ตอนที่ 226
บทที่ 226 มู่หรงอี๋ตั้งครรภ์
October 28, 2026
มู่หรงอี๋ตะโกนเรียก "จวินฉีเซิ่ง" อย่างคลุมเครือ แต่จวินฉีเซิ่งได้เดินจากไปโดยมิแม้จะมองมู่หรงอี๋เลย
มู่หรงอี๋กำหมัดแน่น นางเป็นสตรีที่งดงามที่สุดในแคว้นฉี เป็นสตรีที่ทุกคนต่างก็จับจ้อง จึงจะมิมีใครสามารถเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของนางได้ แม้แต่จวินฉีเซิ่งก็ตาม!
เมื่อจวินฉีเซิ่งเดินออกประตูไปก็ชนเข้ากับยีชุ่ย
จวินฉีเซิ่งเหลือบมองยีชุ่ยอย่างเย็นชา ยีชุ่ย จึงรีบคุกเข่าลงกับพื้นทันที กล่าวว่า “ถวายบังคมฝ่าบาท!”
“กุ้ยเฟยหลิ่วสติมิดี ทั้งยังเอ่ยวาจาไร้สาระ หากเจ้าปฏิบัติตามล่ะก็ ข้าก็จะฆ่าเจ้าเสียก่อน”
ยีชุ่ยรีบนำศีรษะโขกพื่นสามครั้งแล้วเอ่ยว่า “หม่อมฉันมิบังอาจ!”
“มิบังอาจหรือ? หลายวันมานี้ข้าเห็นเจ้าช่างใจกล้าบังอาจนัก ข้าให้เจ้าคอยดูกุ้ยเฟย แต่ข้ามิได้ให้ใครไปติดตามนาง!”
ศีรษะของยีชุ่ยเต็มไปด้วยเลือด "หม่อมฉันรู้ผิดแล้ว! หม่อมฉันจะมิกล้าบังอาจอีกแล้ว! ขอฝ่าบาททรงอภัยเพคะ!"
จวินฉีเซิ่งกล่าวอย่างเย็นชา "ช่วงนี้นางคิดจะเล่นแง่ต่าง ๆ นา ๆ แต่ข้ากลับมิรู้ เจ้าควรให้ความสำคัญกับศรีษะของเจ้ากว่านี้"
ยีชุ่ยสั่นสะท้านไปทั้งตัว เมื่อมีสติกลับมาถึงได้รู้ว่าจวินฉีเซิ่งได้เดินจากไปแล้ว
ยีชุ่ยคุกเข่าอยู่นานมิกล้าลุกขึ้นยืน เดิมทีนางเป็นตัวหมากที่จวินฉีเซิ่งวางไว้ข้างมู่หรงอี๋เมื่อสี่ปีที่แล้ว หลังจากนั้นผ่านสิ่งต่าง ๆ มาเนิ่นนาน นางจะมิรู้นิสัยใจคอของฝ่าบาทได้อย่างไร? มิต้องเอ่ยถึงมู่หรงอี๋ แม้แต่มู่หรงชิวซึ่งเป็นมเหสีองค์แรกเขายังโหดร้ายได้ขนาดนั้น มิต้องเอ่ยถึงนางเป็นเพียงข้ารับใช้
ยีชุ่ยรีบวิ่งเข้าไปในตำหนักเฟิงหรวน เห็นเพียงมู่หรงอี๋ที่หมดสติอยู่บนพื้น ศีรษะของนางเต็มไปด้วยเลือดเช่นเดียวกัน ใบหน้าครึ่งหนึ่งของนางบวม ทั้งยังมีฟันอยู่บนพื้น เห็นได้ชัดว่าถูกจวินฉีเซิ่งทำร้ายอย่างแน่นอน
“ช่วยด้วย! หมอหลวง! รีบส่งหมอหลวงมาเร็ว!”
มู่หรงอี๋นอนอยู่บนพื้นโดยมิขยับเขยื้อน จนกระทั่งหมอหลวงมา สักพักหมอหลวงก็คุกเข่าลงกับพื้นและกล่าวว่า "ยินดีด้วย กุ้ยเฟย! ยินดีด้วย! กุ้ยเฟยตั้งครรภ์!"
มู่หรงอี๋ลุกขึ้นมาอย่างกะทันหันและจับข้อมือของหมอหลวงแน่น "เจ้าเอ่ยว่าอย่างไรนะ เอ่ยใหม่อีกครั้งสิ"
“กุ้ยเฟยตั้งครรภ์แล้ว ทั้งยังตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้วด้วย แต่ทารกในครรภ์มิมั่นคงนัก นี่เป็นครั้งแรกที่นางตั้งครรภ์ ดังนั้นนางจะต้องพักผ่อนให้สบาย”
หมอหลวงได้เก็บกล่องยาแล้วกล่าวต่อ “กระหม่อมจะไปทูลข่าวดีต่อฝ่าบาท กระหม่อมทูลลา!”
"ช้าก่อน!"
มู่หรงอี๋รั้งหมอหลวงไว้ ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสุขและความตื่นเต้นที่อธิบายมิได้ "เรื่องดีเช่นนี้ ให้ข้าไปทูลฝ่าบาทด้วยตนเองดีกว่า"
แต่ยีชุ่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ กลับมีสีหน้าของนางเปลี่ยนไป การที่มู่หรงอี๋กำลังตั้งครรภ์เป็นเรื่องที่ดีสำหรับมู่หรงอี๋ แต่เป็นหายนะครั้งใหญ่สำหรับนาง
"ยีชุ่ย เจ้ามัวทำอะไรอยู่ เหตุใดมิรีบไปทูลฝ่าบาท! เชิญฝ่าบาทไปที่ตำหนักเฟิงหรวน"
"……เจ้าค่ะ"
“ช้าก่อน ข้าไปเอง จงไปเตรียมเกี้ยว”
ยีชุ่ยกล่าวด้วยสีหน้าซีด ๆ “มิได้ กุ้ยเฟยท่านยังถูกกักบริเวณอยู่ ฝ่าบาททรงสั่งมิให้ท่านออกนอกประตูวัง”
สีหน้าของมู่หรงอี๋เปลี่ยนไปด้วยความชั่วร้าย “อะไรนะ ข้ากำลังตั้งครรภ์ทายาทฮ่องเต้ จะให้เขาต้องอยู่ในห้องโถงที่อึดอัดหายใจมิออกนี้อีกสิบเดือนเชียวหรือ แม้แต่เจ้าก็ยังกล้าที่จะขัดคำสั่งของข้าหรือไร?”
“หม่อมฉันมิบังอาจ! มิได้หมายความว่าเช่นนั้น!”
ยีชุ่ยคุกเข่าลงกับพื้น ร่างกายของนางสั่นสะท้าน
มู่หรงอี๋่กล่าวว่า "ข้าจะยกโทษให้เจ้า ในฐานะที่อยู่เคียงข้างข้ามาหลายปี ข้าจะมิฆ่าเจ้า แต่บัดนี้ไปเตรียมเกี้ยวเสีย ข้าจะออกไปหาฝ่าบาท"