ตอนที่ 4
ตอนที่ 4 มิติเก็บของติดตัว
September 30, 2026
เมื่อฉู่มู่เฉินจากไป ในที่สุดตงเอ๋อร์ก็ดึงสติกลับมาได้ "คุณหนู! ท่านทำอะไรลงไปเจ้าคะ? องค์รัชทายาทอุตส่าห์มาเยี่ยมท่านแท้ๆ ท่านยังจะทำให้พระองค์ทรงกริ้วจนจากไปอีก? แล้วก็นี่... สิ่งนี้ รีบฉีกทิ้งเร็วเข้าเจ้าค่ะ ยังดีที่มีแค่พวกเราสามคนที่รู้ ตราบใดที่ฉีกทิ้งก็ถือว่าไม่นับแล้ว..."
ตงเอ๋อร์ลนลานพยายามจะแย่งหนังสือถอนหมั้นไป
ทว่าซูสือจิ่นกลับพับมันเก็บไว้อย่างเบามือ "ทำไมถึงจะไม่นับล่ะ? นี่น่ะคืออิสระของข้าเลยนะ"
ตงเอ๋อร์รีบกล่าว "คุณหนู ท่าน..."
ซูสือจิ่นปรายตามองนาง "เจ้าหนวกหูมาก"
ตงเอ๋อร์ชะงักไป สุดท้ายก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ ได้แต่ถอยออกไป...
นางรู้สึกว่าวันนี้คุณหนูแปลกไปมาก
หรือเป็นเพราะเสียใจมากเกินไปกันนะ?
แต่พอเพิ่งจะถอยออกมา หญิงวัยกลางคนที่มีลักษณะท่าทางเหมือนแม่บ้านนางหนึ่งก็เดินพรวดพราดเข้ามาโดยไม่แม้แต่จะเคาะประตู
"คุณหนูรอง เพราะความเอาแต่ใจของท่านแท้ๆ ทั้งร้องไห้ฟูมฟายอาละวาดจะผูกคอตาย จนทำให้คนทั้งจวนต้องพลอยตกใจและเป็นห่วงกันไปหมด ไม่เพียงแต่จะรบกวนเวลาขององค์รัชทายาทไปทั้งวัน แต่ยังทำให้คุณหนูสามผู้มีจิตใจดีต้องขวัญเสียไปด้วย ดังนั้นคุณชายใหญ่จึงมีคำสั่งว่า ทันทีที่ท่านฟื้นขึ้นมา จะต้องไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนและถูกกักบริเวณเป็นเวลาหนึ่งวัน รอจนถึงวันพรุ่งนี้ค่อยไปอธิบายเรื่องทั้งหมดกับคุณชายใหญ่อย่างละเอียด
"
พอกล่าวจบ นางก็ถอยกลับไปยืนตรงประตูด้วยท่าทางถือดี
"จริงด้วยสิ องค์รัชทายาทเพิ่งจะเสด็จกลับไปอย่างกริ้วจัดเมื่อครู่นี้เอง ตอนนี้คงไม่มีใครมาคอยขอความเมตตาแทนท่านได้อีกแล้ว เชิญเถิดเจ้าค่ะ..."
"แม่บ้านหลินเจ้าคะ วันนี้คุณหนูตกลงมาจากหน้าผา บาดเจ็บไปทั้งตัว รบกวนท่านช่วยบอกคุณชายใหญ่ให้ที ให้คุณหนูได้พักผ่อนสักคืนเถอะนะเจ้าคะ..."
ตงเอ๋อร์เดินเข้าไปอ้อนวอนอย่างกล้าๆ กลัวๆ
แม่บ้านหลินโกรธขึ้นมาทันที ตบหน้านางฉาดหนึ่ง "เวลาข้าพูด มันใช่เรื่องที่เจ้าจะมาสอดปากงั้นหรือ? ช่างไร้มารยาทสิ้นดี!"
