกระบี่ปณิธานกระบี่ของหลิวชาสูงยิ่งกว่า หลงจวินนั้นเนื่องจากเรือนกายไม่ครบถ้วนสมบูรณ์จึงไม่อาจกลับคืนสู่ยอดเขาของขอบเขตได้เสียที
ส่วนอีกด้านหนึ่งก็เพราะถึงอย่างไรหลงจวินก็เป็นผู้ฝึกกระบี่เผ่ามนุษย์ ทว่าหลิวชากลับเป็นเผ่าปีศาจ เฉินผิงอันรับการเย็บผ้าแบกรับชื่อจริงมาก่อน จึงเกิดความสัมพันธ์อันลุ่มลึกคล้ายเกิดการสยบกำราบกันและกันอยู่กับหลิวชา
หลิวชามองประเมินอิ่นกวานชุดขาวผู้นี้ด้วยท่าทางสนอกสนใจ จู๋เชี่ยลูกศิษย์ใหญ่เปิดขุนเขาของตนเคยเสียเปรียบด้วยน้ำมือของคนหนุ่มผู้นี้มาก่อน ก็ดีเหมือนกัน จะได้เลิกทำตัวไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ นึกว่าใต้หล้าไพศาลนอกกำแพงเมืองปราณกระบี่ไม่มีผู้ฝึกกระบี่อีกแล้ว
เฉินผิงอันยืนนิ่งไม่สะทกสะท้าน เพียงแค่เปลี่ยนสีชุดคลุมอาคมบนร่างกลับมาเป็นสีแดงสดอีกครั้ง ถามว่า “นครบินทะยานเป็นอย่างไรบ้างแล้ว?”
หลิวชาหยิบเหล้าออกมากาหนึ่ง แหงนหน้ากระดกดื่มหนึ่งอึก ชำเลืองตามองคนหนุ่มที่เหมือนจะขยับแต่ก็เหมือนจิตใจสงบนิ่งดุจผืนน้ำ ย้อนถามว่า “เจ้ายังมีเวลามาสนใจคนอื่นอีกหรือ?”
เฉินผิงอันพยักหน้ารับ “มีใจแต่ไร้กำลังจริงๆ”
หลงจวินชุดคลุมสีเทา เมื่อครู่ได้ถูกเซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสสังหารไปแล้ว
ปีนั้นเฉินชิงตูเคยบอกว่าขอแค่หลงจวินก้าวผ่านหัวกำแพงเมืองมาทางทิศเหนือก้าวเดียว จะต้องตาย
และความจริงก็เป็นเช่นนี้
น่าเสียดายที่เฉินผิงอันไม่ได้เห็นภาพที่กระบี่สังหารหลงจวินกับตาตัวเอง
เพียงแต่เฉินผิงอันไม่รู้ว่าปลายกระบี่ท่อนนั้นคืออะไรกันแน่ มาจากกระบี่พกบางเล่มที่ยังไม่เคยเผยกายบนโลกของหลงจวินหรือ? หรือว่าจะเป็นของที่เซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสทิ้งไว้ที่นี่? หากสืบสาวไปตามภาพเหตุการณ์ผิดปกติของฟ้าดินก่อนหน้านี้ ดูเหมือนว่าจะมาจากทางฝั่งประตูใหญ่ซากปรักของภูเขาห้อยหัว เพียงแต่ว่าใครจะโยนปลายกระบี่ท่อนหนึ่งเข้ามาในกำแพงเมืองปราณกระบี่กันเล่า? หากเป็นวัตถุบางอย่างที่ออกเดินทางไกลจริง เหตุใดเซียนกระบี่จางลู่และใต้หล้าเปลี่ยวร้างต่างก็ไม่ขัดขวางเอาไว้?
ส่วน ‘เศษผ้าฝ้ายขาดวิ่น’ สีเทาขมุกขมัวกลุ่มนั้น มันห่อหุ้มปลายกระบี่เอาไว้ ก็คือหลักฐานที่พิสูจน์ว่าหลงจวินตายไปแล้ว ถ้าเช่นนั้นเศษชุดเทาที่หลงเหลืออยู่ก็คล้ายคลึงกับกระบี่บินแห่งชะตาชีวิตที่ถูกวิชาอภินิหารดึงมาจากผู้ฝึกกระบี่บินที่บ้างก็ตายอย่างเฉียบพลันบ้างก็สละร่างจากโลกนี้ไป ดังนั้นต้องไม่ใช่ชุดคลุมอาคมอะไรแน่นอน
เซียนกระบี่ใหญ่ผู้อาวุโสแค่บอกให้เขาเก็บรักษามันไว้ให้ดี ตั้งใจหล่อหลอม ไม่ใช่ให้หลอมเป็นวัตถุแห่งชะตาชีวิตอะไร แต่ให้หลอมเป็นกระบี่พกเล่มหนึ่งที่เป็นวัตถุนอกกาย หลอมปลายกระบี่ให้เป็นกระบี่ยาว ส่วนผ้าฝ้ายก้อนนั้นก็ให้หลอมเป็นฝักกระบี่ ถึงเวลานั้นก็น่าจะเป็นกระบี่พกของมือกระบี่ที่ไม่เลวเล่มหนึ่ง
เฉินผิงอันเปลี่ยนคำถามใหม่ “ลู่จือตายแล้วหรือ?”
