ตอนที่ 1722
บทที่ 752.2 หมัดของขอบเขตสิบเอ็ด
October 21, 2026
เฉินผิงอันถึงขั้นไม่ได้ยื่นมือออกไป เพียงแค่ปล่อยให้ปณิธานหมัดไหลรินคล้ายมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตนหนึ่งปกป้องอยู่รอบกาย กับเทพหญิงองค์นั้นก็ยิ่งเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ยุคบรรพกาลสองตนที่มาเจอกันอีกครั้งหลังเวลาผ่านไปหมื่นปี ใช้วิถีแห่งเทพรับมือกับวิถีแห่งเทพ
สายฟ้ากระแทกลงบนพายุหมัดก็พลันระเบิดแตกครืนครั่น ฝนห่าใหญ่สีทองตกลงมาข้างกายเฉินผิงอัน
เมฆสายฟ้าแต่ละก้อนพุ่งเข้ามาล้อมวนอยู่รอบกายเฉินผิงอัน คล้ายสร้างแท่นลงทัณฑ์ธรรมชาติแห่งหนึ่งขึ้นมา อวิ๋นอ๋าวมีทั้งสิ้นสิบสองอัน อวิ๋นตุนที่ซ่อนแฝงปณิธานที่แท้จริงของสายฟ้าก็มีสิบสองอัน จากนั้นในเมฆสายฟ้าสิบสองก้อนก็จะมีเส้นสีทองยาวหนึ่งเส้นที่คอยเชื่อมโยงพวกมันเข้ากับอวิ๋นอ๋าว
เฉินผิงอันทะยานลมลอยตัวอยู่กลางอากาศตลอดเวลา เขายืนอยู่ที่เดิม ปล่อยให้สายฟ้าสีทองสิบสองเส้นฟาดตีลงมาอย่างต่อเนื่อง สิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์นั้นตีอวิ๋นอ๋าวกระชั้นถี่รัวมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเหตุให้แส้สายฟ้าสิบสองเส้นที่พุ่งออกไปจากเมฆสายฟ้ายิ่งนานก็ยิ่งเป็นเส้นตรง วิชาอภินิหารที่ร่ายออกมาไม่มีช่องว่างแม้แต่น้อย แต่เฉินผิงอันกลับยังคงยืนนิ่งไม่สะทกสะท้าน ปณิธานหมัดไหลทะลักกลายเป็นวงกลมสมบูรณ์แบบขนาดใหญ่ เหมือนร่างเขาอยู่กลางดวงจันทร์ดวงหนึ่ง
เฉินผิงอันยิ้มเอ่ย “สหายหัน ไม่สู้ให้พี่หญิงท่านนี้กินให้อิ่มก่อนค่อยมาตีฆ้องดีหรือไม่?”
รัศมีหลายสิบลี้รอบกายเซียนกระบี่ชุดเขียว นอกจากสะพานสายฟ้าสิบสองเส้นที่เข้มข้นราวกับสายน้ำแล้ว นอกจากนี้ล้วนเป็นสายฟ้าแลบปลาบที่พอพุ่งชนแล้วแตกสลายก็กระจายไปทั่ว ถักทอกันเป็นหมือนตาข่าย
เฉินผิงอันใช้นิ้วโป้งดันดาบแคบพิฆาตที่อยู่ตรงเอว ดันออกมาจากฝักดาบสองสามชุ่น ก่อนจะสอดกลับเข้าฝักดาบช้าๆ เห็นได้ชัดว่าเบื่อหน่ายไม่มีอะไรทำ จุ๊ปากเอ่ยว่า “โชคดีที่เทพหญิงกองงานเมฆาผู้นี้ไม่มีสติปัญญาหรือจิตสำนึกอะไรแล้ว ไม่อย่างนั้นแค่การกระทำเนรคุณที่กล้าละเมิดเบื้องสูงเช่นนี้ ก็เรียกได้ว่าทำผิดกฎสวรรค์ จุดจบจะต้องอเนจอนาถมากแน่ๆ”
หันอวี้ซู่หลุดหัวเราะพรืด “ละเมิดเบื้องสูง? เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใคร?”
