ตอนที่ 18 คุณคือภรรยาของผม
กลับบ้านเหรอ วิเวียนหยุดดิ้น พร้อมดวงตาของเธอเบิกโพลงด้วยความประหลาดใจ แต่ไม่นานความเศร้าหมองก็แทรกซึมเข้ามา บ้านเหรอฉันไม่มีบ้านอีกต่อไปแล้ว… แม้เธอจะย้ายไปอยู่กับฟินนิคแล้ว แต่เธอไม่เคยคิดว่าคฤหาสน์ของเขาคือบ้านจริงๆ ของเธอเลย สำหรับเธอแล้ว มันก็แค่หลังคาคุ้มหัวเวลาไม่มีที่ให้ไปเท่านั้น ไม่เคยเป็นบ้านของเธอ ทว่าเป็นครั้งแรกที่วิเวียนรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่เบ่งบานอยู่ในหัวใจของเธอ ราวกับเป็นฤดูใบไม้ผลิแรกหลังจากฤดูหนาวอันยาวนาน ดวงตาแตกตื่นของเธอพินิจพิจารณาใบหน้าของฟินนิค ขณะที่เขาเองก็มองตอบสายตาของเธอเงียบๆ การแต่งงานของพวกเธอเกิดขึ้นแบบไม่คาดฝัน ทว่าเมื่อมองเขา วิเวียนคิดว่าไม่ใช่ความคิดที่แย่เลยที่จะมีใครสักคนมาอยู่เคียงข้างเธอในที่สุด สีหน้าของเธอผ่อนคลายลงและยอมโอบแขนรอบลำคอของเขาแต่โดยดี เมื่อตอนนี้เธอเปิดทางให้ ดวงตาของฟินนิคจึงฉายแววเจ้าเล่ห์ คิ้วของเขาโค้งเหมือนรอยยิ้ม ก่อนจะเคลื่อนตัวไปที่รถอย่างภูมิใจ หลังจากขึ้นมาได้ไม่นาน รถก็แล่นออกจากคฤหาสน์อีฟส์ไป ขณะที่เบนท์ลีย์สีดำค่อยๆ ลับสายตาไป เงาร่างที่หลบซ่อนอยูในมุมมืดริมถนนอันว่างเปล่าก็ปรากฏตัว ใต้แสงไฟริมถนนอันเปล่าเปลี่ยว ฟาเบียนยืนมองทั้งคู่จากไป หลังจากวิเวียนออกจากครอบครัวมิลเลอร์ แม้เขาจะไม่ได้วิ่งตามเธอไป แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจอยู่ดี มันมืดแล้วและเขาก็เป็นห่วงความปลอดภัยของเธอ ฟาเบียนจึงบอกเหตุผลไปแบบส่งๆ ก่อนจะขอตัวออกมาหลังจากที่เธอออกไปคนเดียวได้ไม่นาน เขาเห็นเธอเดินกะโผลกกะเผลกท่ามกลางความมืด แต่เขาไม่อาจเสนอหน้าไปส่งเธอได้หลังจากเกิดเรื่องทั้งหมดนั้นระหว่างเขาและเธอ ฟาเบียนจึงเลือกที่จะมองดูเธออยู่ไกลๆ-กระทั่งชายนั่งรถวีลแชร์ปรากฏตัว แม้ฟาเบียนจะมองชายคนนั้นจากระยะไกลได้ไม่ชัด แต่เขารู้ในทันทีว่าเป็นฟินนิคตั้งแต่วินาทีแรกที่เห็นรถยนต์และรถวีลแชร์เฉพาะตัวของเขา เขากำหมัดแน่นจนรอยแดงปรากฏขึ้นบนผิวขาวซีดของเขาทำไม ทำไมต้องเป็นเขา วิเวียน เธอแต่งงานแล้วนะ แล้วทำไมต้องมาพัวพันกับผู้ชายคนนี้ด้วย ความโกรธแผดเผาในตัวเขา ขณะกัดริมฝีปากของตัวเอง"
