ตอนที่ 1743
บทที่ 756.2 เป็นแขก
October 21, 2026
หากไม่เป็นเพราะความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายตื้นเขิน ด้วยนิสัยของเย่อวิ๋นอวิ๋นย่อมไม่มีทางเลอะเลือนอย่างแน่นอน ยานั่งลืมตนเป็นของหายากที่มีราคาแต่ไร้ตลาด หากสามารถทุ่มเงินก้อนใหญ่ซื้อมาได้ ต่อให้ราคาเพิ่มมากกว่าเดิมก็ไม่เป็นไร มีมากย่อมเป็นประโยชน์ ตำหนักพยัคฆ์เขียวมีกี่เม็ดภูเขาผูซานก็ยินดีซื้อเท่านั้น
เพียงแต่ว่าปีนั้นตำหนักพยัคฆ์เขียวยึดครองอาณาเขตทางทิศเหนือ มีแต่จะเอายานั่งลืมตนที่ได้แต่ปรารถนามิอาจได้มาครองนี้กึ่งขายกึ่งมอบให้เป็นสินน้ำใจแก่สำนักใหญ่บนยอดเขาอย่างสำนักใบถงหรือไม่ก็ภูเขาไท่ผิง ไหนเลยจะมาถึงคราวของภูเขาผูซาน
แล้วนับประสาอะไรกับที่ลู่ยงคือเจินเหรินบนพื้นดินคนหนึ่งในบรรดาเซียนดินของหนึ่งทวีปที่ได้รับการยอมรับว่าดูแคลนผู้ฝึกยุทธเต็มตัวที่สุด
เฉินผิงอันก้มหน้าลงดื่มชาหนึ่งคำ มือประคองถ้วยชาเอาไว้ เงยหน้ายิ้มเอ่ยว่า “ผู้อาวุโสอาจจะเข้าใจผิดแล้ว เมื่อครู่นี้ต้องโทษที่ข้าพูดจาไม่ชัดเจน ผู้เยาว์แค่กล้ารับรองว่าเทพเซียนผู้เฒ่าลู่จะขายให้กับเรือนอวิ๋นฉ่าวด้วยราคายุติธรรมที่ตำหนักพยัคฆ์เขียวไม่ได้กำไรแต่ก็ไม่ขาดทุน ตอนนี้ข้าถึงขั้นยังไม่กล้าแน่ใจด้วยซ้ำว่าตำหนักพยัคฆ์เขียวจะต้องมียานั่งลืมตน แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ขอแค่ยานี้ออกจากเตา เทพเซียนผู้เฒ่าลู่ก็จะต้องแจ้งข่าวให้แก่ภูเขาผูซานทันที ส่วนเรือนอวิ๋นฉ่าวจะยินดีซื้อหรือไม่ ก็ต้องดูที่แค่การตัดสินใจของเรือนอวิ๋นฉ่าวเท่านั้น”
ดวงตาของเย่เสวียนจีเป็นประกายวาบ หากไม่เป็นเพราะกฎบ้านของสกุลเย่ผูซานมีมากมายและกฎระเบียบก็เข้มงวด นางก็ถึงขั้นอยากจะรีบโน้มน้าวให้ท่านย่าบรรพจารย์ตอบตกลงโดยไว
เผยเฉียนมองดูเหมือนนั่งใจลอยอยู่บนเก้าอี้ แต่อันที่จริงคอยจับตามองสีหน้าและคำพูดของอาจารย์พ่ออยู่ตลอดเวลา
ยังคงเป็นอาจารย์พ่อที่ทำอะไรรอบคอบมีประสบการณ์จริงๆ ทุกเรื่องรัดกุมไร้ช่องโหว่ แม้แต่น้ำสักหยดก็ไม่อาจเล็ดรอดออกมาได้
หากเย่อวิ๋นอวิ๋นตอบตกลงทันทีตั้งแต่แรกเริ่ม อาจารย์พ่อย่อมต้องผลักเรือตามกระแสน้ำมอบยานั่งลืมตนให้แก่ภูเขาผูซานเปล่าๆ แน่นอน
แต่ในเมื่อเย่อวิ๋นอวิ๋นมีความเกรงใจ อาจารย์พ่อก็ย่อมมีวิธีที่จะชดเชยแก้ไข มีบันไดให้เดินลงได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเมฆคล้อยน้ำไหล
เป็นอาจารย์พ่อ ภูเขาผูซานและตำหนักพยัคฆ์เขียวสามฝ่ายที่เอาความสัมพันธ์ควันธูปมาเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน ดังนั้นจึงเป็นเพียงการทำการค้าที่ยังคงพูดคุยภาษาการค้าต่อกัน
ถอยไปพูดหมื่นก้าว หากหน้าตาเพียงแค่นี้เย่อวิ๋นอวิ๋นยังวางไม่ลง ยังคงไม่ยอมพยักหน้าตอบตกลง ถ้าอย่างนั้นวันนี้อาจารย์พ่อที่พกของขวัญมาขออภัยด้วยตัวเองถึงบ้านก็จะคล้อยตามสถานการณ์ด้วยการหยุดแค่พอสมควร
