ตอนที่ 1746
บทที่ 756.5 เป็นแขก
October 21, 2026
เผยเฉียนหยิบไม้เท้าเดินป่าสีเขียวอันหนึ่งออกมาจากวัตถุจื่อชื่อ
นางนึกเรื่องหนึ่งขึ้นได้ ในบริเวณใกล้เคียงกับที่แห่งนี้ เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นางได้รับยันต์ แผ่นหนึ่งคือยันต์เจดีย์วิเศษสยบปีศาจ อีกแผ่นหนึ่งคือยันต์ปราณหยางส่องไฟ แต่แรกเริ่มอาจารย์พ่อแค่ให้นางยืม เอามาช่วยเพิ่มความกล้าให้กับนาง ภายหลังถึงได้มอบให้นาง
เผยเฉียนกระซิบว่า “อาจารย์พ่อ อยู่ที่เกราะทองทวีป ข้าได้เจอกับฝูลู่อวี๋เซียนด้วยล่ะ”
เฉินผิงอันตกตะลึงเล็กน้อย “เทพเซียนผู้เฒ่าอวี๋ที่ยึดครองวิถีแห่งยันต์ไปเพียงลำพังท่านนั้นน่ะหรือ?”
เผยเฉียนพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม กล่าวอย่างเขินอาย “บนสนามรบ ผู้อาวุโสอวี๋ไม่เพียงแต่ช่วยข้าสังหารเผ่าปีศาจขอบเขตหยกดิบตนหนึ่ง สุดท้ายยังมอบวัตถุแห่งชะตาชีวิตของขอบเขตหยกดิบตนนั้นให้ข้าด้วย ระดับขั้นเป็นอาวุธกึ่งเซียน”
เฉินผิงอันเอ่ยทอดถอนใจอย่างปลงอนิจจัง “ผู้อาวุโสมีมาดแห่งเซียนไม่เหมือนใครจริงๆ สมควรแล้วที่ผู้อาวุโสอวี๋ได้ผสานมรรคากับทางช้างเผือก เลื่อนขั้นเป็นขอบเขตสิบสี่”
เผยเฉียนอืมรับหนึ่งที
ระยะทางภูเขาร้อยกว่าลี้ สำหรับพวกเฉินผิงอันแล้ว อันที่จริงไม่มีค่าพอให้พูดถึง อีกทั้งเมื่อเทียบกับเส้นทางแคบเล็กคดเคี้ยวคราวก่อนที่เฉินผิงอันเคยผ่านมา เวลานี้ถนนหนทางกลับกว้างขวางกว่าเดิมมาก เฉินผิงอันชำเลืองตามองอยู่หลายทีก็รู้ว่าเป็นฝีมือของทางการราชสำนัก
ผ่านสะพานหินโค้งแห่งหนึ่งที่ทอดตัวขวางลำธาร เฉินผิงอันนั่งยองอยู่บนหัวสะพานมองดูป้ายจารึกแบ่งขอบเขตใหม่เอี่ยม หัวคิ้วขมวดมุ่นน้อยๆ
เขารู้สึกลังเลแล้วว่าจะไปเยี่ยมเยือจวนจินหวงดีหรือไม่
เผยเฉียนถาม “อาจารย์พ่อ มีอะไรหรือ?”
เฉินผิงอันลุกขึ้นยืน “อาจมีเรื่องเกิดขึ้น”
ครุ่นคิดเล็กน้อย เฉินผิงอันก็ยิ้มเอ่ยว่า “ไม่เป็นไร ข้าดื่มเหล้าเสร็จแล้วก็จะจากไป”
ยังห่างจากจวนจินหวงมาอีกสามสิบลี้ ภูเขาเขียวน้ำใส น้ำในลำธารไหลริกๆ ศาลาหลังหนึ่งสร้างขึ้นติดกับธารน้ำ
ทหารสวมเสื้อเกราะกลุ่มหนึ่งนั่งกระจัดกระจายกันอยู่ข้างทาง พวกเขากำลังเล่นพนันขันต่อ แต่เสียงที่พูดกลับไม่ดังนัก เพราะว่าด้านในศาลายังมีผู้ฝึกตนคนหนึ่งที่นั่งขัดสมาธิเข้าฌาน ในมือถือแส้ปัดฝุ่น
แม่ทัพบู๊อายุน้อยคนหนึ่งยืนเอนตัวพิงอยู่นอกกำแพง สองแขนกอดอก หลับตารวบรวมสมาธิ
เฉินผิงอันบอกให้พวกเผยเฉียนหยุดเท้า ตัวเองเดินหน้าไปเพียงลำพัง
สองคนที่อยู่ในและนอกศาลา คนหนึ่งคือผู้ฝึกตนขอบเขตชมมหาสมุทร อีกคนหนึ่งคือผู้ฝึกยุทธขอบเขตห้า
แม่ทัพบู๊หนุ่มลืมตาขึ้น เอ่ยอย่างเฉยเมย “หากพวกเจ้าจะไปจวนจินหวงก็สามารถกลับได้แล้ว ทุกวันนี้ขุนเขาสายน้ำแถบนี้ถูกปิดเอาไว้แล้ว”
เฉินผิงอันหันหน้าไปมองจุดหนึ่ง กลางแอ่งน้ำที่ค่อนข้างลึกท่ามกลางลำธารสีเขียวมรกตเข้มดำมีใบหน้าขาวซีดดวงหนึ่งโผล่ออกมา เส้นผมสีนิลเหมือนพืชน้ำที่แผ่สยายออก มีใบหน้าเป็นเด็กสาว สวมชุดกระโปรงสีทับทิม จากนั้นนางก็มานั่งบนก้อนหินริมชายฝั่ง แต่เท้าสองข้างที่สวมรองเท้าปักลายกลับยังจมอยู่ในธารน้ำ ดูเหมือนว่านางจะจงใจเป็นปรปักษ์กับแม่ทัพบู๊หนุ่มถึงได้ยิ้มเอ่ยว่า “ปิดภูเขา? เหตุใดจวนจินหวงของพวกเราถึงไม่รู้เลยเล่า? หากอาจารย์ท่านนี้อยากจะไปเป็นแขกที่นั่น ข้าสามารถนำทางให้ได้”
เทพเซียนผู้เฒ่าที่อยู่ด้านในศาลาแค่นเสียงเย็นชาหนึ่งเสียง โบกแส้ปัดฝุ่นเบาๆ ลำธารนอกศาลาก็คล้ายมีทำนบน้ำถูกสร้างขึ้นมาสกัดกั้นน้ำไหล ระดับน้ำพุ่งขึ้นสูงตลอดเวลา ไม่มีน้ำในลำธารไหลเข้ามาในแอ่งน้ำเล็กนั่นอีก
ผีสาวเองก็ไม่ถือสา เพียงแต่ว่าร่างของนางหดเตี้ยลงเล็กน้อย เท้าสองข้างจมลงไปใต้น้ำมากกว่าเดิม คล้ายนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้จึงเอ่ยกับบุรุษชุดเขียวว่า “ไม่ต้องกังวลว่าหากย้อนกลับมาทางเดิมแล้วจะถูกคนเล่นงาน จวนจินหวงของพวกเรามีเส้นทางที่ทะลุตรงไปยังทะเลสาบซงเจิน ล่องเรือเที่ยวทะเลสาบ ทัศนียภาพงามล้ำ อยากจะขึ้นฝั่งก็ไม่ต้องคิดมากว่าจะถูกโจรขโมยเรือไปหรือไม่ เหนียงเนียงหูจวินแห่งทะเลสาบซงเจิน เดิมทีก็เป็นภรรยาของฝู่จวินจวนจินหวงของพวกเราอยู่แล้ว”
เฉินผิงอันถึงได้เปิดปากยิ้มเอ่ยว่า “ถ้าอย่างนั้นก็รบกวนแล้ว”
ในที่สุดเทพเซียนผู้เฒ่าที่ร่ายวิชาน้ำสกัดกั้นน้ำในลำธารก็ลืมตาขึ้น หัวเราะหยันกล่าวว่า “เป็นแค่ผีพรายตัวน้อยๆ ก็กล้าพูดจาโอหังวางโต เบื่อที่จะมีชีวิตอยู่แล้วรึ?”
แม่ทัพบู๊หนุ่มคล้ายจะเปลี่ยนใจจึงโบกมือ บอกเป็นนัยแก่พวกพลทหารที่สวมชุดเกราะว่าให้ปล่อยคนเข้ามา ทั้งยังเอ่ยกับบุรุษชุดเขียวที่พกดาบห้อยกาเหล้าด้วยว่า “ทางที่ดีที่สุดพวกเจ้าไม่ควรอยู่ที่จวนจินหวงนานเกินไป เทพเซียนตีกันชาวบ้านเดือดร้อน ไม่ใช่แค่คำพูดล้อเล่นเท่านั้น ส่วนทะเลสาบซงเจิน หากคิดจะไปเที่ยวกลับไม่มีปัญหา”
เฉินผิงอันกุมมือเขย่าแสดงการขอบคุณ
แม่ทัพบู๊หนุ่มพยักหน้าให้เบาๆ
เฉินผิงอันเดินไปบนเส้นทางเลียบลำธาร ฝ่ายผีสาวที่มีชาติกำเนิดจากจวนจินหวงก็ใช้มือหนึ่งยกชายกระโปรงขึ้น เดินอยู่บนผิวน้ำ
ทางฝั่งของศาลา
ผู้ฝึกตนเฒ่าขอบเขตชมมหาสมุทรที่มีนามว่ากวออี๋หลวนเดินมาที่หน้าประตู เอ่ยเย้ยหยัน “แม่ทัพหลิว เจ้าช่างพูดง่ายนัก นึกจะปล่อยผ่านก็ปล่อยไปซะอย่างนั้น”
คนหนุ่มนามว่าหลิวฮุย เพิ่งจะอายุยี่สิบกว่าปี แต่กลับเป็นแม่ทัพบู๊ระดับห้าชั้นเอกแล้ว ประเด็นสำคัญคือยังมีสถานะเป็นผู้ลาดตระเวนขุนเขาสายน้ำห้าทิศที่แคว้นเป่ยจิ้นแต่งตั้งขึ้นมาชั่วคราว ซึ่งก็หมายความว่าในอาณาเขตขุนเขาสายน้ำของขุนเขาเหนือ คนหนุ่มสามารถบัญชาการณ์โยกย้ายสิ่งศักดิ์สิทธิ์แห่งขุนเขาสายน้ำทั้งหมดที่มีระดับต่ำกว่าซานจวินได้ แม้กระทั่งเทพอภิบาลเมืองประจำอำเภอ เขตและจังหวัด ศาลบุ๋นศาลบู๊ของแต่ละสถานที่ก็ล้วนอยู่ในการควบคุมของคนหนุ่ม
หลิวฮุยมีชาติกำเนิดจากตระกูลใหญ่ที่มีชื่อเสียงในเขตพื้นที่หนึ่งของแคว้นเป่ยจิ้น แต่กลับอาศัยคุณความชอบทางการทหารขึ้นมาเป็นแม่ทัพ เหตุผลก็เรียบง่ายยิ่ง ตระกูลของเขาล่มสลายท่ามกลางหายนะที่แผ่นดินของทั้งทวีปจมดิ่งไปแล้ว
นอกจากนี้ยังเล่าลือกันว่าคนหนุ่มกับฮ่องเต้พระองค์ใหม่ของเป่ยจิ้นได้พบเจอกันในช่วงที่ประสบเคราะห์ภัย
และยิ่งมีข่าวที่เล็กกว่านั้น บอกว่าน้องสาวของฮ่องเต้ที่แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ไปอยู่ต่างแคว้น อันที่จริงมีเรื่องราวในอดีตกับแม่ทัพหนุ่มผู้นี้
แม่ทัพหนุ่มสีหน้าเฉยชา “หากไม่ระวังแล้วฉีกหน้าแตกหักกับราชวงศ์ต้าเฉวียนขึ้นมาจริงๆ เมื่อสงครามบังเกิด บางทีกวอเซียนซืออาจจะพูดง่ายยิ่งกว่าข้า”
สีหน้าของผู้ฝึกตนเฒ่ามืดทะมึน แค่นเสียงหยันในลำคอหนึ่งที หวนกลับไปนั่งเข้าฌานฝึกตนอยู่ในศาลาต่ออีกครั้ง
ทำเนียบขุนเขาสายน้ำในจวนจินหวง อันที่จริงได้ถูก ‘ย้าย’ ไปยังราชวงศ์ต้าเฉวียนนานแล้ว ทว่าจวนจินหวงกลับยังตั้งอยู่บนอาณาเขตของแคว้นเป่ยจิ้นอย่างไม่อาจโต้เถียงได้ ดังนั้นหากยังไม่ย้ายที่ก็จะกลายเป็นว่าไม่ถูกต้องชอบธรรม ต่อให้ทะเลาะโต้เถียงกันจนไปถึงอริยะเจ้าขุนเขาของสำนักศึกษาต้าฝู ก็ยังคงเป็นราชวงศ์ต้าเฉวียนและจวนจินหวงที่ไร้เหตุผล
ตอนนี้เรื่องที่ค่อนข้างลุ่มลึกซับซ้อน อันที่จริงกลับเป็นทะเลสาบซงเจินที่มีน่านน้ำกว้างถึงแปดร้อยลี้แห่งนั้น สุดท้ายแล้วทะเลสาบใหญ่แห่งนี้จะตกเป็นของใครและจะแบ่งสรรกันอย่างไร เป็นเรื่องที่รอให้ปรึกษาหารือกันอยู่จริงๆ