ตอนที่ 953
บทที่ 953
October 21, 2026
เมื่อเสด็จอาเสด็จมาเข้าเฝ้าจักรพรรดินี ทุกคนต่างไม่รู้ว่าพวกเขาพูดคุยเรื่องอะไรกัน รู้เพียงแค่ข้างในมีเสียงทะเลาะวิวาทที่ดังออกมาถึงข้างนอก ราวกับการพูดคุยเป็นไปอย่างไม่น่าพึงพอใจนัก
จากนั้นไม่นานก็มีคนกล่าวโทษเสด็จอา โดยกล่าวว่าเสด็จอาสมรู้ร่วมคิดกับศัตรูภายนอก ขายชาติบ้านเมืองเพื่อเกียรติและอำนาจของตัวเอง และถึงขั้นพยายามจะแย่งชิงบัลลังก์โดยมีหลักฐานครบถ้วน
จักรพรรดินีออกราชโองการให้ทำการรื้อค้นและทำลายจวน เสด็จอารู้เรื่องก่อนจึงพาคนในจวนอพยพหนีออกไป
ระหว่างการติดตามไล่ล่านั้น ลูกน้องคนสนิทของเสด็จอาได้ต่อสู้กันอย่างดุเดือดกับกองกำลังรักษาพระองค์ จนทำให้คนของจวนท่านอ๋องพากันล้มตายและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก
จากนั้นเสด็จอาก็ได้ทิ้งคนในครอบครัวและหลบหนีไปเพียงลำพัง จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีเบาะแสอะไร
ไม่นานเรื่องนี้ก็ถูกเผยแพร่ออกไปทั่วทั้งอาณาจักรรัฐปิง
มีคนจำนวนมากต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เสด็จอา ไม่คิดเลยว่าเขาที่ดูเป็นคนดีเช่นนั้นจะคิดทรยศต่อรัฐและเห็นประโยชน์ของตัวเองเป็นใหญ่และพยายามแย่งชิงราชบัลลังก์
คนในราชสำนักจำนวนมากเชื่อว่าเสด็จอาไม่มีทางทำเรื่องเช่นนั้นอย่างแน่นอน และพยายามพูดแก้ต่างแทนเสด็จอา ทำให้จักรพรรดินีกริ้วจัดและได้ประหารชีวิตขุนนางไปจำนวนมาก จนถึงขั้นรื้อค้นและบุกยึดบ้านของพวกเขา จากนั้นทำการประหารคนในเรือนทั้งหมด
ทำให้ทุกคนในราชสำนักต่างพากันหวาดกลัว แม้รู้ว่าเสด็จอาอาจจะถูกใส่ร้าย ทว่าก็ไม่กล้าอธิบายแก้ต่างแทนเขาอีก และรู้สึกหมดหวังต่อจักรพรรดินีโดยสิ้นเชิง
กู้ชูหน่วนกลับไม่เชื่อเลยสักนิด
หากอยากลงโทษหรือเล่นงานใคร ย่อมมีเหตุผลหรือหาข้ออ้างได้เสมอ
เพียงแค่ใช้สมองคิดสักนิดก็รู้ได้ว่าเสด็จอาถูกจักรพรรดินีทำร้าย
บริเวณโดยรอบของหอดาบเต็มไปด้วยยอดฝีมือนับไม่ถ้วน และมีคนอีกจำนวนมากที่แอบจับตามองนางอยู่ลับๆ
กู้ชูหน่วนใช้พลังงานอย่างมาก สุดท้ายก็หลุดพ้นมาจากผู้ที่แอบจับตามองนางเอาไว้ได้
นางใช้การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วของวิชาตัวเบา รวมไปถึงความคุ้นเคยในสถานที่ เพื่อคิดอยากเข้าไปสำรวจห้องตำราหลวง
ทั้งวังแห่งนี้ มีเพียงห้องตำราหลวงเท่านั้นที่เข้าไปได้ยากที่สุด
แม้แต่บรรดาสัตว์ร้ายของนางก็ยากที่จะเข้าไปได้
