ตอนที่ 7
บทที่ 7
September 18, 2026
ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาเห็นเซี่ยอวี้เหิงและหลี่หมิงโหรวเดินเคียงคู่กัน ในใจของจี้หานอีก็มักเกิดความเจ็บปวดรวดร้าวอยู่เสมอ
ความเจ็บปวดนั้นเกิดจากการที่นางเป็นภรรยาของเซี่ยอวี้เหิงแท้ ๆ แต่กลับต้องยืนมองดูความเหมาะสมระหว่างเซี่ยอวี้เหิงกับหลี่หมิงโหรวเสมือนตนเองเป็นคนนอก
และนั่นก็ทำให้นางตระหนักรู้อย่างชัดเจนทุกครั้งว่าตนคือส่วนเกิน
ทว่าบัดนี้ ในใจของจี้หานอีกลับสงบนิ่งดั่งผืนน้ำ
บางทีนางอาจไม่ได้รักเขามากถึงเพียงนั้น หรือบางที คนที่นางรักอาจเป็นเซี่ยอวี้เหิงผู้เคยให้คำมั่นสัญญาว่าจะแต่งงานกับนางในกาลก่อนต่างหาก
ถ้วยยาอุ่นร้อนในมือยังคงส่งควันลอยกรุ่น กลิ่นขมฝาดลอยอวลอยู่ที่ปลายจมูก จี้หานอีก้มหน้าดื่มยาในถ้วยจนหมด ก่อนวางถ้วยเปล่าไว้ข้างตัว
นางยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด เซี่ยอวี้เหิงก็ขมวดคิ้วกล่าวกับนางเสียก่อน ด้วยน้ำเสียงที่ยังคงแฝงแววตำหนิเช่นเคย "หมิงโหรวพูดกับเจ้าอยู่นะ"
จี้หานอีปรายตามองเซี่ยอวี้เหิง แววตาที่เขามองนางช่างดูเย็นชาเสมอ และยามที่มีหลี่หมิงโหรวอยู่ด้วย เขาก็มักขมวดคิ้วตำหนินางเช่นนี้ตลอดมา
คล้ายไม่ว่านางทำสิ่งใด ล้วนไม่เคยได้ดั่งใจเขาสักอย่าง
นางเองก็ขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิงเช่นกัน "ข้าทานยาอยู่"
เซี่ยอวี้เหิงชะงักงัน
ทว่า จี้หานอีไม่อยากมองเซี่ยอวี้เหิงอีกแม้เพียงหางตา จึงหันไปมองหลี่หมิงโหรวแทน "มีอะไรหรือ?"
ใบหน้าของหลี่หมิงโหรวประดับด้วยรอยยิ้ม นางขยับเข้ามานั่งข้างกายจี้หานอี พลางคล้องแขนกล่าวว่า "พอดีข้าแวะมาหาตำราที่ห้องท่านพี่อวี้เหิงเล็กน้อย พี่สะใภ้คงไม่ถือสาใช่ไหมเจ้าคะ"
"ข้ากลัวพี่สะใภ้รู้เข้าจะหาว่าข้าไม่รู้ความอีก จึงมารายงานพี่สะใภ้ก่อน อย่าได้โกรธเคืองท่านพี่เลยนะเจ้าคะ"
"อีกอย่างวันนี้ข้าพูดจาผิดไปทำให้พี่สะใภ้ไม่พอใจ พี่สะใภ้อย่าถือสาข้าเลยนะ"
น้ำเสียงและท่าทางช่างดูน่าสงสารจับใจ ในดวงตาถึงกับมีหยดน้ำตาคลอเบ้า
เซี่ยอวี้เหิงมองจี้หานอีด้วยสายตาเย็นชา "หมิงโหรวมาหาตำราคัดลายมือที่ห้องข้า เจ้าอย่าได้คิดเล็กคิดน้อยนักเลย"
"หรือต่อให้นางพูดจาผิดไปบ้าง เจ้าเป็นพี่สะใภ้ ก็ควรใจกว้างให้มากหน่อย"
จี้หานอีรู้สึกเหนื่อยล้า นางยังไม่ทันพูดอะไรสักคำ ก็ถูกเขายัดข้อหาคิดเล็กคิดน้อยให้เสียแล้ว
เมื่อหันไปสบตากับหลี่หมิงโหรว ยามดวงตาซึ่งมีแต่ความอ่อนโยนคู่นั้นมองนาง มันก็แฝงไว้ด้วยความลำพองใจและเย่อหยิ่ง ทั้งยังมีความดูแคลนเจือปนอยู่อีกด้วย
จี้หานอีขมวดคิ้วมองเซี่ยอวี้เหิง "คิดเล็กคิดน้อย? มิใช่พวกท่านเป็นฝ่ายมาหาข้าที่นี่เองหรอกหรือ?"
