ตอนที่ 1900
บทที่ 1904 พลังที่น่าสะพรึงกลัว
October 21, 2026
เป่ยบูฉีถูกฉีเติ่งเสียนใช้ฝ่ามือตบจนหมดสติ และนอนอยู่บนดาดฟ้าราวกับสุนัขตายแบบนี้ ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆเลย
ในช่วงเวลานี้ร็อบเบนได้สติฟื้นขึ้นมาแล้วเรียบร้อยและพูดกับฉีเติ่งเสียนว่า “พระอัครสังฆราชบอกว่า ถ้าหากยังมีชีวิตต้องตามหาตัวให้พบ ถ้าหากตายแล้วก็ต้องเห็นศพ แล้วอย่างนั้นผู้นำศาสนาอาบามีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว?”
ฉีเติ่งเสียนแสยะยิ้มอย่างเยือกเย็นและพูดว่า “ถ้าหากใครที่โดนท่าไม้ตายของข้าเข้าไป จะต้องตายอย่างแน่นอน สักครู่เดี๋ยวพวกเจ้าก็แค่ส่งนักประดาน้ำลงไปลากศพขึ้นมาก็พอแล้ว”
ร็อบเบนพยักหน้าและพูดว่า“การกำจัดศาสนาอาบาครั้งนี้ออกไปได้นั้นสามารถพูดได้ว่าช่วยขจัดความกังวลอันใหญ่หลวงของฝ่าบาทได้ ยิ่งไปกว่านั้นผู้นำทางศาสนาลัทธินี้ยังทรงพลังมาก มันช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ!”
ฉีเติ่งเสียนพูดว่า“ไม่ว่าแข็งแกร่งมีพลังมากอย่างไร ถ้าหากเจ้ากล้าดูหมิ่นพระเกียรติของพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตทั้งก็แตกสลายไป ”
เหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดต่างยกมืออย่างพร้อมเพียงแสดงความคิดเห็นที่เห็นชอบสรรเสริญพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์และสมเด็จพระสันตะปาปา
ราฟาเอลอดไม่ได้ที่รู้สึกละอายใจขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว เขาเพราะรับคำสั่งมาจากสมเด็จพระสันตะปาปา จึงมีความสงสัยต่อฉีเติ่งเสียน แต่เมื่อได้เห็นพฤติกรรมของอีกฝ่าย เขากลับรู้สึกละอายใจยิ่งกว่าเดิมเป็นอย่างมาก
พระอัครสังฆราชเป็นประมุขของศาสนาศักดิ์สิทธิ์ แม้ว่าสมเด็จพระสันตะปาปาจะได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส แต่พระองค์ก็ยังคงยืนหยัดที่จะมุ่งมันสังหารผู้นำทางศาสนาอาบากล้าหาญและมีความรับผิดชอบอะไรเช่นนี้!
ก็ไม่แปลกใจเลยที่จะมีข่าวลือภายในศักดิ์สิทธิ์ว่าพระอัครสังฆราชอาจจะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งสมเด็จพระสันตะปาปาในอนาคต!
“นี่ยังเป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นพระอัครสังฆราชใช้เคล็ดลับศักดิ์สิทธิ์ในการต่อสู้อย่างจริงจัง การเคลื่อนไหวเมื่อสักครู่นั้นน่าตะลึงจริงๆ ผู้นำทางศาสนาอาบาที่ทรงอำนาจของลัทธิถูกสังหารลงในทันที” ร็อบเบนกล่าวด้วยความชื่นชม
เขาเชื่อมั่น“ เคล็ดลับลับศักดิ์สิทธิ์” มาโดยตลอดอย่างศรัธทาแรงกล้า และเมื่อได้เห็นว่าเติ่งเสียนใช้มันสถาณการณ์ยามฉุกเฉิน เพื่อเปลี่ยนความพ่ายแพ้ให้เป็นชัยชนะในช่วงเวลาสำคัญ เขาก็ไม่มีข้อสงสัยใดๆ ในใจอีกต่อไป
ฉีเติ่งเสียนแอบรู้สึกขำอยู่ในใจ พอมีทักษะกังฟูฝีมือขั้นสูงอย่างนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีสามารถสร้างกระแสพลังที่คนอื่นไม่มีได้และหลอกคนได้!
