ตอนที่ 836
บทที่ 837 ยอมแพ้หรือจะนำไปด้วย
October 21, 2026
หลังจากที่เขาพูดจบ ยังไม่ทันที่เฉินเฟิงจะได้ตอบตกลง เขาก็เดินผ่านตัวเฉินเฟิงเข้าไปข้างในห้องก่อนแล้ว
ซึ่งในตอนที่เฉินเฟิงกำลังคิดจะไปจับตัวเขา บริเวณโถงทางเดินก็ปรากฏชายถือมีดคนหนึ่งกำลังเดินมาจริงๆ ตัวเขาที่ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นถึงได้มีคนถือมีดหวังจะไล่ฟันคนอื่นแบบนี้
ตัวเฉินเฟิงจึงคิดว่าเรื่องแบบนี้ไม่ควรใช้ความเห็นแก่ตัวในการตัดสินปัญหา ฉะนั้นเขาเลยปิดประตูลง รอให้ชายคนนั้นจากไปแล้วค่อยไปถามเอาความจากไอ้ผมแดงจะดีกว่า
เมื่อเขาเดินกลับเข้าไปในห้อง กลับพบว่าไม่มีเงาของไอ้ผมแดงอยู่ในห้องนอน เฉินเฟิงจึงลองเดินเข้าไปหาในห้องน้ำ ก็พบว่าเขากำลังซ่อนตัวอยู่หลังม่านอาบน้ำด้วยความหวาดกลัว
เฉินเฟิงพูดพลางจ้องมองเขา “ออกมาจากในนั้นได้แล้ว”
ไอ้ผมแดงร้องไห้ด้วยความทุกข์
“พี่ชายคงไม่คิดจะฆ่าผมด้วยใช่ไหม นี่ไม่ใช่ความผิดของผมจริงๆ เป็นเพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียวเลย”
เฉินเฟิงส่ายหน้าพร้อมกับบอกอีกครั้ง
“เขาหานายไม่เจอ เพราะฉะนั้นตอนนี้ออกมาจากในนั้นได้แล้ว แต่ว่านายจะต้องบอกความจริงกับฉันให้ชัดเจน ถ้าหากนายกล้าปิดบังฉันแม้แต่นิดเดียวฉันจะโยนนายออกไปทันที”
ไอ้ผมแดงที่เห็นว่าเฉินเฟิงไม่ได้พูดล้อเล่น ดังนั้นจึงได้ยอมเดินออกมาจากม่านอาบน้ำอย่างช้าๆ เขามองเฉินเฟิงพลางถามอย่างระมัดระวัง
“พี่ชายไม่ได้จะเอาผมไปขายจริงๆ ใช่ไหม?”
แต่ทางด้านเฉินเฟิงกลับมองเขาเพียงพริบตาเดียวก่อนจะเดินกลับเข้าไปยังห้องนอน
ไอ้ผมแดงที่เห็นอย่างนั้นจึงทำได้เพียงเดินตามเขาไปเท่านั้น
เฉินเฟิงกล่าว ในขณะที่พวกเขาคนหนึ่งนั่งอยู่บนเตียง อีกคนนั่งอยู่บนเก้าอี้
“เล่ามา”
“พี่ชาย เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของผมจริงๆ นะ เมียของเขาอยากมาขายตัวเอง ผมเองก็แค่ต้องการที่จะหาเงินเท่านั้น แต่พอหันหลังไปเขาก็จะเอามีดมาฟันผมซะแล้ว แล้วผมจะทำอะไรได้อีกล่ะ พวกลูกน้องก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ด้วย ไม่อย่างนั้นผมคงจะได้ทำให้เขาเข้าใจว่าอะไรคือความตกต่ำไปแล้ว” เขาพูดไปพลางนึกแค้นในใจ
“แค่นี้?เขามาไล่ฟันนายเพราะเรื่องแค่นี้งั้นหรอ?”