เฟบส์คะ"เสียงแผ่วเบาดังขึ้นอย่างละมุนละม่อมจากทางด้านหลัง ฟาเบียนหันขวับกลับไปทางต้นเสียงอย่างตื่นตระหนก แอชลีย์นั่นเอง "แอชลีย์ คุณอยู่ตรงนี้เหรอ" เขาเดินไปหาเธอ ก่อนจะจับมือเย็นเฉียบของหญิงสาวแล้วถูกับมือของตัวเองเพื่อทำให้เธอรู้สึกอุ่นขึ้น "คุณต้องใส่เสื้อผ้าหลายๆ ชั้นนะ ไปเถอะ" "ฉันเป็นห่วงค่ะ ก็เลยตามมาดูคุณ" แอชลีย์พูดอย่างอ่อนโยนขณะที่ฟาเบียนโอบเธอไว้ในอ้อมแขน แต่เสียงที่สั่นเครือกลับทรยศเธอ แอชลีย์เห็นทุกอย่างก่อนหน้านี้หมดแล้ว เธอเห็นใครบางคนมารับวิเวียน และเธอก็เห็นความเกลียดชังและความโกรธเกรี้ยวในสายตาของฟาเบียนวิเวียน วิลเลี่ยม ทำไมเขาถึงลืมแกไม่ได้สักทีฉันมาแทนที่แกแล้ว แต่ทำไมเขาถึงยังมองแต่แกเธอกัดริมฝีปาก ใบหน้าเปลี่ยนสีจนซีดเผือดด้วยความอิจฉาริษยาจับใจวิเวียน วิลเลี่ยม แกอยู่ให้ห่างจากเฟบส์จะดีกว่า อย่าลืมนะว่าฉันยังเก็บเรื่องสกปรกของแกไว้ ฉันทำให้แกสูญเสียทุกอย่างได้ชั่วข้ามคืน- เมื่อวิเวียนกลับถึงบ้าน ตัวเธอก็สั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่ได้ เธอทนหนาวอยู่ข้างนอกนานเกินไป และมันไม่ดีต่อสุขภาพของเธอเลย เธอรีบเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำร้อนให้ตัวอุ่นขึ้น พอหญิงสาวออกจากห้องน้ำ ฟินนิคก็อาบน้ำเสร็จเรียบร้อยแล้วและกำลังเป่าผมของเขาอยู่ เมื่อฟินนิคเห็นเธอ เขาก็รีบกดปิดเครื่องเป่าและยีผมตัวเอง "มาเป่าผมสิ" เขาเอ่ยพลางโบกเครื่องเป่าผมให้เธอ "ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวมันก็แห้งเอง" วิเวียนตอบพร้อมโบกมือตอบอย่างไม่ใยดี เธอเหนื่อยล้ามาทั้งวันแล้ว อีกอย่างเธอยังต้องซักเสื้อผ้าของตัวเองอีก แต่พอเธอทำท่าจะออกไป ฟินนิคก็จับข้อมือเธอไว้แล้วดึงเธอกลับมา "คุณเป็นหวัดอยู่ ถ้าไม่เป่าผมให้แห้งจะยิ่งแย่กว่าเดิมนะ" ฟินนิคฉุดเธออย่างแรงและจับให้นั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งโดยไม่รอให้เธอตอบตกลง จากนั้นเขาจึงเลื่อนรถวีลแชร์มาอยู่ข้างหลังเธอและกดเปิดเครื่องเป่าผมอีกครั้ง วิเวียนนั่งอยู่บนเก้าอี้แอบมองฟินนิคจากกระจกอย่างแปลกใจ เขาสางผมของเธออย่างเบามือ ขณะที่อีกมือถือเครื่องเป่าผมเอาไว้ เส้นผมของหญิงสาวตีหน้าเธอจนจั๊กจี้ แล้ววิเวียนก็จามออกมา "เห็นไหม ผมบอกแล้ว อาการหวัดของคุณจะแย่ลง คุณต้องเลิกทำตัวเป็นเด็กๆ แล้วหัดดูแลตัวเองบ้างนะ" คำพูดของเขาทำให้ย้อนนึกถึงความทรงจำแสนรัก นานมาแล้วที่ไม่มีใครมาจู้จี้จุกจิกกับเธอแบบนี้ คลื่นอารมณ์ถาโถมใส่เธอจนน้ำตาเอ่อคลอเบ้า