ตอนที่ 894
บทที่ 895 คฤหาสน์ที่ไม่คุ้นเคย
October 21, 2026
เปิดผ้าห่มออกมา แล้วคลานลงมาจากเตียง
ข้างเตียงวางมีรองเท้าแตะไว้หนึ่งคู่ ทำจากผ้าสำลี สวมใส่ขึ้นมาแล้วรู้สึกอบอุ่นดี
เฟิ่งซีใส่รองเท้าแตะแล้วเดินสำรวจภายในห้องนั้น
ดูเหมือนเป็นห้องรับรองแขกห้องหนึ่ง ไม่มีเครื่องใช้ส่วนตัวของเจ้าของบ้านเลย มีเพียงภาพสีน้ำไม่กี่ภาพแขวนอยู่บนผนังห้อง ห้องทั้งหลังแลดูสะอาดสะอ้านสว่างตา เรียบง่ายดี
มองออกไปนอกหน้าต่าง เป็นสวนดอกไม้ที่ใหญ่โตมาก สวนดอกไม้นั้นก็มองไม่เห็นผู้คนเลย แต่ก็น่าจะมีการทำความสะอาดเป็นประจำ ต้นไม้ใบหญ้าล้วนดูเป็นระเบียบเรียบร้อย
ในห้องนั้นไม่พบสิ่งของอะไรเลย เฟิ่งซีจึงเดินมาจนถึงหน้าประตูห้อง
ได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมาจากประตูด้านนอก ดูเหมือนว่าไม่เพียงแค่คนเดียว
จากนั้นประตูห้องของเธอก็ถูกเปิดออก เฟิ่งซีตกใจจนถอยไปยังข้างฝาผนังห้อง
ส่วนคนที่เดินเข้ามาเป็นผู้หญิงสองคนที่ใส่ชุดเสื้อผ้าเหมือนกัน ด้านหน้าใส่ผ้ากันเปื้อนไว้ ท่าทางอายุราวประมาณสามสิบกว่า ดูเหมือนเป็นเพียงแค่คนรับใช้ภายในบ้านหลังนี้เท่านั้น
เมื่อพวกเธอมองเห็นเฟิ่งซีแล้ว ดูเหมือนไม่ได้ตกใจอะไรเท่าไหร่นัก หนึ่งในนั้นที่รูปร่างผอมบาง พูดด้วยรอยยิ้มว่า “คุณหนูตื่นแล้วเหรอคะ”
เฟิ่งซีก็ยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่บ้างเล็กน้อย แต่ดูแล้วสองคนนี้ไม่น่าจะทำร้ายเธอได้ จึงกล้าที่จะถามว่า “ที่นี่เป็นสถานที่อะไรเหรอ?”
ผู้หญิงที่ผอมบางพูดว่า “ที่นี่คือคฤหาสน์ของคุณท่านเฉียน”
เฟิ่งซีพูดซ้ำว่า “คุณท่านเฉียน?”