"ข้ายังไม่ทันพูดอะไรสักคำ วันหน้าขอให้ท่านระวังคำพูดด้วย"
พูดจบ จี้หานอีก็หันไปมองหลี่หมิงโหรว "อีกอย่าง เจ้าก็แค่มายืมตำราคัดลายมือจากพี่ชายเจ้า ข้าจะไปถือสาอันใด? เหตุใดต้องจงใจมาบอกข้าด้วย?"
"วันหน้าหากเจ้าจะไปหาพี่ชายเจ้าอีก ก็ไม่จำเป็นต้องมาบอกข้าหรอก"
"ทั้งสองคนสนิทสนมกันนับเป็นเรื่องดี แสดงให้เห็นว่าภายในจวนปรองดอง ข้ายินดีนักที่เห็นเจ้ากับเขาไปมาหาสู่กัน และข้าเองก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นคนขี้อิจฉาโดยใช่เหตุด้วย"
เซี่ยอวี้เหิงหันมองจี้หานอี แววตาเบื่อหน่ายเมื่อครู่ รวมถึงน้ำเสียงของนาง ทำให้เขาแทบคิดว่าตนเองตาฝาดไป จึงขมวดคิ้วมุ่นอีกครั้ง
แม้จี้หานอีในอดีตจะชอบคิดเล็กคิดน้อยในเรื่องหยุมหยิม แต่ก็หัวอ่อนและนุ่มนวลเสมอ ทว่านางในวันนี้กลับดูไม่เหมือนเดิม
ครั้งก่อนเวลาเจอเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหมิงโหรว นางก็มักตั้งแง่รังเกียจอีกฝ่าย แต่มาวันนี้ นางกลับบอกว่าการที่เขาใกล้ชิดกับหมิงโหรวนั้นเป็นเรื่องดี
ทั้งที่เมื่อก่อนนางคอยตำหนิเขาเสมอว่าสนิทสนมกับหมิงโหรวมากเกินไป
หลี่หมิงโหรวเม้มริมฝีปากจ้องตาของจี้หานอีเขม็ง ท่าทีสงบนิ่งไม่แยแสเช่นนี้ นับว่าแสร้งทำได้แนบเนียนนัก
นางมองจี้หานอีด้วยแววตาน้อยเนื้อต่ำใจ "หากพี่สะใภ้ใส่ใจ ไยต้องพูดจาฝืนความรู้สึกเช่นนี้ด้วยเล่า?"
"เมื่อก่อนพี่สะใภ้มักหาว่าข้าคอยตามติดท่านพี่ แต่ข้าเพียงเติบโตมากับท่านพี่ ทุกเรื่องล้วนพึ่งพาอาศัยเขา ไม่ได้เป็นดังที่พี่สะใภ้คิดเลยนะเจ้าคะ"
"ข้ารู้ว่าช่วงนี้พี่สะใภ้ต้องลมหนาว จึงตั้งใจต้มน้ำแกงไก่ตุ๋นสมุนไพรมาให้ ได้ยินว่าดีต่ออาการหวัด นี่เป็นน้ำใจของข้า พี่สะใภ้คงไม่คิดปฏิเสธกระมัง?"
กล่าวจบ หลี่หมิงโหรวก็สั่งให้สาวใช้ยกถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นเข้ามา ก่อนรับมาถือไว้และยื่นส่งไปตรงหน้าจี้หานอี "พี่สะใภ้ นี่ข้าลงมือตุ๋นเองเลยนะเจ้าคะ"
จี้หานอีมองถ้วยน้ำแกงไก่ตุ๋นในมือหลี่หมิงโหรว ก่อนเลื่อนสายตาขึ้นมองหน้าคนให้