ตอนที่ 92
ตอนที่ 162.3
October 21, 2026
กระบี่จงมา – ตอนที่ 162.3 เหล่าเด็กๆ ที่ถูกต้าสุยรังแก บทที่ 162.3 เหล่าเด็กๆ ที่ถูกต้าสุยรังแก โดย ProjectZyphon บนมวยผมของหลินโส่วอีปักปิ่นสีเหลืองคุณภาพธรรมดาชิ้นนี้ ผิวของเด็กหนุ่มคล้ำลงเล็กน้อย แต่ยากจะปกปิดใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาเอาไว้ได้ แม้ว่าภาพลักษณ์ที่เขามีต่อผู้คนของสำนักศึกษาซานหยาจะเป็นความเย็นชา สุขุมไม่ชอบยิ้มแย้ม แต่หลินโส่วอีกลับยังคงได้รับความนิยมจากสตรีมากมาย แม้ว่าสตรีของต้าสุยจะไม่สามารถเข้าสอบเพื่อชิงยศฐาบรรดาศักดิ์ แต่ก็ไม่ส่งห้ามการขอเข้าเรียนอย่างเปิดเผยของพวกนาง ก่อนหน้าที่จะแต่งงานล้วนสามารถมาอยู่ในสำนักศึกษาของแต่ละพื้นที่ได้
หลินโส่วอียังคงเป็นเหมือนในอดีต หากเป็นคาบที่ตัวเองไม่ชอบ เขาก็จะไปอ่านหนังสือที่หอเก็บตำรา
ตลอดทางที่เขาเดินไป โดดเด่นสะดุดตาอย่างถึงที่สุด
ในบรรดานักเรียนกลุ่มแรกของสำนักศึกษาซานหยา นักเรียนที่เกิดและโตในต้าสุย หากไม่มาจากตระกูลเศรษฐีก็เป็นชนชั้นสูง หากไม่เป็นพวกตระกูลที่มีหน้ามีตาของเมืองหลวงก็เป็นตระกูลใหญ่ที่ฝังรากลึกล้ำอยู่ในท้องที่ ไม่มีใครที่ไม่ใช่บุตรชายบุตรสาวที่มีชื่อของตระกูลที่ร่ำรวยเงินทอง หรือคนในตระกูลเป็นขุนนางกันมาทุกยุคทุกสมัย
การปรากฏตัวของหลินโส่วอีราวกับน้ำพุใสสะอาดที่หลั่งรินอยู่บนภูเขา ทำให้สตรีหลายคนหลงใหลเคลิบเคลิ้ม
นิสัยห่างเหินปฏิเสธให้คนอื่นห่างไกลไปพันลี้ของหลินโส่วอียิ่งกระตุ้นความห้าวเหิมของสตรีจากตระกูลใหญ่เหล่านั้น ไม่ว่าหลินโส่วอีทำอะไรก็ล้วนเห็นว่ามีเอกลักษณ์แปลกใหม่ ยกตัวอย่างเช่นเด็กหนุ่มสวมเสื้อผ้าธรรมดา การกินการอยู่ก็เรียบง่ายอย่างถึงที่สุด เมื่อเทียบกับลูกหลานชนชั้นสูงที่อยู่ข้างกายแล้วก็เรียกได้ว่าแตกต่างราวฟ้ากับเหว และนี่ก็คือท่วงทำนองของผู้มีความรู้ลัทธิขงจื๊อของหลินโส่วอี
หากจะบอกว่าการใกล้ชิดหลินโส่วอีด้วยสาเหตุเหล่านี้เป็นเพียงแค่ความรู้ที่ตื้นเขิน ถ้าอย่างนั้นรายละเอียดบางอย่างที่คล้ายจะไม่มีใครให้ความสนใจก็คือแรงผลักดันมหาศาลที่ก่อให้เกิดความรู้สึกอันดีนี้
ยกตัวอย่างเช่นการที่หลินโส่วอีได้รับความสำคัญจากต่งจิ้งผู้มากความรู้แห่งลัทธิขงจีอ ผู้เฒ่าท่านนี้มีชื่อเสียงดีงามอยู่ในราชสำนักต้าสุย ได้รับการยอมรับว่าเชี่ยวชาญความรู้ของทั้งขงจื๊อและเต๋า ต่งขิ้งมักจะเรียกหลินโส่วไปยังกระท่อมที่เรียบง่ายของตัวเองบ่อยๆ เพื่อถ่ายทอดความรู้ให้กับเขาเป็นการส่วนตัว
ทุกครั้งที่มีฝนตกฟ้าร้องจะพาหลินโส่วอีภูเขาเถี่ยซู่ (ต้นไม้เหล็ก) ที่สูงที่สุดในเมืองหลวงของต้าสุย ส่วนสาเหตุนั้น คนนอกสำนักศึกษานอกจากจะมองดูเพื่อความบันเทิงแล้ว ยังพยายามมองไม่เห็นถึงความจริงที่ซุกซ่อนอยู่ด้วย ใต้หล้านี้ไม่มีกำแพงใดที่ลมไม่ลอดผ่าน ต่งจิ้งเองก็มีสหายที่สนิทสนม อีกทั้งยังขึ้นชื่อว่าเป็นคนขี้เมา เพียงแค่ดื่มเหล้าไปไม่กี่จอกก็หลุดเปิดเผยเบาะแส นั่นคือหลินโส่วอีคืออัจฉริยะแห่งการฝึกตนที่ร้อยปียากจะพานพบสักครั้ง หากบ่มเพาะปราณแห่งความเที่ยงธรรมและยิ่งใหญ่ได้สำเร็จ นำมาช่วยเสริมวิชาห้าอสนีย่อมต้องกลายเป็นเทพเซียนที่มีจุดเริ่มต้นอยู่ที่ห้าขอบเขตกลางแน่นอน อีกทั้งยังมีหวังว่าจะเลื่อนสู่ขอบเขตหกก่อนจะอายุยี่สิบห้าปี
หากจะพูดให้ง่ายหน่อย นี่หมายความว่าอัจฉริยะในการฝึกตนอย่างหลินโส่วอีมีคุณสมบัติที่จะฝ่าสู่ขอบเขตสิบ และนี่ก็อยู่เหนือขอบเขตของอัจฉริยะทั่วไปอยู่มาก
จู่ๆ ก็มีเด็กคนหนึ่งที่กำลังโกรธเกรี้ยววิ่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าหลินโส่วอี เขาคือหลี่ไหว พอเห็นหลินโส่วอีก็ร้องไห้ปานจะขาดใจ พูดสะอึกสะอื้น “หลินโส่วอี หุ่นไม้หลากสีของข้าหายไปแล้ว มีคนขโมยมันไป!”