แสงดาบสีเขียวเข้มพลันพุ่งวาบมาถึงในช่วงเวลาที่สายฟ้าแลบ
ในที่สุดเฉินผิงอันก็ชักดาบออกจากฝัก ยกขึ้นฟันเอียงๆ อย่างไม่ใส่ใจ ฟันให้ดาบอาคมชิงเสียเล่มนั้นร่วงหล่นพื้น
ดาบอาคมชิงเสียไปหยุดนิ่งอยู่ห่างไปพันจั้ง ก่อนจะย้อนกลับคืนมาในเสี้ยววินาที เฉินผิงอันเบี่ยงตัวหลบ ใช้ดาบแคบพิฆาตตั้งขวางเป็นแนวนอนเบื้องหน้าตน ดาบอาคมชิงเสียทำลายปณิธานหมัดยิ่งใหญ่ไพศาลที่คล้ายแสงจันทร์ไปก่อน ก่อนจะโจมตีเข้าที่ตัวดาบพิฆาต เฉินผิงอันก้าวถอยไปหนึ่งก้าว ขณะเดียวกันก็ยกแขนขึ้นส่งดาบอาคมที่ปรากฎตัวลับๆ ล่อๆ เล่มนั้นออกไปจากอาณาเขต
ภูเขาห้อยกลับหัวลูกหนึ่งเหมือนกระบี่บินขนาดใหญ่ยักษ์ เฉินผิงอันมือขวาถือดาบ มือซ้ายกำหมัด ปล่อยหมัดใส่ขุนเขาที่กดทับลงมาเหนือศีรษะ
ขุนเขาถล่มพื้นดินปริแตก
ก่อนจะมีขุนเขาอีกสี่ลูกหล่นตามมาติดๆ ‘ปลายกระบี่’ พุ่งตรงเข้าหาเฉินผิงอัน
หันอวี้ซู่ยิ้มกล่าว “นี่ถือเป็นการถามกระบี่ต่อสหายเฉินหรือไม่?”
เฉินผิงอันทยอยปล่อยหมัดออกไปอีกสองหมัด ทุกครั้งที่ปล่อยหมัดต่อยให้ภูเขาลูกหนึ่งแตกสลาย เรือนกายของเขาจะต้องลดฮวบลงไปเบื้องล่างอีกสิบกว่าจั้ง
แต่เฉินผิงอันก็ยังมีอารมณ์ผ่อนคลายมาเปิดปากตอบคำถาม “ทำไม สหายหันต้องการยืนยันขอบเขตผู้ฝึกยุทธของข้าให้แน่ใจหรือ?”
“นับว่าสหายเฉินเอ่ยเตือนข้าแล้ว”
หันอวี้ซู่ก้าวเท้ารัวเร็วปานพายุลมกรดพลางทำมุทรา ตำแหน่งที่เฉินผิงอันยืนอยู่ ปราณวิญญาณขุนเขาสายน้ำพลันว่างเปล่า ไม่เพียงแค่นี้ ปราณวิญญาณที่อยู่ในตราผนึกฟ้าดินสองแห่ง แม้กระทั่งโชคชะตาขุนเขาสายน้ำก็ล้วนถูกหันอวี้ซู่กลืนลงท้องเหมือนปลาวาฬสูบน้ำทั้งหมด
เห็นได้ชัดว่าต้องการทำให้ฟ้าดินกลายมาเป็น ‘สถานที่ไร้อาคม’ ที่ผู้ฝึกลมปราณหวาดกลัวที่สุด จากนั้นหันอวี้ซู่ก็อาศัยการดึงดูดปราณวิญญาณนี้มาสะสมพลังรอคอย ทั้งสามารถเผาผลาญปราณวิญญาณผู้ฝึกตนของเฉินผิงอันให้แห้งเหือดสิ้น ทั้งยังสามารถทำให้ตนเข่นฆ่าได้นานยิ่งกว่าเดิม สามารถร่ายวิชาอภินิหารก้นกรุของพื้นที่มงคลสามภูเขาได้อีกหลายบท ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว ศึกที่ฝูเหยาทวีปของป๋ายเหย่ หลังจบเรื่องผู้ฝึกตนบนยอดเขาหลายคนของใต้หล้าไพศาลได้เคยทำการอนุมานอย่างละเอียด ตั้งใจทบทวนกระดานหมากสนามรบกันมาก่อน สุดท้ายก็จำต้องยอมรับว่า ‘วิธีโง่เง่า’ ของมหาสมุทรความรู้โจวมี่ผู้นั้นกลับเป็นวิธีการที่ดีที่สุด อีกทั้งยังเป็นวิธีการเดียวที่สามารถเอามาใช้ได้
เพียงแต่ว่าสงครามบนยอดเขาประเภทนี้ยากนักที่จะทำตาม ธรณีประตูสูงเกินไป ต่อให้แค่คิดว่าจะลองเลียนแบบก็ยังไม่ง่ายเลย
ทว่าวันนี้หันอวี้ซู่ยึดครองทั้งฟ้าอำนวยดินอวยพรคนสามัคคี สามารถทำตามศึกครานั้นได้อย่างเข้าท่าเข้าที แน่นอนว่าเขาไม่มีมรรคกถาเลิศล้ำค้ำฟ้าเฉกเช่นมหาสมุทรความรู้โจวมี่ แต่คนหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ก็ไม่ใช่ป๋ายเหย่เช่นเดียวกัน
ยันต์ห้าขุนเขาหนึ่งแผ่น ขุนเขาห้าลูก
นับย้อนจากข้างหลังมาเป็นภูเขาลูกที่สองที่กดทับเหนือหัว เฉินผิงอันปล่อยหมัดออกไปอีกครั้งตามความเคยชิน แต่ขุนเขาลูกนั้นกลับแค่โยกคลอนเท่านั้น นาทีถัดมาร่างทั้งร่างก็ถูกขุนเขาลูกหนึ่งกดทับลงบนพื้นดิน
ภูเขาลูกนี้แปลกประหลาดอย่างถึงที่สุด ราวกับว่าสามารถเป็นฝ่ายชักนำลมปราณมาสยบกำราบคนได้ด้วยตัวเอง ไม่เปิดโอกาสให้เฉินผิงอันใช้การหดย่อพื้นที่หลบหนีไปได้เลย คนขยับภูเขาก็ตามติด อันที่จริงคนหนุ่มก็ถือว่ามีปฏิกิริยาตอบสนองว่องไวมากพอแล้ว แต่สุดท้ายก็ยังไม่อาจหนีพ้นหายนะนี้ไปได้
หันอวี้ซู่ยิ้มบางๆ ถูก ‘ไท่ซาน’ ที่แทบจะใกล้เคียงกับของจริงกดทับ ผู้ฝึกยุทธขอบเขตปลายทางก็ดี เซียนกระบี่ก็ช่าง ล้วนต้องประสบเคราะห์กรรมทั้งสิ้น
หันอวี้ซู่ใช้เวทกระบี่เขียนอักษรสีทองลงบนขุนเขาอยู่ไกลๆ ประหนึ่งการแกะสลักตัวอักษรใหญ่ลงบนหน้าผา จากยอดเขามาถึงกึ่งกลางภูเขา กระทั่งมาถึงตีนเขา เหนือเส้นตรงเส้นหนึ่งก็คือคาถาดั้งเดิมสามขุนเขาที่เป็นตัวอักษรสีทอง หันอวี้ซู่กำลังเพิ่มน้ำหนักของปณิธานแท้จริงแห่งมหามรรคาให้กับไท่ซานหนึ่งในห้าขุนเขานี้อย่างต่อเนื่อง คาถาวิชาภูเขานี้มีเพียงพื้นที่มงคลสามภูเขาเท่านั้นที่ถึงจะมีการสืบทอด หากมีคนขึ้นเขามาดูใกล้ๆ ถ้าอย่างนั้นก็จะเห็นว่าเส้นสีทองเล็กยาวที่หันอวี้ซู่วาดออกมา แท้จริงแล้วก็คือสายน้ำเส้นหนึ่งที่ไหลจากยอดเขาลงมาเบื้องล่าง
ใช้ภูเขาไท่ซานลูกหนึ่งเป็นกระดาษยันต์ เซียนเหรินหันอวี้ซู่ใช้คาถาสามภูเขามาเป็นอักขระลับ
หลังจากวาดยันต์สำเร็จ ยันต์ไท่ซานก็ยิ่งแผ่กลิ่นอายยิ่งใหญ่โอฬารมากกว่าเดิม
หันอวี้ซู่คลี่ยิ้มอย่างสง่างาม “พันไม่ควรหมื่นไม่ควร เจ้าไม่ควรบอกชื่อแซ่ของตัวเอง ทำให้ข้ารู้ว่าเจ้ามาจากภูเขาลั่วพั่ว ชื่อว่าเฉินผิงอัน”
รากภูเขาของยันต์ไท่ซานได้เชื่อมโยงเข้ากับม้วนภาพขุนเขาสายน้ำลายเส้นขาวดำอยู่นานแล้ว
หันอวี้ซู่ขมวดคิ้วน้อยๆ เหตุใดไอ้หมอนั่นถึงได้ไม่มีความเคลื่อนไหวเลย? ปรมาจารย์ผู้ฝึกยุทธคนหนึ่ง เรือนกายไม่มีทางเป็น… ‘กระดาษเปียก’ เช่นนี้แน่
ตรงตีนเขาของภูเขาไท่ซานมีริ้วคลื่นกระเพื่อมออกมาเบาๆ คนผู้หนึ่งเดินก้าวออกมาจาก ‘ประตูใหญ่’ ถึงกับเป็นเฉินผิงอันผู้นั้น “คาถาอักษรทองที่เดิมทีควรเป็นการสืบทอดผ่านทางจิตของเจ้าสำนักพื้นที่มงคลสามภูเขานี้ ผู้เยาว์ขอน้อมรับไว้แล้ว”