องครักษ์ที่นี่คุ้มกันแน่นหนาอย่างมาก แม้แต่แมลงวันตัวเดียวก็ไม่อาจบินเข้าไปได้
ความฝักใฝ่ในกามของจักรพรรดินีนั้น โดยปกติหากไม่มีอะไรกับคนนี้ ก็จะมีอะไรกับคนนั้น
และที่น่าแปลกก็คือ หลังจากที่มีอะไรกันแล้ว สถานที่แรกที่พระนางจะไปทุกครั้งก็คือห้องตำราหลวง หากจะบอกว่าที่นี่ไม่มีอะไรผิดปกติ นางไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน
เมื่อสังเกตมองไปรอบๆ มีองครักษ์ยืนประจำการอยู่หนึ่งคนทุกห้าก้าว และทุกสิบก้าวจะมีจุดตรวจตระเวน อีกทั้งยังมียอดฝีมือจำนวนมากทั้งที่ปรากฏให้เห็นและที่แอบซุ่มประจำการอยู่
ไม่ว่านางจะใช้วิธีการใดก็ไม่สามารถเข้าไปยังห้องตำราหลวงได้เลย
กู้ชูหน่วนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เมื่อเห็นว่ามีองครักษ์อีกกลุ่มหนึ่งกำลังเดินลาดตระเวนเข้ามา ทำให้กู้ชูหน่วนผลักประตูห้องๆ หนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากห้องตำราหลวงโดยปริยาย
ภายในห้องมืดมาก กู้ชูหน่วนไม่ได้คิดจะอยู่ที่นี่นาน เพียงรอให้องครักษ์เดินลาดตระเวนเสร็จก็จะออกไปจากที่นี่
เมื่อแสงจันทร์สาดส่องเข้ามา กลับทำให้มีแสงหักเหไปที่ภาพๆ หนึ่งบนผนัง
ขาของกู้ชูหน่วนที่กำลังเตรียมเดินออกไปก็ได้หยุดชะงักลง และมองตรงไปยังม้วนภาพวาดนั้น
บนม้วนกระดาษภาพวาดนั้นเป็นภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังกินขนมเปี๊ยะดอกไม้
มือข้างหนึ่งของหญิงสาวผู้นั้นกำลังถือขนมเปี๊ยะดอกไม้ และมืออีกข้างหนึ่งชี้ไปยังแจกันที่อยู่ทางขวามือ
และสิ่งที่ทำให้กู้ชูหน่วนหยุดชะงักลงก็คือขนมเปี๊ยะดอกไม้ที่อยู่ในมือของนาง
ขนมเปี๊ยะดอกไม้นั้นเหมือนกับขนมเปี๊ยะดอกไม้ที่อยู่ในวงแหวนอวกาศอย่างมาก
เดิมทีเป็นแค่เพียงม้วนภาพวาดภาพหนึ่งที่ไม่มีอะไร เพียงแต่นางกลับรู้สึกว่าแววตาของผู้หญิงที่อยู่ในภาพวาดนี้มีบางอย่างผิดแปลกไป
นางค่อยๆ หันตามไปทางที่นิ้วมือของหญิงสาวคนนี้ชี้ไปที่แจกัน
ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เกิดขึ้น
นางหันเช่นนั้นอยู่ครั้ง ทว่ากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย
กู้ชูหน่วนหัวเราะออกมา "ข้ากำลังคิดอะไรของข้านะ ก็แค่เพียงภาพวาดหญิงงามคนหนึ่งก็เท่านั้น"
นางชี้นิ้วชี้ของไปยังแจกันโดยบังเอิญ และหลังจากที่แจกันหมุนอยู่หลายครั้ง มันก็ส่งเสียงก้องกังวานขึ้น
จากนั้น......
ประตูลับบานหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของนาง
แววตาของกู้ชูหน่วนเปล่งประกายแวววาว "เช่นนี้ก็ได้หรือ?"