หลินโส่วอีถาม “เจ้าทำมันหายเองหรือเปล่า?”
หลี่ไหวส่ายหน้าสุดชีวิต “ไม่มีทาง!”
“ที่หอพักของเจ้ามีคนอยู่กี่คน?”
“รวมข้าด้วยก็เป็นสี่คน”
“มีใครที่น่าสงสัยหรือไม่?”
หลี่ไหวยังคงส่ายหน้า
หลินโส่วอีขมวดคิ้วเป็นปม สุดท้ายเขาพาหลี่ไหวกลับไปที่หอพักของตัวเอง หยิบเอาตั๋วเงินหลายใบที่อยู่ใต้หีบหนังสือออกมาส่งให้หลี่ไหว เงินเหล่านี้ที่บ้านของเขาส่งมาให้ตอนอยู่จุดพักม้าเจิ่นโถวเมืองหงจู๋ สีหน้าตอนหลินโส่วอีได้รับจดหมายในวันนั้นไม่น่ามองอย่างถึงที่สุด
หลี่ไหวตระหนกลน “อะไร? ข้าต้องการแค่หุ่นไม้หลากสีเท่านั้น ข้าไม่ต้องการเงิน!”
หลินโส่วอีกล่าว “หลังจากเจ้ากลับไปที่พอพักแล้วก็บอกกับเพื่อนร่วมหอว่า เจ้าทำหุ่นไม้หลากสีหายไปที่…สรุปคือเจ้าเลือกสถานที่ใดมาก็ได้ และหากใครช่วยเจ้าตามหาจนเจอ เจ้าจะให้เงินเหล่านี้แก่เขา”
หลี่ไหวมึนงง “แบบนี้ก็ได้หรือ?”
หลินโส่วอีกล่าวอย่างจนใจ “ลองทำแบบนี้ดูก่อน”
วันที่สอง หลี่ไหวมาหาหลินโส่วอีด้วยความอารมณ์ดี “วิธีนั้นใช้ได้จริงๆ ด้วย!”
หลินโส่วอีกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์นัก “วันหน้าใส่กุญแจลังของตัวเองให้ดี แล้วก็อย่าเอาของเล่นผุพังพวกนั้นของเจ้าออกมาอวดคนอื่น”
หลี่ไหวโกรธเคือง “ขอบคุณก็ส่วนขอบคุณ วันหน้าข้ายังต้องคืนเงินให้กับเจ้า แต่ห้ามเจ้าพูดถึงพวกมันแบบนี้!”
หลินโส่วอียื่นฝ่ามือข้างหนึ่งไปตบศีรษะเจ้าลูกหมาน้อยคนนี้ “อย่ามากวนข้าบ่อยนัก ข้าจะไปหอหนังสือ”
“ระวังจะกลายเป็นหนอนหนังสือเข้าสักวัน!” หลี่ไหวทำหน้าทะเล้นใส่หลินโส่วอีแล้ววิ่งแผล็วหนีไป
ผ่านไปแค่ไม่กี่วัน หลี่ไหวก็ไหลลู่คอตกมาหาหลินโส่วอีอีกครั้ง คราวนี้เขาทำท่าทางขลาดกลัวไม่กล้าพูด
หลินโส่วอีที่ถูกคนมาดักรอหน้าหอหนังสือถอนหายใจ “มีเรื่องอะไร? หุ่นไม้หลากสีหายไปอีกแล้วรึ?”
เด็กชายตอบหน้าสลด “เปล่า คราวนี้เป็นหุ่นคนจิ๋วชุดนั้น…”
“ใส่กุญแจลังดีแล้วหรือ?”
“ใส่ดีแล้ว ข้ารับรอง! ตั้งสองชั้นแน่ะ! แล้วข้าก็เก็บลูกกุญแจไว้กับตัวตลอดเวลาเลยด้วย”
หลินโส่วอีปวดหัวแปล๊บ จึงยื่นมือออกมานวดคลึงกลางหว่างคิ้ว “ข้าจะไปหาอาจารย์ต่ง ดูว่าเขามีวิธีหรือไม่ ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ก็ไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง”
หลี่ไหวพลันเงยหน้า ฝืนใจยิ้ม “ช่างเถอะ ข้าหาวิธีเอาเองดีกว่า ไม่แน่ว่าพวกมันอาจวิ่งกลับมาเองก็ได้”