“พี่ชาย ที่ผมพูดคือความจริงนะ ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น เป็นเพราะว่าเจ้าหมอนั่นสมองเพี้ยนแน่นอน ตอนนี้เพราะผมไม่มีทางเลือก แต่ครั้งหน้าอย่าให้ผมได้เจอเขาอีก ไม่งั้นผมคงต้องได้สอนเขาให้รู้จักเป็นคนสักหน่อย”
ด้วยความรู้สึกว่าเจ้าหมอนี่เป็นคนขี้ขลาด แต่ดันชอบทำตัวกร่าง เฉินเฟิงจึงไม่อยากจะแสดงความคิดเห็นใดๆ
เดิมทีเรื่องนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเขาอยู่แล้ว และเขาก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าไอ้ผมแดงไม่มีความผิดอีกด้วย แต่ไม่อย่างไรเฉินเฟิงก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้
“ถ้างั้นนายอยู่ที่นี่รอสักพัก พอหมอนั่นไปแล้ว นายก็ออกไปซะ”
แต่ไอ้ผมแดงกลับกล่าวอ้อนวอน
“พี่ชาย รอให้พวกลูกน้องผมมากันก่อนได้ไหม ถ้าหากผมออกไปแบบนี้แล้วเผอิญเจอเข้ากับเขา คงจะซวยแน่ๆ ”
ถึงเขาจะพูดแบบนั้น แต่เฉินเฟิงกลับไม่เหลือความอดทนอีกแล้ว เพราะว่าเขาได้เข้ามารบกวนเฉินเฟิงถึงสองครั้งแล้ว
ซึ่งในตอนที่เขากำลังจะพูดปฏิเสธ ด้านนอกก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง
ไอ้ผมแดงหันไปมองประตูด้วยความหวาดกลัว เพราะเขาคิดว่าอาจจะเป็นชายถือมีดคนนั้น
แต่เฉินเฟิงกลับรู้สึกว่าไม่ใช่ เพราะหากเป็นเขาคนนั้นจริงๆ คงจะมีใช้แรงที่บ้าคลั่งเคาะประตูมากกว่านี้
แต่เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น เฉินเฟิงจึงให้ไอ้ผมแดงเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในห้องน้ำก่อน
“ถ้าฉันไม่ได้เรียก นายห้ามออกมาเด็ดขาด” เขาพูดจบจึงค่อยเดินไปเปิดประตู
แต่เขากลับต้องประหลาดใจเพราะคนที่มาเคาะประตูคือหยางสิงอี้
“คุณมาได้ไง อืม คุณรู้ได้ยังไงว่าพวกเราพักอยู่ที่นี่ ?”
เฉินเฟิงฉุกคิดขึ้นมาว่าเขาอาจจะไม่รู้
และเมื่อดูจากสีหน้าของหยางสิงอี้แล้ว เฉินเฟิงก็ยิ่งมั่นใจได้เลยว่าเขาไม่รู้ว่าพวกเขาอยู่ที่นี่จริงๆ และราวกับว่านี่เป็นเพียงความบังเอิญเท่านั้น
“ทำไมถึงเป็นคุณ?” หยางสิงอี้พูดโพล่งออกมา
“คุณไม่รู้ว่าพวกเราอยู่ที่นี่งั้นหรอ?”
“ผมมาตามหาคน แต่คิดไม่ถึงว่าจะเจอคุณอยู่ที่นี่”
ในเมื่อชี้แจงกันอย่างชัดเจนแล้ว เฉินเฟิงจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรที่ได้เจอกับหยางสิงอี้ที่นี่ ดังนั้นเขาจึงถามอีกครั้ง
“คุณมาหาใคร ทำไมถึงได้มาเคาะประตูโรงแรมแบบนี้?”
หยางสิงอี้ตอบด้วยรอยยิ้ม
“ก็แค่เพื่อนคนหนึ่ง เมื่อกี้เห็นเหมือนว่าเขาจะเข้ามาที่นี่ แต่แค่ไม่รู้ว่าเขาเข้าไปห้องไหนแล้วก็เท่านั้น”