ตอนที่ 2477
บทที่ 956.3 รวบรวมเวทกระบี่
October 21, 2026
หลินเจียงเซียนมองไปยังทิศทางของป๋ายอวี้จิงซึ่งตั้งอยู่ใจกลาง ของใต้หล้า อวี๋โต้วปกครองใต้หล้า ดูแลกิจธุระภายในเวลาร้อยปี วิธีการที่ ใช้เผด็จการเกินไป ไม่ว่าจะสำ หรับคนอื่นหรือสำ หรับคนกันเองก็ ล้วนไม่เหลือพื้นที่ว่างใดๆ นี่ถึงได้ทำให้เขาถูกวิจารณ์อย่างเลวร้ายว่าเป็น ‘ทรราช’ แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าป่าวประกาศเรื่องนี้ออกมาอย่างโจ่งแจ้ง จะว่าไปแล้วก็แปลก แม้แต่ซุนไหวจงแห่งอารามเสวียนตูที่ ‘ชมเชย’ ป๋ายอวี้จิงเป็นประจำ เหมือนเป็นเรื่องที่ชอบยกมาคุยหลังมื้อ อาหารก็ยังไม่เคยให้คำวิจารณ์ต่อคำเรียกขานนี้ของอวี๋โต้ว แล้วก็ ไม่เคยราดน้ำมันลงบนกองเพลิง ว่ากันว่าสองสามครั้งสุดท้ายที่ดื่มเหล้ากับสหายเฒ่าหลาย คนจนเมามาย เจ้าอารามผู้เฒ่าก็ได้แต่เอ่ยประโยคที่เป็นการพบกันครึ่งทางซึ่งไม่ถือว่าเป็นเชิงลบหรือเชิงบวก มีแค่สามคำว่า ไม่ถึงขั้น นั้น เจ้าลัทธิสามลู่เฉินเกียจคร้านเกินไป ซานชิงศิษย์น้องเล็กของ พวกเขา ทุกวันนี้เพิ่งจะเป็นเซียนเหรินที่เพิ่งออกจากด่าน อยู่ไกลเกิน กว่าจะสามารถจัดการกิจธุระได้เพียงลำพัง ปีนั้นเต้ากวานสามพันคนของใต้หล้ามืดสลัวจับมือกันเดินทาง ไปยังใต้หล้าห้าสี ยึดครองภูเขาที่อยู่ทางทิศตะวันออกสุด สืบทอด ระบบสายเต๋าของใครของมัน ในบรรดาคนเหล่านั้นก็เป็นฝ่ายของป๋า ยอวี้จิงที่ยึดครองที่นั่งเกือบครึ่งหนึ่ง บางทีสำ หรับศิษย์น้องเล็กของมรรคาจารย์เต๋าที่มีฉายาว่าซาน ชิงแล้ว นี่อาจเป็นการฝึกประสบการณ์อย่างหนึ่ง ดูว่าเขาจะสามารถ ควบคุมสถานการณ์ใหญ่ ช่วยให้ป๋ายอวี้จิงหยัดยืนได้อย่างมั่นคง กดข่มเต้ากวานหลายคนที่ออกเดินทางไกลซึ่งมีคนของอาราม เสวียนตู ตำหนักสุ้ยฉูเป็นหนึ่งในนั้นได้หรือไม่ ถ้าอย่างนั้นต่อจากนี้ ป๋ายอวี้จิงก็มีเรื่องให้ต้องยุ่งหัวหมุนแล้วก่อนหน้านี้อวี๋โจวปรากฎตัวที่ราชวงศ์อวี๋ฝู ในนามบอกว่าไป เพื่อบุกเบิกลานประกอบพิธีกรรม มองดูคล้ายถูกต้องชอบธรรมดี แต่อันที่จริงนางก็แค่มาห้ามไม่ให้ป๋ายอวี้จิงไปขัดขวางจูเสวียน เท่านั้น หลินเจียงเซียนยิ้มอย่างรู้ทัน เห็นได้ชัดว่านักพรตหญิงที่มีฉายาว่า ‘ไท่อิน’ ผู้นี้ ไม่ว่าจะกับ ป๋ายอวี้จิงหรือกับผู้ไร้เทียมทานที่แท้จริงคนนั้นล้วนเจรจาเรื่อง