แต่ผู้หญิงสองคนนั้นไม่ได้ตอบเธอ เพียงแต่เดินเข้าไปเพื่อนำเสื้อผ้าที่ซักเสร็จแล้วกลับเข้ามาเก็บไว้ในตู้เสื้อผ้าภายในห้อง จากนั้นก็พูดกับเฟิ่งซี “ถ้าคุณหนูหิวล่ะก็ เดินออกไปที่ห้องอาหารที่อยู่ข้างนอก ที่นั่นมีอาหารให้รับประทานมากมายเลยค่ะ”
เฟิ่งซีก็พยักหน้า
เมื่อรอให้ผู้หญิงทั้งสองคนจากไปแล้ว เฟิ่งซีก็เดินออกมาจากห้อง
ที่นี่เป็นบ้านหลังที่ใหญ่โตมาก ขนาดระเบียงทางเดินก็ยาวประมาณสิบกว่าเมตรแล้ว
ระเบียงทั้งสองข้างยังมีห้องหลายห้องอยู่ ประตูห้องก็ถูกปิดไว้ เฟิ่งซีกลับไม่ได้ไปใส่ใจ ได้แต่เดินไปตามระเบียงทางเดินจนไปถึงสุดปลายทาง
ที่นั่นดูเหมือนเป็นห้องอาหารที่ผู้หญิงสองคนนั้นพูดถึง มีโต๊ะอาหารยาวประมาณสี่ห้าเมตรวางอยู่ตรงกลางห้องอาหาร ทั้งสองข้างก็มีเก้าอี้วางเรียงรายมากมาย ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นที่ว่างทั้งนั้น มีเพียงที่นั่งด้านหน้าสุดที่มีคนนั่งอยู่สี่ห้าคน
เฟิ่งซีจำได้หนึ่งในนั้นได้ ชายชราที่นั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะคนนั้น ก็คือคนที่มาหาที่บ้านวันนั้น
ชายชราเมื่อเห็นเฟิ่งซีแล้ว ร่างที่หลังค่อมก็ลุกขึ้นยืน พูดกับเฟิ่งซีว่า “คุณหนูฉาง”
เฟิ่งซีพยักหน้า แต่ไม่รู้จะพูดอะไรดี เธอก็ยังคงจำได้ว่าหลานชายของชายชราคนนี้บุกเข้าไปในบ้านของเธอ
ชายชราค่อยๆเดินมาตรงหน้าเฟิ่งซี เฟิ่งซีกลับรู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย คิดจะเดินถอยหลังออกไป
แต่ชายชราเมื่อมาถึงตรงหน้าเธอ กลับโค้งตัวลงคำนับให้เธอ เดิมทีรูปร่างที่หลังค่อมอยู่แล้ว กลับแลดูยิ่งโค้งลงมากขึ้นไปอีก
“ต้องขอโทษจริงๆ สำหรับความสูญเสียที่เกิดขึ้นกับคุณหนูทั้งสอง ฉันจะขอรับผิดชอบทั้งหมดอย่างเต็มที่”
เฟิ่งซีก็นึกถึงหลงหลินขึ้นมา จึงรีบถามว่า “แล้วพี่สาวฉันล่ะ? พวกคุณทำอะไรกับพี่สาวฉัน?”
เมื่อพูดถึงหลงหลินขึ้นมา เฟิ่งซีก็แทบจะไม่เกรงกลัวชายชราที่อยู่ตรงหน้าเธออีกแล้ว
ชายชรายืดตัวตรงขึ้น แล้วพูดว่า “คุณหนูหลงหลินเพียงแต่ยังไม่ฟื้นขึ้นมาเท่านั้น ก็อยู่ห้องข้างๆกับห้องท่านนั่นแหละ”
เฟิ่งซีได้ยินเช่นนั้น ก็ไม่สนใจชายชราที่ยืนพูดอยู่ตรงหน้าเธออีก หันหลังกลับแล้ววิ่งกลับไป
ด้านซ้ายขวาของห้องเธอก็มีห้องอยู่ทั้งสองข้าง เมื่อเปิดดูห้องแรกแล้ว เห็นมีคนนอนอยู่บนเตียง เฟิ่งซีวิ่งเข้าไปดู เห็นเป็นหลงหลินจริงๆด้วย
เธอจึงรีบตรวจดูอาการทั่วไปของหลงหลิน การหายใจที่สม่ำเสมอ ชีพจรก็เต้นปกติ ไม่มีอะไรที่ผิดปกติเลย
จึงทำให้เฟิ่งซีวางใจได้
ส่วนชายชราคนนั้นก็มายืนอยู่ตรงหน้าประตูห้อง แล้วพูดกับเฟิ่งซีว่า “สำหรับเรื่องนั้นแล้ว รอให้คุณหนูหลงหลินฟื้นขึ้นมาก่อน แล้วฉันจะอธิบายให้ทั้งสองได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเลย”