ตอนที่ 53
ตอนที่ 141.2
October 21, 2026
ร้อยพิสดาร (ต้น) โดย ProjectZyphon เฉินผิงอันไม่กล้าเดินเตร่มั่วซั่ว จึงตรงไปที่ศาลาพักร้อน เห็นว่าหลินโส่วอีนั่งอยู่ในนั้นอย่างที่คาดไว้ ด้วยไม่กล้าเทพเซียนบนภูเขาที่โดดเด่นที่สุดของกลุ่มผู้นี้ หลังจากมองอยู่ไกลๆ พักหนึ่งก็เตรียมจะหมุนกายจากไป แต่กลับเห็นว่าหลินโส่วอีลุกขึ้นกวักมือเรียกเขา
เฉินผิงอันจึงเดินเข้าไปในศาลาพักร้อน เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาก่อนจะเข้ามาในโรงเตี๊ยมชิวหลู หลินโส่วอีในเวลานี้เหมือนจะมีบุคลิกรัศมีที่ล่องลอยมากขึ้นกว่าเดิม
หลินโส่วอีเปิดปากพูดด้วยประโยคที่คนทั้งคู่ไม่กระอักกระอ่วน “ชุยตงซานผู้นั้นยืมยันต์แผ่นหนึ่งไปจากข้าแล้วก็ทำลายกฎของโรงเตี๊ยมทันที เขาเดินออกจากศาลาแห่งนี้ กระโดดลงไปในบ่อโบราณนั้นแล้วหายตัวไปเลย”
เฉินผิงอันถามเบาๆ “ชุยตงซานจะเป็นหรือตาย ข้าสนใจไม่ได้ แล้วก็ไม่สนใจด้วย”
หลินโส่วอีหันหน้าไปมองทางบ่อแห่งนั้นแล้วเงียบไปนานกว่าจะพูดว่า “เรื่องนอนพักในโรงเตี๊ยม ข้ารู้ว่าเจ้าหวังดี แต่เจ้าก็ควรจะปรึกษากับข้าก่อน”
เฉินผิงอันพยักหน้า “วันหน้าข้าจะทำ”
หลินโส่วอีหันหน้ากลับมา มองสังเกตสีหน้าและสายตาของเด็กหนุ่มรองเท้าแตะอย่างระมัดระวัง “แค่นี้เองหรือ?”
เฉินผิงอันถามกลับ “ถ้าไม่อย่างนี้แล้วจะยังไง?”
หลินโส่วอีเอ่ยเยาะตัวเอง “ข้ายังนึกว่าเจ้าจะอธิบายเหตุผลกับข้า หรือไม่ก็ม้วนแขนเสื้อต่อยข้าสักทีแล้วค่อยว่ากัน อันที่จริงข้าเตรียมใจไว้แล้วด้วยว่าหากเจ้าต่อยจะไม่เอาคืน เจ้าด่าจะไม่ด่ากลับ”
เฉินผิงอันส่ายหน้า ไม่พูดอะไร เอนหลังพิงเสาของศาลาพักร้อน มองไปยังบ่อน้ำของที่ตั้งเดิมศาลเทพอภิบาลเมือง แต่เขามองต้นสายปลายเหตุอะไรไม่ออก
หลินโส่วอีมองหน้าเฉินผิงอัน “ข้าขอโทษ”
เฉินผิงอันโบกมือคลี่ยิ้ม นั่งขัดสมาธิเรียบร้อยแล้วจึงจ้องไปยังบ่อน้ำโบราณตาไม่กะพริบ
หลินโส่วอีรู้สึกเหมือนยกภูเขาออกจากอก จากนั้นก็ถามอย่างสงสัยว่า “เจ้ากำลังทำอะไร?”
เด็กหนุ่มรองเท้าแตะตอบจริงจัง “ข้าจะมองเพื่อเอากำไรกลับคืนมา!”
เด็กหนุ่มผู้หล่อเหลาเย็นชาที่เดินไปบนเส้นทางแห่งการฝึกตนแล้วรีบยกมือขึ้นลูบซีกหน้าตัวเองแรงๆ เพื่อไม่ให้ตัวเองหลุดเสียงหัวเราะออกมา
……
จวนมหาวารี แม่น้ำหันสือ
ชายชุดดำที่นั่งอยู่บนตำแหน่งประธานมองไปยังแขกที่อยู่กันเต็มห้องโถง มีคนลุกขึ้นชูจอกเหล้าคารวะ พูดจาสรรเสริญเยินยออยู่ตลอดเวลา สีหน้าเขาจึงเผยความลำพองใจอย่างเลี่ยงไม่ได้
เมื่อครู่นี้มีนักประพันธ์ที่มีชื่อเสียงในราชสำนักคนหนึ่งลุกขึ้นดื่มคารวะอีกครั้ง บอกว่าตลอดหลายปีมานี้ฝนตกต้องตามฤดูกาล การเก็บเกี่ยวที่อุดมสมบูรณ์ล้วนเป็นคุณความชอบของนายท่านผู้เฒ่าเทพวารีอย่างเขา ในคำพูดนั้นบอกเป็นนัยว่าความสุขความทุกข์ของประชาชนในเมืองล้วนไม่เกี่ยวข้องกับผู้พิทักษ์เมืองที่แซ่เว่ยผู้นั้นแม้แต่น้อย ประเด็นสำคัญก็คือคำพูดที่เห็นได้ชัดว่าต้องการเลียแข้งเลียขาอย่างชัดเจนนี้กลับทำให้คนผู้หนึ่งที่สวมชุดขุนนางขั้นสามชั้นโทของแคว้นหวงถิงที่นั่งอยู่ลุกขึ้นดื่มคารวะ เออออตามปัญญาชนผู้นั้นอย่างไม่ลังเล ปากก็เอื้อนเอ่ยด้วยถ้อยคำสวยงามเสนาะหู ในฐานะขุนนางขั้นสามระดับสูง ยกกระบัตรของเขตการปกครองหนึ่ง ถือว่าเป็นคนที่มีตำแหน่งขุนนางสูงที่สุดในงานพิธีเซ่นไหว้ใหญ่ครั้งนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับเขาที่นั่งอยู่สูงในตำแหน่งประธานก็ยังเรียกว่านายท่านเทพวารีไม่ขาดปาก
เมื่อไหร่ที่กลายเป็นองค์เทพผู้เสวยสุขจากควันธูป ชื่อเสียงและตระกูลตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ล้วนเป็นความลับ ส่วนคนที่สามารถเผชิญหน้ากับองค์เทพได้จะยึดกฎเคารพผู้สูงศักดิ์กว่า โดยทั่วไปแล้วจึงต้องระวังข้อนี้ ไม่มีทางเอ่ยชื่อแซ่ตามตรง
คำเรียกขานว่า “นายท่านผู้เฒ่านี้” คือคำเรียกโดยทั่วไปที่ค่อนข้างจะมั่นคง ส่วนข้อที่ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนี้ คนมากมายพูดแตกต่างกันออกไป หนึ่งในนั้นพูดอย่างมาดมั่นเต็มไปด้วยความน่าเชื่อถือ บอกว่าในบรรดาศิษย์ใหญ่สามคนที่ได้รับการสืบทอดโดยตรงจากมรรคาจารย์ มีคนหนึ่งที่ชอบเรียกอาจารย์ผู้มีพระคุณว่านายท่านผู้เฒ่า มรรคาจารย์รับคำเรียกขานนี้ไว้ด้วยความยินดี จึงเผยแพร่สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
ชายสวมชุดดำค่อยๆ ถอนสายตากลับคืนมา สองที่นั่งฝั่งซ้ายขวามีคนรู้ใจของเขาสี่คนนั่งอยู่ คนเหล่านี้ติดตามเขากรีฑาทัพไปทั่วสารทิศ คนที่อยู่มานานหน่อยก็สามร้อยกว่าปี สั้นหน่อยก็ร้อยกว่าปี หนึ่งในนั้นก่อนจะจำแลงร่างเป็นมนุษย์มีร่างเดิมเป็นปลาหลีสีแดงสดตัวหนึ่ง เรียกพี่เรียกน้อง มีความสัมพันธ์สนิทแนบแน่นกับผู้ฝึกตนอิสระที่เป็นภูตปลาปลีตนหนึ่งในแม่น้ำชงตั้นต้าหลี
แต่ว่าตอนนี้ภูตปลาหลีท่านนี้มีภารกิจต้องไปทำ ที่นั่งของเขาจึงว่างเปล่า