การค้าครั้งนั้นไม่สำ เร็จ ดังนั้นถึงได้บอกว่าไปมีเรื่องกับใครก็อย่า มีเรื่องกับสตรี โดยเฉพาะผู้ฝึกตนหญิงขอบเขตสิบสี่คนหนึ่ง ซินขู่ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะยกกาเหล้าในมือตัวเองขึ้น ถามว่า “หลินซือ ดื่มเหล้าหรือไม่?” คือเหล้าสนที่ซินขู่หมักเอง นอกจากดอกต้นสนแล้วยังมีเปลือก ของต้นสน เอามาทุบให้แหลกเหมือนดินเหนียว ดื่มเหล้าสนนี้ สามารถบำรุงหล่อเลี้ยงจิตวิญญาณและอวัยวะภายใน สามารถคง ความเยาว์วัยเอาไว้ได้ หลินเจียงเซียนปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม “ข้าไม่ชอบดื่มเหล้า”แล้วนับประสาอะไรกับที่ชีวิตคนก็คือความเมามายที่ไม่ จำ เป็นต้องใช้สุราอยู่แล้ว เคยเห็นสารทฤดูมาแล้วสามร้อยกว่าครั้ง เส้นผมตรงจอนหูก็ เริ่มเป็นสีขาวประปรายแล้ว หลินเจียงเซียนเตรียมจะจากไปจึงเก็บกระบอกเซียมซี ลุกขึ้น ยืน ยิ้มเอ่ยเชื้อเชิญว่า “ในอนาคตเมื่อลงจากภูเขาไปหา ประสบการณ์ สามารถแวะไปดูที่หรู่โจวได้” เพราะมีแขกมาเยือนแล้ว ซินขู่กล่าว “แล้วแต่วาสนา ไม่รับปาก” และเวลานี้เอง คนกลุ่มหนึ่งก็พลันปรากฏตัว นักพรตเฒ่าเรือน กายสูงใหญ่มีหนวดยาวสามกลุ่ม บุคลิกเคร่งขรึม แผ่กลิ่นอายแห่ง มรรคาโชติช่วง ถึงกับกดสยบปณิธานหมัดบนยอดเขารุ่นเยว่ลงไปได้ โดยตรง เป็นเหตุให้น้ำนิ่งที่อยู่นอกภูเขาเกิดเป็นคลื่นยักษ์ถาโถม เจ้าแห่งถ้ำ ปี้เซียวหาดลั่วเป่าของยุคบรรพกาล หรือตงไห่ เจ้าอารามแห่งอารามกวานเต๋าในภายหลังข้างกายของนักพรตเฒ่ามีคนสามคนยืนเรียงกันอยู่ เมื่อยืนอยู่ ด้วยกันก็คล้ายเนินที่ลาดเอียงเนินหนึ่ง คนที่ตัวเตี้ยที่สุดคือนักพรตน้อย ชื่อเดิมคือสวินหลันหลิง ฉายาว่า ‘จินจิ่ง’ คือนักพรตน้อยเซาฮว่อที่คอยติดตามอยู่ข้างกาย เจ้าอารามผู้เฒ่าตลอดเวลา และยังมีหวังหยวนลู่โจรขโมยข้าวสาร ผู้ฝึกยุทธชีกู่ ต่างก็เป็น เด็กหนุ่มอู่หลิงของราชวงศ์ชิงเสิน นักพรตเฒ่าพูดเข้าประเด็นทันทีว่า “พาลูกศิษย์ที่เพิ่งรับตัว แวะมากราบภูเขาลูกนี้” เลี้ยงลูกศิษย์ก็เหมือนเลี้ยงลูกสาว ต้องควบคุมการเข้าออก บ้าน ระมัดระวังเรื่องการคบหาสหายของเขาเป็นพิเศษ ภายในเวลา ร้อยปีที่จะถึงนี้ โอกาสที่หวังหยวนลู่จะออกจากบ้านไปเที่ยวเล่นจึงมีไม่มากแล้วในฐานะลูกศิษย์ผู้สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวของตน ไม่มีขอบเขตบินทะยานจะมีหน้าออกไปเตร็ดเตร่ข้างนอกได้หรือ?“ส่วนเจ้าคนแซ่ชีผู้นี้ก็คือขวดน้ำมัน (เปรียบเปรยถึงตัวถ่วงตัวปัญหา ในสมัยโบราณยังหมายถึงลูกติดของหญิงหม้าย) ที่ถือโอกาสพามาด้วย เขาเลื่อมใสเจ้ามานานมากแล้ว ทำหน้าหนาขอตื๊อจะตามมาด้วยให้ได้ อยากเห็นมาดของซินขู่แห่งยอดเขารุ่นเยว่กับตาตัวเอง เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าเป็นเทพหรือเป็นผีกันแน่”ซินขู่ยังคงไม่ลุกขึ้นยืน ถึงกับแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นเจ้าแห่งถ้ำ ปี้เซียว แล้วก็ยิ่งแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของนักพรตเฒ่าส่วนการกราบภูเขาอะไรนั่น คำพูดประหลาดที่ไม่มีต้นสายปลายเหตุของผู้ฝึกตนบนยอดเขาประเภทนี้ ซินขู่เองก็เห็นเป็นเพียงลมที่พัดผ่านข้างหูเท่านั้นหลินเจียงเซียนยืนอยู่บนหินก้อนนั้น คลี่ยิ้มอย่างไม่ยี่หระ กุมหมัดคารวะ “หลินเจียงเซียนแห่งยาซานคารวะเจ้าแห่งถ้ำ ปี้เซียว”นักพรตเฒ่าลูบหนวดยิ้ม “ก่อนหน้านี้ก็มีนักพรตฉุนหยางตามหลังมาก็มีหลินเจียงเซียน ชอบเดินถอยหลังขนาดนี้เชียวหรือ?”หลินเจียงเซียนยิ้มไม่เอ่ยอะไรต่อให้จะถูกเจ้าแห่งถ้ำ ปี้เซียวท่านนี้เปิดเผยความลับสวรรค์ก็ไม่เป็นไร ถึงอย่างไรอีกไม่นานคนทั้งใต้หล้าก็จะรู้เรื่องนี้กันอยู่แล้วหวังหยวนลู่ก้มหัวกราบตามขนบลัทธิเต๋าต่อหนึ่งเจ้าบ้านหนึ่งแขกของยอดเขารุ่นเยว่ส่วนใบหน้าของชีกู่กลับเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนสำ หรับวิธีการตรวจสอบฝีมือของปรมาจารย์วิถีวรยุทธของใต้หล้ามืดสลัว หนึ่งคือการถามหมัดกับผู้ฝึกยุทธขอบเขตเดียวกันนอกจากนี้ก็สามารถเป็นอย่างยอดเขารุ่นเยว่แห่งนี้ที่การเดินขึ้นเขามาตั้งแต่ตีนเขา ต้องดูว่าจะสามารถเดินขึ้นมาได้กี่ก้าวหลังจากความกระอักกระอ่วนผ่านพ้นไป ชีกู่ก็รู้สึกแค่ว่าครั้งนี้ติดตามเจ้าแห่งถ้ำ ปี้เซียวมาที่ยอดเขารุ่นเยว่ก็ช่างได้กำไรก้อนใหญ่จริงๆ ไม่ได้มาเสียเที่ยวถึงกับได้พบเจอทั้งหลินเจียงเซียนและซินขู่พร้อมกันทีเดียวสองคน น่าเสียดายที่ป๋ายโอ่วว่าที่ภรรยาซึ่งยังไม่แต่งเข้าบ้านมาไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วยใต้หล้าให้การเห็นพ้องต้องกันว่าเส้นทางวรยุทธก็คือทางเส้นหนึ่งที่ต้องเดินไปให้ถึงที่สุด