เย่อวิ๋นอวิ๋นใคร่ครวญอยู่พักหนึ่งก็พยักหน้ายิ้มกล่าว “ถ้าอย่างนั้นข้าก็ต้องขอขอบคุณอาจารย์เฉาไว้ล่วงหน้าก่อนแล้ว”
เฉินผิงอันพูดเหมือนไม่ใส่ใจ “หากทางตำหนักพยัคฆ์เขียวยังไม่มียานั่งลืมตนสำเร็จรูป ข้าก็จะขอให้เทพเซียนผู้เฒ่าลู่ส่งจดหมายฉบับหนึ่งมายังภูเขาผูซาน เพื่อบอกสถานการณ์คร่าวๆ ให้ชัดเจน”
เย่อวิ่นอวิ๋นมองบุรุษที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแวบหนึ่งแล้วยิ้มเอ่ยว่า “รบกวนอาจารย์เฉาช่วยเอ่ยขอบคุณเจินเหรินผู้เฒ่าลู่แทนข้าสักคำ หากตอนนี้ยังไม่มียานั่งลืมตน วันหน้าตำหนักพยัคฆ์เขียวจะหลอมยานี้ก็ให้บอกกล่าวมายังภูเขาผูซานล่วงหน้าก่อน ข้าจะไปรับยาที่ภูเขาชิงจิ้งด้วยตัวเอง แล้วถือโอกาสช่วยปกป้องมรรคาให้กับลู่เจินเหรินและภูเขาชิงจิ้งไปพร้อมกันด้วย”
หากไม่มีคำอธิบายของเจียงซ่างเจินก่อนหน้านี้ เย่อวิ๋นอวิ๋นก็คงรู้สึกว่าไอ้หมอนี่กำลังพูดจาเลอะเทอะอยู่จริงๆ
ลู่ยงแห่งยอดเขาเทียนแจว๋ในทุกวันนี้ ไม่อาจมองเป็นผู้ฝึกตนก่อกำเนิดธรรมดาได้เด็ดขาด
บนอาณาเขตของทวีปหนึ่ง ทุกวันนี้นอกจากสำนักกุยหยกและสำนักว่านเหยาแล้ว อย่าแต่เรือนอวิ๋นฉ่าวและถ้ำมังกรขาวเลย ขนาดอารามจินติ่งลู่ยงจะไม่ไว้หน้าก็ยังได้
เฉินผิงอันลุกขึ้นยืน เผยเฉียนก็ลุกขึ้นตามทันใด
เฉินผิงอันกุมหมัดกล่าว “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่รบกวนการสอนหมัดของผู้อาวุโสแล้ว”
เย่อวิ๋นอวิ๋นลุกขึ้น มอง ‘เจิ้งเฉียน’ แวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มถามว่า “ไม่สู้ให้เจิ้งเฉียนมาประลองฝีมีกับเซวียไหวสักหน่อยดีไหม?”
เฉินผิงอันมองเผยเฉียน ท่าทีของเผยเฉียนชัดเจนอย่างมาก จะประลองหรือไม่ ให้อาจารย์พ่อเป็นคนตัดสินใจ หากจะถามหมัดกันจริงๆ หนึ่งหมัดหรือว่าหลายหมัดต่อยให้เซวียไหวล้มคว่ำ อาจารย์พ่อเป็นคนบอกมาก็แล้วกัน นางเผยเฉียนจะได้รู้ว่าต้องทำอย่างไร จะได้กะจำนวนและความหนักเบาในการออกหมัดได้ถูก
เฉินผิงอันยิ้มพลางส่ายหน้า “วันนี้เอาไว้ก่อนเถอะ วันหน้าพวกเราสองอาจารย์และศิษย์มีโอกาสไปเยือนภูเขาผูซานแล้วค่อยว่ากันอีกที”
เย่อวิ๋นอวิ๋นลุกขึ้นยืนส่ง ครั้งนี้นางเดินไปส่งอาจารย์และศิษย์สองคนจนถึงหน้าประตูวงเดือน ยังคงเป็นเฉาโม่ที่ปฏิเสธไม่ให้นางไปส่งอย่างละมุนละม่อม ไม่อย่างนั้นเย่อวิ๋นอวิ๋นก็คงจะเดินไปส่งจนถึงประตูใหญ่ของจวน
เย่เสวียนจีเดินอยู่บนทางเล็กป่าไผ่เป็นเพื่อนเย่อวิ๋นอวิ๋น ใช้เสียงในใจเอ่ยว่า “ท่านย่าบรรพจารย์ อาจารย์เฉาผู้นี้นิสัยดีมากเลย ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าช่วยเติมน้ำชาให้เขา เขายังไม่ลืมผงกศีรษะขอบคุณข้าด้วย”
หากจะบอกว่าสายตาของโจวเฝยทำให้สตรีรู้สึกเหมือนว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่น้อยเกินไป
ถ้าอย่างนั้นสายตาของอาจารย์เฉาผู้นี้ก็ทำให้เย่เสวียนจีรู้สึกว่าต่อให้เขาไปเจอเข้ากับภาพสาวงามลุกขึ้นจากอ่างน้ำโดยบังเอิญ เขาก็จะยังไม่มองในสิ่งที่ไม่สมควรมอง
