ตอนที่ 252
บทที่ 252 ลอบสังหาร
October 28, 2026
เนิ่นนานทีเดียว นางจึงได้ยินขึ้นอย่างเยาะเย้ยกล่าวว่า “ในเมื่อท่านอ๋องจริงใจจะเชิญชวนข้าเพียงนี้ ข้าจะปฏิเสธได้อย่างไร?”
เมื่อกล่าวจบ กู้ชิวเหลิ่งก็โยนถ้วยน้ำชาบนมือลงไปที่โต๊ะ นางหันหลังตั้งใจจะเดินจากเขา แต่กลับได้ยินฉู่สวินพูดขึ้นว่า “กินข้าวก่อนแล้วค่อยเดินทางอย่ารีบร้อน กว่าจะถึงเมืองหลวงคงสักพักหนึ่ง หากว่าเจ้าไม่กินอะไรเข้าไปเลยคงมิไหว”
กู้ชิวเหลิ่งกล่าวว่า “เชิญท่านอ๋องกินตามสบายเถิด ข้ามิหิว”
“หากว่าแขกของเราเป็นอะไรขึ้นมาล่ะก็ ดูเหมือนเจ้าบ้านคงจะแย่ทีเดียว ใครก็ได้ช่วยจัดเตรียมอาหารให้แก่คุณหนูระหว่างทางด้วย ต่อให้ตอนนี้คุณหนูกู้ยังมิอยากกิน คาดว่าระหว่างทางก็คงหิวแน่นอน”
“รับทราบ”
เฉิงตู้ที่ยืนอยู่ข้างกาย กู้ชิวเหลิ่งกล่าวว่า “จงไปจัดเตรียมของของเราให้พร้อม อีกประเดี๋ยวนำขึ้นรถม้า”
ฉู่สวินหยิบขนมวุ้นใสใส่เข้าไปในปากแล้วกล่าวว่า “แม้ว่ารถม้าของคุณหนูกู้จะดี แต่ก็คงมิสบาย เชิญคุณหนูกู้นั่งไปรถม้าคันเดียวกับข้าเถิด ข้าได้สั่งให้คนมานำของไปวางแล้ว”
กู้ชิวเหลิ่งกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้ามิชอบนั่งรถร่วมกับผู้อื่น”
“วันพรุ่งนี้เราจะเดินทางถึงเมืองหลวง คุณหนูกู้โปรดอดทน”
ฉู่สวินยิ้มขึ้น ใบหน้าของเขามิรู้สึกถึงความกระทำผิดแต่อย่างใด
“มิจำเป็น ข้ามีรถม้าของข้า เฉิงตู้ จงไปนำของใส่ไว้ที่รถม้าเรา”
ฉู่สวินรีบวางตะเกียบในมือลงแล้วกล่าวว่า “เกรงว่าคงมิได้”
กู้ชิวเหลิ่งขมวดคิ้วเข้าหากัน “ท่านหมายความว่าอย่างไร”
“วันนี้ตอนเช้า รถม้าของเจ้าพัง อาจจะเป็นเพราะการขับขี่ที่เนิ่นนานหลายวันเกินไป ดังนั้นม้าจึงเกิดปัญหาขึ้น”
กู้ชิวเหลิ่งหรี่ตาลงมองอย่างระแวดระวัง ฉู่สวินจงใจให้เป็นเช่นนั้นแน่
เฉิงตู้ที่ยืนอยู่ด้านข้างเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง “พวกเราจะไปย้ายของอยู่หรือไม่?”
กู้ชิวเหลิ่งกำหมัดของตนแน่นตอบว่า “มิได้ยินหรือ ท่านอ๋องกล่าวว่ารถม้าของเราพัง แล้วเราจะเคลื่อนย้ายของไปที่ใด?”
เฉิงตู้จึงรีบก้าวถอยหลังออกมาโดยมิกล้ากล่าวสิ่งใดอีก
ดูเหมือนว่าฉู่สวินจะอารมณ์ดียิ่งนัก เขาดื่มน้ำชาเข้าไปอึกหนึ่งแล้วกล่าวว่า “พาคุณหนูกู้ไปที่รถม้า”
กู้ชิวเหลิ่งหันหลังเดินจากไป โดยมิทิ้งโอกาสให้ฉู่สวินเดินตามทัน
ฉู่สวินส่ายหน้าแล้วหัวเราะ เขาเดินตามไปข้างหลังอย่างช้าๆ
รถม้าของฉู่สวินกว้างขวางกว่ารถม้าของตนก็จริง แต่ดูจากภายนอกรถม้านี้มิได้สวยงามนัก กล่าวได้ว่าช่างเรียบง่าย เมื่อเข้าไปข้างในกลับแตกต่างอย่างสิ้นเชิง
“อย่าได้โกรธอีกเลย กินอะไรก่อนเถิด”
ฉู่สวินได้นำอาหารและขนมที่สั่งให้คนจัดเตรียมไว้แล้วก่อนหน้ามาวางไว้บนโต๊ะเตี้ยข้างกายกู้ชิวเหลิ่ง น้ำเสียงนั้นดูเหมือนกับกำลังเกลี้ยกล่อมเด็กๆ
กู้ชิวเหลิ่งขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย “ท่านอ๋อง หากท่านกำลังจะตามหาคนที่ชื่อเหิงเอ๋อร์ มิจำเป็นต้องทำเช่นนี้กับข้า ร่างกายข้ารับมิไหว”
“เจ้าคิดว่าข้าทำเพื่อร่างนี้หรือ?”
“มิเช่นนั้นเล่า?”
กู้ชิวเหลิ่งมิเชื่อว่าฉู่สวินจะทำเพื่อตน เนื่องจากนางคือมู่หรงชิว ตั้งแต่เล็กนางเกิดอยู่ในแคว้นฉี มิใช่คนต้าเยียนหรือแคว้นเป่ย นางมิรู้จักด้วยซ้ำว่าเหิงเอ๋อร์เป็นใคร
แต่กับร่างกายนี้แตกต่างออกไป นับตั้งแต่นางครอบครองร่างกายนี้นางก็มักจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ และความผิดปกตินั้ล้วนเกี่ยวข้องกันกับหยูจิ่นเหนียง
ฉู่สวินมิได้กล่าวสิ่งใดออกมาอีก กู้ชิวเหลิ่งก็มิริเริ่มที่จะสนทนากับฉู่สวินก่อน ระหว่างทางนั้นทั้งสองคนจึงมิมีบทสนทนาใดๆ กันอีกเลย
ผู้ที่ขับรถม้าก็คือเสวียนอีและเฉิงตู้คนละฝั่ง หลายต่อหลายครั้งที่พวกเขาหันไปมองดูภายในรถม้า แม้จะมีผ้าม่านกั้นเอาไว้ แต่เขาก็มีทักษะการได้ยินอันดีเยี่ยม ด้วยเกรงว่าทั้งสองคนจะต่อสู้กันในรถม้าเสียก่อน