ถ้าสมเด็จพระสันตะปาปาถามขึ้นมาเมื่อไหร่ เขาก็คงพูดบอกว่ารู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของวิญญาณพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์และสัมผัสได้ถึงพลังของพระผู้ศักดิ์สิทธ์ จึงใช้มันโดยตรง…… สมเด็จพระสันตะปาปาในฐานะผู้นำทางศาสนา เพราะพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ย่อมมีศรัทธาความเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าอยู่แล้ว เขายืนกรานพูดแบบนี้จริงๆ สมเด็จพระสันตปาปาก็ไม่สงสัยอะไรไปมากนัก
นอกจากนี้ศาสนาศักดิ์สิทธิ์ยังมีเหตุการณ์และเหตุการณ์เหนือธรรมชาติบางอย่างในศาสนาศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งตามหลักวิทยาศาสตร์ไม่สามารถอธิบายได้ ยกตัวอย่างเช่นน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ก็วิเคราะห์อะไรไม่ได้เลย
“เออร์วิน คุณไม่จำเป็นต้องแปลกใยจเมื่อรู้สึกถึงเวทมนตร์ นี่คือประสงค์ของพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์ ข้าเพียงแค่ต้องมีศรัทธาที่ยึดมั่นและความเคารพอย่างแรงกล้าต่อไป บางทีในวันหนึ่งคุณอาจจะรู้สึกถึงพลังเวทมนตร์ที่อัศจรรย์ได้เช่นกัน” ฉีเติ่งเสียนพูดด้วยสีหน้าที่ศรัธทาต่อพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์
ร็อบเบนเห็นด้วยกับเขาอย่าง และพยักหน้าพูดว่า“พระอัครสังฆราชพูดได้ถูกต้องทุกประการไม่มีผิด ทุกท่านทั้งหลาบได้ยินใช่แล้วหรือไม่ เราต้องมีความศรัทธาที่เคร่งครัดมากเช่นเดียวกับพระอัครสังฆราชก็จะได้รับเกียรติและความเมตตาจากพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์!”
ราฟาเอลยังกล่าวชื่นชมซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า “พระอัครสังฆราชสมควรที่จะเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์ ถ้าหากท่านมาไม่ทันเวลาในวันนี้ ข้าเกรงว่าเหล่าอัศวินศักดิ์สิทธิ์ทุกคนคงจะต้องถูกกำจัดไปหมดแล้ว”
ฉีเติ่งเสียนยิ้มกว้างยิงฟันและตบไหล่ราฟาเอลเบาๆ แล้วพูดว่า“ผู้บัญชาการอัศวินราฟาเอล คุณไม่จำเป็นต้องพูดแบบนั้น หรอก พวกเราทั้งหมดต่างเป็นพี่น้องกันและต้องดูแลซึ่งกันและกัน! สิ่งที่พวกเราต้องทำต่อไปคือปล่อยให้หนทางของพระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์แผ่ขยายไปทั่วดินแดนหนานหยาง เพื่อให้ผู้คนมากมายได้หันมาศรัธทาในพระองค์และมอบตัวเองเข้าสู่อ้อมอกอันอบอุ่นของพระองค์ไว้ในหัวใจ”
“ไม่เพียงแต่การเคลื่อนไหวนี้จึงเรียกว่า อวาดาเคดาวรา ?” ร็อบเบนถามด้วยความงุนงงสับสน “คาถาเวทมนตร์นี้คงถูกคนอื่นคิดขึ้นแน่”
ใบหน้าของฉีเติงเซียนเปลี่ยนเป็นท่าทางที่จริงจังและพูดว่า“เออร์วิน คุณถามคำถามที่ดีมาก!”
ร็อบเบนจ้องมองเขา
ฉีติ่งเสียนอธิบายว่า “นี่คือพลังศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจเรียกชื่อได้ ข้าเพียงชอบชื่อนี้ แต่เมื่อใช้กระบมนท่านี้ฝ่ายตรงข้ามจะต้องตายอย่างแน่นอน ข้าจึงเรียกมันอย่างนี้”
ทันใดนั้นร็อบเบนก็เข้าใจและพูดว่า“เป็นอย่างนั้นเอง!”
ร็อบเบนไม่ได้สงสัยอะไร เพราะตั้งแต่ที่เขารู้จักพระอัครสังฆราชฉี เขาก็รู้สึกว่า ท่านพระอัครสังฆราชนี้มีอะไรที่ดู “ล้ำ” อยู่ไม่น้อย ถือคทาแล้วมักจะพูดถึงอะไรแปลก ๆ อย่างคำว่า “อาวาดา เคดาวรา” อยู่บ่อยครั้งจนบางทีก็อดขำไม่ได้