เย่อวิ๋นอวิ๋นเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า “เป็นวิญญูชนผู้เที่ยงตรงคนหนึ่งจริงๆ”
อันที่จริงนางพูดแค่ครึ่งประโยค ยังมีอีกครึ่งประโยคที่ไม่สะดวกจะพูดกับผู้เยาว์คนหนึ่งในตระกูลมากเกินไป
เฉาโม่ผู้นี้ฉลาดเกินไปแล้ว
เย่เสวียนจียังคงไม่ค่อยกล้าเชื่อ เอ่ยอย่างกังขาว่า “เขาสามารถช่วยให้พวกเราซื้อยานั่งลืมตนเตาหนึ่งมาจากยอดเขาเทียนแจว๋ได้จริงหรือ? น้ำใจนี้ไม่ถือว่าเล็กเลยจริงๆ เพราะบุญคุณความแค้นในอดีต เจ้าอารามผู้เฒ่าลู่ของตำหนักพยัคฆ์เขียวจึงมีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อผู้ฝึกยุทธล่างภูเขาทุกคน”
จุดที่ลี้ลับมหัศจรรย์ที่สุดของยานี้อยู่ที่ว่าสามารถทำให้ผู้ฝึกตนคล้ายบ่มเพาะหล่อเลี้ยงเทพทวารบาลสององค์ที่ชาวบ้านล่างภูเขาใช้ขับไล่สิ่งสกปรกกำจัดเสนียดจัญไรไว้ที่ด่านหัวใจของตัวเอง ช่วยปกป้องด่านหัวใจให้กับผู้ฝึกตน
ทุกครั้งที่ผู้ฝึกลมปราณนั่งเข้าฌานลืมตน จิตใจจะจมจ่อมอยู่ในฟ้าดินเล็ก แล้วยังสามารถทำให้โอสถทอง ก่อกำเนิดที่เป็นผู้ฝึกตนเซียนดินคนหนึ่งเหมือนสวมชุดคลุมอาคมขนนก ดังนั้นยานั่งลืมตนที่ตำหนักพยัคฆ์เขียวหลอมด้วยวิชาลับเฉพาะจึงได้รับคำขนานนามที่ไพเราะบนภูเขาของใบถงทวีปว่าเป็น ‘เม็ดชุดขนนก’ มาโดยตลอด
เจินเหรินลัทธิเต๋าท่านหนึ่งของตำหนักพยัคฆ์เขียวเคยปกป้องลูกศิษย์ให้ลงจากภูเขาไปหาประสบการณ์ แต่ถูกผู้ฝึกยุทธขอบเขตเดินทางไกลคนหนึ่งทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส โอสถทองปริแตก นับแต่นั้นมหามรรคาก็ขาดสะบั้น
และผู้ฝึกยุทธขอบเขตแปดที่ทำร้ายคนผู้นี้ ภายหลังอาจารย์ของเขาได้ถูกอริยะบู๊อู๋ซูทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส จำเป็นต้องใช้ยาวิเศษหลายชนิดมาต่อชีวิต ยานั่งลืมตนของตำหนักพยัคฆ์เขียวก็คือหนึ่งในนั้น ผู้ฝึกยุทธขอบเขตเดินทางไกลไปขอยาที่ตำหนักพยัคฆ์เขียวด้วยตัวเอง ลู่ยงไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะยอมก้มหัวเอ่ยขออภัยอย่างไร เพียงแค่ปิดประตูไม่ต้อนรับแขกเท่านั้น สุดท้ายผู้ฝึกยุทธขอบเขตปลายทางคนนั้นทนได้แค่สิบปีก็ลาจากโลกนี้ไป ไม่อย่างนั้นหากได้กินยานั่งลืมตนสักหลายๆ เตา มีชีวิตอยู่เพิ่มไปอีกห้าหกปีย่อมไม่เป็นปัญหา ดังนั้นถึงได้บอกว่าบุญคุณความแค้นบนภูเขานั้นง่ายนักที่จะเป็นดั่งลมน้ำหมุนเวียนเปลี่ยนทิศ ยามที่ดูเรื่องตลกของคนอื่นแค่แอบหัวเราะเยาะมีความสุขก็พอ ต่อให้กลั้นเสียงหัวเราะไม่อยู่ก็อย่าหัวเราะดังเกินไปนัก
เย่อวิ๋นอวิ๋นพยักหน้ากล่าว “ในเมื่อเฉาโม่เปิดปากเช่นนี้แล้ว เกินครึ่งลู่ยงก็น่าจะตอบตกลง”
เย่เสวียนจีคลี่ยิ้มหวาน กดเสียงลงต่ำเอ่ยว่า “แค่มองก็รู้แล้วว่าอาจารย์เฉามีชาติกำเนิดมาจากตระกูลสูงศักดิ์ ไม่ว่าจะนั่งจะเดินหรือคำพูดคำจาก็ล้วนแฝงไว้ด้วยมาดของความสง่างาม”