ตอนที่ 290
บทที่ 290 เฉินห้าวเทียน
October 21, 2026
บทที่ 290 เฉินห้าวเทียน
“พอเถอะ แม่ แม่ก็ออกไปก่อน หนูกับเฉินเฟิงจะคุยกันเป็นการส่วนตัว รอถามให้รู้เรื่องก่อน หนูค่อยมาบอกแม่” เสิ้งเมิ่งเหยานวดหว่างคิ้วของตัวเอง แล้วพูดขึ้นอย่างจนปัญญาเล็กน้อย ความเอาชีวิตรอดและกลัวตายของหลินหลัน มันได้ฝังอยู่ในสายเลือดตั้งนานแล้ว แค่ได้เข้าใกล้เรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของตัวเอง ก็ถือเรื่องใหญ่หมด
"ได้ งั้นฉันกลับก่อน แกถามดีๆ ล่ะ" หลินหลันกำชับเสิ่งเมิ่งเหยา เธอก็รู้ดี ในขณะที่ตัวเองยังคงพัวพันอยู่ที่นี่ เฉินเฟิงจะไม่พูดอะไรเลย
กลับเป็นเสี้ยเมิ่งเหยายังสามารถถามอะไรจากปากของเฉินเฟิงได้
หลินหลันออกจากห้องนอน เสี้ยเมิ่งเหยาหยุดชะงักไปแล้วเอ่ยถามขึ้น "เป็นคนของตระกูลเฉิน? "
"อืม เป็นลูกสาวของคุณลุงสอง"
"ทำไมเธอ......มาหาเรื่องคุณ? " เสี้ยเมิ่งเหยาอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น เฉินเฟิงเป็นทายาทสืบทอดตระกูลเฉิน ตามหลักความจริงแล้ว ตำแหน่งที่เขาอยู่ในตระกูลเฉิน เขาน่าจะเป็นคนเดียวที่สำคัญที่สุด เหมือนตอนแรกที่เสี้ยห้าวอยู่ในตระกูลเสี้ย
ทว่ามองจากท่าทางของเฉินอิงโร กลับไม่ได้เห็นเฉินเฟิงอยู่ในสายตาเลย
“เพราะว่าผมคือลูกนอกสมรส......” เฉินเฟิงถอนหายใจ กลับไม่ได้ปิดบังอะไร และยังบอกทุกอย่างออกมา
สำหรับแม่ซูจ้าวชิงและพ่อเฉินห้าวเทียนยังมีความเคียดแค้นกัน เขากลับไม่รู้อย่างชัดเจน
ทว่าทุกคนของตระกูลเฉินกลับเคยพูดออกมาบ้าง
หลายปีก่อนเฉินห้าวเทียนเคยพาซูจ้าวชิงกลับบ้านเฉินไปหนึ่งครั้ง แล้วยังตะโกนต่อหน้าคุณท่านเฉินว่าถ้าไม่ใช่ซูจ้าวชิง เขาจะไม่สู่ขอ
สุดท้ายกลับถูกคุณท่านเฉินตีจนขาหักไปสองข้าง
ซูจ้าวชิงก็ถูกไล่ออกจากบ้านเฉิน
หลังจากที่เฉินห้าวเทียนและฉินเสวี่ยนหรัวแต่งงาน ทุกคนก็นึกว่าชีวิตนี้ซูจ้าวชิงก็คงไม่ได้ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนของตระกูลเฉินอีกต่อไป
ทว่าสามปีหลังจากนั้น ซูจ้าวชิงกลับปรากฏตัวอีกครั้ง
และยังพาเด็กอายุสามขวบมาหนึ่งคน
นั่นก็คือเฉินเฟิง
การปรากฏตัวของเฉินเฟิง ทำให้ตระกูลเฉินเกิดความวุ่นวายอีกครั้ง
ทุกคนในตระกูลเฉินไม่เห็นด้วยกับการรักษาเฉินเฟิงไว้
และมีคนส่วนหนึ่งของตระกูลเฉินอยากเก็บเฉินเฟิงอยู่ในตระกูลเฉิน ยังไงฐานะของเฉินเฟิงก็ยังมีสายเลือดที่สูงส่งของตระกูลเฉินอยู่ ถ้าให้เฉินเฟิงไปเร่ร่อนอยู่ข้างนอก กลัวว่าตระกูลเฉินจะถูกนินทา
และคนอีกกลุ่มหนึ่งมีความคิดที่จะไล่เฉินเฟิงออกจากตระกูลเฉิน เหตุผลก็คือเฉินเฟิงเป็นลูกเมียน้อย จะทำให้ตระกูลต้องเปรอะเปื้อนสิ่งสกปรก
ทั้งสองฝ่ายก็ได้ทะเลาะกันถึงเรื่องนี้จนไม่สามารถตกลงกันได้สักที สุดท้าย คุณท่านเฉินก็ได้ตัดสินใจ
เก็บไว้!
เฉินเฟิงสามารถใช้ชีวิตที่ดื่มด่ำกับการได้เป็นลูกหลานของตระกูลเฉินที่ยังต้องฝึกวิชาการต่อสู้และได้รับการศึกษาที่ดี ทว่าไม่สามารถบอกกับคนอื่นว่าตัวเองเป็นลูกหลานของตระกูลเฉิน
คำพูดของคุณท่านเฉิน ทุกคนในตระกูลเฉิน ไม่มีใครกล้าขัดขืนอยู่แล้ว
ทว่าซูจ้าวชิงกับเฉินเฟิง ทุกคนในตระกูลเฉินก็ไม่สามารถให้สีหน้าที่ดีกับพวกเขาได้
สองปีก่อน ตอนที่เฉินห้าวเทียนยังอยู่ ทุกคนในตระกูลเฉินยังสามารถยับยั้งชั่งใจ ต่อให้เกลียดซูจ้าวชิงและเฉินเฟิง ทุกคนในตระกูลเฉินก็จะไม่แสดงทีท่าออกมาอย่างชัดเจน
ทว่าสองปีผ่านไป หลังจากที่เฉินห้าวเทียนหายไปอย่างลึกลับ ทุกคนของตระกูลเฉินจึงเปลี่ยนสีหน้าเป็นอย่างอื่นทันที สีหน้าที่ทำต่อซูจ้าวชิงและเฉินเฟิงนั้นย่ำแย่มาก ไม่เพียงแต่ขัดขว้างการศึกษาและการศึกศิลปะการต่อสู้ แล้วยังไล่ซูจ้าวชิงและเฉินเฟิงไปยังที่ๆ คนใช้อยู่
และต้องทนกับคำพูดที่เย็นชา เฉินเฟิงอยู่ที่บ้านเฉินไปสิบห้าปี
ถ้าไม่ใช่เพราะสามปีก่อน ซูจ้าวชิงป่วยตาย เขาก็คงจะอยู่ในบ้านเฉินต่อ