ตอนที่ 1070
บทที่ 1070 เยี่ยจิ่งหานทะลวงผ่านขึ้นกลางระดับเจ็ด
October 21, 2026
แสงที่โจมตีลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้เจ็บปวดอย่างไม่สิ้นสุด ฮวาอิ่งหัวเราะออกมาดังลั่น
ทรมานกู้ชูหน่วนไปทีละก้าว ทีละก้าว
ร่างกายของนางสั่นไหวในทันใด
ไม่ไกลจากนาง พลังแห่งยอดฝีมือระดับเจ็ดกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้
นางหันกลับไปในทันใด
ไม่รู้ว่าเหวินเส่าอี๋ที่หมดสภาพจากการต่อสู้ เวลานี้เขาได้ทะลวงขั้นสูงสุดของระดับที่หกไปยังระดับเจ็บ และยังไปถึงขั้นกลางระดับเจ็ด
นี่......
นี่มันเป็นไปได้ยังไง......
“เจ้าสามารถทะลวงได้สองขั้นติดต่อกันเลยงั้นหรือ?”
มีคนจำนวนน้อยมากที่สามารถไปถึงระดับเจ็ดได้
และต่อไปทะลวงไปถึงระดับเจ็บก็ไม่มีใครสามารถก้าวไปถึงขั้นกลางระดับเจ็ดได้ในทันที
แต่เขากลับทำได้
และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ เขายังอายุน้อยเพียงเท่านี้
ตั้งแต่สมัยโบราณมาถึงทุกวันนี้ ยังไม่มีใครเคยทำได้แม้แต่คนเดียว
สมแล้วที่เหวินเส่าอี๋เป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ
“เป็นเพราะเจ้าที่ทำให้ข้าตาสว่าง”
เหวินเส่าอี๋กล่าวอย่างเยือกเย็น “ปล่อยนาง”
“ฮึ......เจ้าเองก็ชอบนางงั้นหรือ? แต่นางเป็นภรรยาของน้องชายเจ้า เจ้าเต็มใจที่จะทำเช่นนี้งั้นหรือ?”
“ข้าบอกให้เจ้าปล่อยนาง” พลังขั้นกลางระดับเจ็ดของเหวินเส่าอี๋พุ่งโจมตีลำแสงเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว หวังว่าจะทำลายมัน
แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดก็คือ พลังขั้นกลางระดับเจ็ดกลับไม่สามารถทำอะไรลำแสงเหล่านั้นได้แม้แต่น้อย
“ข้าลืมบอกเจ้าไป ลำแสงเหล่านี้ นอกจากข้าจะตาย พวกมันก็ไม่มีทางหยุดลง”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ เยี่ยจิ่งหานและเหวินเส่าอี๋รู้สึกเกลียดชังฮวาอิ่งอย่างไร้ขอบเขต
เหวินเส่าอี๋ใช้วิชาน้ำแข็งศักดิ์สิทธิ์ออกมา ไผ่ในป่าไผ่ลอยตามกันขึ้นไปบนท้องฟ้า ไผ่แต่ละลำกลายเป็นไผ่เส้นเล็กเท่าเส้นผม
เส้นไผ่ส่งเสียงดังเหมือนสายพิณ
เส้นไผ่จำนวนมาก ทำให้เกิดเสียงประสานและเสียงแห่งเซียน
“ฟ่อ......”
ทุกที่ซึ่งเส้นไผ่ผ่านไป ไม่ว่าจะแข็งแกร่งราวกับหิน ทุกอย่างล้วนถูกตัดขาด แค่เห็นก็รู้สึกขนหัวลุก
ดูเหมือนฮวาอิ่งจะคิดไม่ถึงว่าเหวินเส่าอี๋ที่เพิ่งทะลวงขึ้นมาอยู่ขั้นกลางระดับเจ็ดจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
เส้นไผ่รับมือได้ยาก
นางสะบัดด้ายพิษของนางเข้าไปพัวพันกับเส้นไผ่แห่งการสังหาร
อีกด้านหนึ่ง กู้ชูหน่วนกระอักเลือดออกมาอย่างต่อเนื่อง เล็บของนางฝังลึกอยู่ในโคลนและหักเป็นสองท่อน เล็บที่เต็มไปด้วยเลือดจมอยู่ในโคลน เยี่ยจิ่งหานรู้ว่าเวลานี้นางรู้สึกทุกข์ทรมานมากเพียงใด
“อาหน่วน......”
“อาหน่วน......”