เรื่องที่ปวดหัวมากที่สุดก็คือชะตาชีวิตช่างแสนสั้นชั่วชีวิตนี้ชีกู่มีความปรารถนา มีแผนการณ์ไกลอยู่ไม่กี่อย่างข้อแรก แน่นอนว่าคือการแต่งป๋ายโอ่วมาเป็นภรรยาหรือหากจะเป็นจูเสวียนฮ่องเต้หญิงของราชวงศ์อวี๋ฝูก็ได้เหมือนกัน แต่งเข้าบ้านอะไรนั่น ชีกู่ไม่มีข้อพิถีพิถันหรือเรื่องต้องห้ามอะไรทั้งนั้นตนไม่ต้องไปอิจฉาสวีเจวี้ยนแห่งสำ นักต้าเฉาผู้นั้นอีกแล้วพอชีกู่คิดถึงเรื่องนี้ก็พลันฮึกเหิมขึ้นมา รู้สึกเพียงว่าเรียนหมัดลำบากแค่นิดเดียวเท่านั้นสำ นักของลัทธิเต๋ามีมากมาย ต่างฝ่ายต่างมีระบบสืบทอดของตัวเอง เส้นสายซับซ้อน ลำดับวงศ์ตระกูลทั้งหนาทั้งหนักยิ่งกว่าสองลัทธิอย่างขงจื๊อและพุทธมากนัก หมื่นปีที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์เคยปรากฎสถานการณ์แห่งความรุ่งเรืองที่ ‘ฝ่ายนอกสามพันฝ่ายซ้ายแปดร้อย’ เรียกได้ว่าใต้หล้ามืดสลัวมีฝ่ายซ้ายฝ่ายนอก(สามารถหมายถึงพวกนอกรีต พวกที่นอกลู่นอกทาง หรือพวกที่ระบบการสืบทอดไม่ใช่สายตรง) พัวพันกันยุ่งเหยิงราวปมเชือก หากยังรวมถึงพวกคนนอกที่อยู่ปลายแถวด้วย ในบรรดานั้นลำพังแค่สายของศาสตร์การดึงพลังชีวิตและแก่นเลือดมาบำรุงตัวเอง และศาสตร์การประกอบกิจกามในห้องนอน ความรู้ก็ยิ่งใหญ่มากนักทุกครั้งที่ชีกู่ได้ยินคนพูดถึงสวีเจวี้ยนก็มักจะนึกไปถึงศาสตร์ประกอบกิจกามในห้องนอนของลัทธิเต๋า จากนั้นก็นึกถึงเรื่องที่ผู้ชายและผู้หญิงต้องต่อสู้กัน…ความปรารถนาอย่างที่สองของชีกู่ก็คือขอเคล็ดลับการมีอายุขัยยืนยาวมาจากหลินเจียงเซียนส่วนเรื่องของการถามหมัดนั้นช่างเถิด ต่อให้ชีกู่จะภาคภูมิใจในตัวเองมากแค่ไหนก็ยังรู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำอยู่บ้างป๋ายโอ่วที่แค่ออกหมัดก็ต้องต่อยคนให้ตาย สามารถทำให้ผู้ฝึกยุทธขอบเขตเดียวกันไม่กล้าถามหมัดกับนางได้ทว่าหลินเจียงเซียนกลับสามารถทำให้ผู้ฝึกยุทธในใต้หล้าไม่คิดจะถามหมัดกับเขาเลยความต่างประเภทนี้อันที่จริงต่างกันอย่างมากซินขู่แห่งยอดเขารุ่นเยว่น่าจะอยู่คาบเกี่ยวระหว่างสองอย่างนี้หลักๆ แล้วยังเป็นเพราะเสียเปรียบในเรื่องที่ไม่เคยลงจากภูเขาไม่เคยเป็นฝ่ายไปประลองฝีมือกับคนอื่นมาก่อนชีกู่รวมเสียงให้เป็นเส้นสอบถามหลินเจียงเซียนอย่างลับๆ“หลินซือ ผู้เยาว์ชีกู่ ขอถามคำถามข้อหนึ่งจากท่านได้หรือไม่?”