พูดจบ นางก็หันไปมองซูสือจิ่นอย่างเย็นชา "องค์รัชทายาทบอกคุณชายใหญ่หมดแล้ว ว่าคุณหนูรองไม่ได้กระโดดหน้าผาเลยสักนิด ตอนที่กำลังจะกระโดดพระองค์ก็ช่วยไว้ได้ทัน เห็นๆ กันอยู่ว่าไร้รอยขีดข่วน ก็อย่ามาแสร้งทำเป็นน่าสงสารที่นี่เลย มารยาบีบน้ำตาอาละวาดจะฆ่าตัวตายไม่ใช่เพิ่งทำครั้งแรกเสียหน่อย เสแสร้งทั้งนั้น"
คำพูดของแม่บ้านหลิน ไม่เพียงแต่ทำให้ตงเอ๋อร์ขวัญเสีย แต่ยังทำให้ซูสือจิ่นอึ้งไปเช่นกัน
ไม่ได้กระโดดหน้าผางั้นหรือ?
ให้คุกเข่าในศาลบรรพชน?
แถมยังต้องอธิบายอีก?
หากไม่ใช่เพราะความทรงจำที่มีอยู่ ซูสือจิ่นคงนึกว่านางทะลุมิติมาอยู่ในร่างคนรับใช้เสียอีก!
นี่คือสิ่งที่พี่ชายแท้ๆ จะทำกับน้องสาวตัวเองจริงๆ หรือ?
แล้วยังไอ้รัชทายาทชั่วช้านั่นอีก เขาคงกลัวว่าเรื่องที่นางเกือบตายจะทำให้ชื่อเสียงของเขาด่างพร้อยล่ะสิท่า?
ถึงได้กล้าปั้นน้ำเป็นตัวโกหกคำโตขนาดนี้...
ชั่วขณะหนึ่ง นางถึงกับไม่รู้เลยว่าควรจะโกรธเรื่องไหนก่อนดี!
แต่มีเรื่องหนึ่งที่นางรอไม่ได้!
ซูสือจิ่นสูดลมหายใจเข้าลึก จากนั้นจึงก้าวเข้าไปหาแม่บ้านหลินทีละก้าว แล้วยกมือขึ้นตบหน้านางอย่างแรง!
แม่บ้านหลินถึงกับอึ้งกิมกี่ไปทันที!
"ท่านกล้าตบข้างั้นหรือ?"
‘เพียะ’ อีกฝ่ามือหนึ่งตามไปติดๆ!
"อย่างแรก ข้าคือเจ้านายของเจ้า ต่อหน้าข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์มาทำท่าทางยโสโอหังใส่!"
พูดจบ ซูสือจิ่นก็สะบัดมือตบไปอีกฉาด!
"อย่างที่สอง ตงเอ๋อร์เป็นคนของข้า ก่อนจะตบนาง เจ้าถามข้าแล้วหรือยัง?"
แม่บ้านหลินหน้าถอดสี ชี้หน้านางจนพูดไม่ออกอยู่นาน...
ซูสือจิ่นปัดมือนางออกอย่างไม่แยแส
"สุดท้าย ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมต้องไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชน? กลับไปบอกคุณชายใหญ่ซะ อยากคุกเข่านักก็ไปคุกเข่าเอง ส่วนเรื่องอธิบาย มิสู้ให้ซูลั่วเย่ว์มาอธิบายกับข้าดีกว่า ว่าทำไมข้าตกหน้าผาแต่นางกลับเป็นคนสลบ? ทำเอาคนทั้งจวนต้องมาเป็นห่วงนางโดยใช่เหตุ ข้าว่านางนั่นแหละที่สมควรไปคุกเข่าในศาลบรรพชน!"
ตงเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ ถึงกับตาค้าง ส่วนแม่บ้านหลินก็โกรธจนตาแทบถลน "ท่าน..."
"ไสหัวไป"
ซูสือจิ่นยกเท้าถีบนางกระเด็นออกไป "ถ้าชี้หน้าข้าอีกครั้ง ข้าจะตัดมือเจ้าทิ้งซะ"
แม่บ้านหลินรีบหดนิ้วกลับด้วยความหวาดกลัว ไม่กล้าปริปากอีกเลย!
"ตงเอ๋อร์ ส่งแขก"