ในใจกลับพร่ำพูดว่า อย่าตาย อย่าตายเด็ดขาด
เซียนกระบี่ของกำแพงเมืองปราณกระบี่ตายกันไปมากมายเหลือเกินแล้ว กว่าจะได้ออกไปจากกำแพงเมืองปราณกระบี่ไม่ใช่เรื่องง่าย พวกผู้อาวุโสที่ออกเดินทางไกลซึ่งไม่ว่าจะกับกระบี่ กับบ้านเกิด หรือกับฟ้าดินก็ล้วนถามใจตัวเองแล้วไม่ละอายอย่างพวกลู่จือนี้ ล้วนไม่ควรเป็นพวกคนที่ต้องตายเพียงแต่ตายช้ากว่าไม่กี่วันอีกแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นนิสัยของเซียนกระบี่ใหญ่หญิงอย่างลู่จือผู้นี้ที่ทำให้เฉินผิงอันรู้สึกเลื่อมใส หรือเกี่ยวพันกับกิจการใหญ่พันปีของกำแพงเมืองปราณกระบี่ในหลายใต้หล้าในอนาคต เฉินผิงอันก็ล้วนหวังว่าลู่จือจะมีชีวิตอยู่ไปได้อีกหลายพันปี ต่อให้ต่อจากนี้ลู่จือจะไปก่อสำนักตั้งพรรคอยู่ในใต้หล้าไพศาล ตัดขาดความสัมพันธ์กับกำแพงเมืองปราณกระบี่และนครบินทะยานอย่างสิ้นเชิง แต่นั่นก็ยังเป็นเรื่องดีที่ยิ่งใหญ่ เพราะนิสัยของบรรพจารย์ผู้บุกเบิกภูเขามักจะเป็นตัวตัดสินขนบธรรมเนียมประจำภูเขาลูกหนึ่งไปได้นานร้อยปีพันปี
วันหน้าหากยังมีโอกาสได้พบเจอกับลู่จืออีกครั้ง ประโยคแรกที่เฉินผิงอันจะเอ่ยก็คือลู่จือเจ้างามล่มบ้านล่มเมืองจริงๆ ใครปฏิเสธ ข้าผู้อาวุโสก็จะเล่นแม่งมันเลย
หลิวชาเอ่ย “เปล่า ลู่จือกำลังต่อสู้ติดพันอยู่กับหย่างจื่อและหยวนโส่ว แต่ศิษย์พี่ของเจ้าอยู่ใกล้กับสนามรบแห่งนั้น บวกกับตอนที่เซียวสวิ้นทำหน้าที่เป็นอิ่นกวานเคยมีความสัมพันธ์ที่ไม่เลวกับลู่จือ ลู่จือคิดจะกลับไปยังทักษินาตยทวีปก็ไม่น่าจะมีปัญหามากนัก”
เฉินผิงอันถามอีกทันทีว่า “ฝูเหยาทวีป?”
หลิวชาเอ่ย “ป๋ายเหย่ตกหลุมพรางของอาจารย์โจว กระบี่เซียนไท่ป๋ายแตกสลายแล้ว ทว่าใต้หล้าเปลี่ยวร้างเองก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนที่ไม่เล็ก ต้องเสียป๋ายอิ๋งและเชี่ยอวิ้นไป”
ผ่านศึกนี้ไป สิบสี่บัลลังก์ของใต้หล้าเปลี่ยวร้างต่อจากนี้มีแต่จะมีคนหน้าใหม่มาเพิ่มมากขึ้น
ทางฝั่งของใต้หล้าไพศาล เซียวสวิ้นใช้กระบี่สังหารสวินยวนแห่งใบถงทวีป เหย้าเจี่ยสังหารโจวเสินจือแห่งแผ่นดินกลาง ป๋ายอิ๋งจับหวานเหยียนเหล่าจิ่งแห่งเกราะทองทวีปมาหล่อหลอม ขอบเขตบินทะยานในท้องถิ่นคนหนึ่งของฝูเหยาทวีปบาดเจ็บสาหัสจึงเผ่นหนีไปไกล ขอบเขตเกือบถดถอยสองขั้นติด กว่าจะรักษาสถานะเซียนเหรินไว้ได้ไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่เป็นเพราะฉีถิงจี้ออกกระบี่ช่วยเหลือก็คงถูกสลักชื่อไว้บนกำแพงเมืองแล้ว ทุกวันนี้ไปหลบอยู่ในถ้ำสวรรค์เล็กป๋ายฉือของสำนักเบื้องล่างแห่งหนึ่งในหลิวเสียทวีป ปิดด่านรักษาตน
เฉินผิงอันคล้ายจะจมสู่ภวังค์ความคิด
มิน่าเล่า ปลายกระบี่ท่อนนั้นก็คือส่วนหนึ่งของกระบี่เซียนไท่ป๋ายนั่นเอง
มิน่าเล่า หลงจวินถึงได้ข้ามหัวกำแพงหมายขัดขวางไม่ให้ปลายกระบี่เข้าใกล้ตน
เพียงแต่ว่าเหตุใดป๋ายเหย่ถึงได้มอบของสิ่งนี้มาให้? อีกทั้งยังเป็นปลายกระบี่ของกระบี่เซียนที่พลังพิฆาตสูงสุดอีกด้วย?
ปีศาจใหญ่บนบัลลังก์ของใต้หล้าเปลี่ยวร้างทยอยกันตายไป เจ้าอารามดอกบัว หวงหลวน เหย้าเจี่ย ป๋ายอิ๋ง เชี่ยอวิ้น
ผู้ที่เป็นที่ภาคภูมิใจที่สุดในโลกมนุษย์ ป๋ายเหย่กวีไร้เทียมทานผู้นั้นก็ตายด้วยหรือ?! เหตุใดสนามรบถึงอยู่ที่หรดีฝูเหยาทวีป ไม่ใช่เกราะทองทวีปที่อยู่ใกล้กับทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางมากกว่า? สรุปแล้วศาลบุ๋นแผ่นดินกลางวางแผนเรื่องการทำสงครามไว้อย่างไรกันแน่? แต่ก็ถูกนะ ความสัมพันธ์ระหว่างป๋ายเหย่กับศาลบุ๋นนั้นธรรมดา ดูเหมือนว่าลัทธิขงจื๊อก็ไม่มีคุณสมบัติจะไปเจ้ากี้เจ้าการบอกให้ป๋ายเหย่พกกระบี่ไปที่ไหน แล้วนับประสาอะไรกับที่ฝูเหยาทวีปกับเกราะทองทวีปมีสถานการณ์อย่างไรกันแน่ เฉินผิงอันไม่มีความสามารถพอที่จะทำนายล่วงรู้ ได้แต่อาศัยตัวอักษรที่ถูกแกะสลักบนหัวกำแพงเมืองอย่าง ‘โจวเสินจือ’ ‘หวานเหยียนเหล่าจิ่ง’ มาอนุมานเอาเท่านั้น
และการที่หลิวชาพูดแค่ว่าต้องเสียปีศาจใหญ่บนบัลลังก์สองคนไปด้วย บวกกับที่ตามหลังหลิวชามาติดๆ ก็คือปลายกระบี่ของกระบี่เซียนไท่ป๋ายที่พุ่งมาถึง นี่จะหมายความว่าการเข่นฆ่าที่เทียบได้กับยอดเขาสูงสุดของโลกมนุษย์ก็คือการล้อมฆ่าที่ในอดีตไม่เคยมีมาก่อนและจะไม่ปรากฎขึ้นอีกในอนาคตใช่หรือไม่? ศาลบุ๋นลัทธิขงจื๊อและทวีปแดนเทพแผ่นดินกลางมีแผนการรับมือหรือไม่? สรุปแล้วหลิวชาผู้นี้ได้เข้าร่วมด้วยหรือไม่? หรือว่าโจวมี่โคจรวิชาอภินิหารคล้ายคลึงกับการพลิกกลับขุนเขาสายน้ำของชุยฉาน ส่งหลิวชาตรงมาที่นี่เลย? เพื่อป้องกันหนึ่งในหมื่นจึงคิดจะสังหารตนให้สิ้นเรื่องสิ้นราวกันไปเสียแต่เนิ่นๆ?
ข้อสงสัยมีมากเกินไป แต่กลับไม่มีคำตอบ ไม่รู้เรื่องจริงก็เพราะว่าเบาะแสน้อยเกินไป แล้วนับประสาอะไรกับที่คำพูดของหลิวชา อย่างมากก็เชื่อได้แค่เจ็ดแปดส่วนเท่านั้น
แต่เฉินผิงอันกลับรู้เรื่องหนึ่งอย่างชัดเจน ยิ่งใต้หล้าเปลี่ยวร้างและกระโจมเจี่ยจื่ออยากจะตัดรากถอนโคนหัวกำแพงเมืองอีกครึ่งหนึ่งนี้มากเท่าไร ก็ยิ่งหมายความว่าทิศทางการดำเนินไปของสถานการณ์ในใต้หล้าไพศาลยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น ต้องไม่มีทางถึงขั้นเละเทะเกินจะเก็บกวาดอย่างแน่นอน อย่างน้อยที่สุดทุกวันนี้ทักษินาตยทวีปและแจกันสมบัติทวีปบ้านเกิดของตนก็ต้องยังพิทักษ์ไว้ได้อย่างมั่นคง หาไม่แล้วกำแพงเมืองปราณกระบี่ครึ่งหนึ่ง บวกกับผู้ฝึกกระบี่เซียนดินอย่างเขาอีกคนหนึ่งก็ไม่มีความจำเป็นต้องให้หลิวชาอันดับสามของบัลลังก์ราชามาออกกระบี่ด้วยตัวเองแม้แต่น้อย