ตอนที่ 1982
บทที่ 1985 วิสัยทัศน์ในระดับของผู้ยิ่งใหญ่
October 21, 2026
เหอเลี่ยงยังไม่ได้ขึ้นไปด้านบน ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ พอเห็นฉีเติ่งเสียนกลับมาคนเดียวก่อน ก็แค่นหัวเราะอย่างดูแคลนทันที
“เมื่อกี้ยังบอกว่ารู้จักกับผอ. กรมจ้าวจากกรมใหญ่อยู่เลยไม่ใช่เหรอ? แถมยังจะแนะนำเสี่ยวลู่กับเขาอีก แล้วทำไมตอนนี้ถึงกลับมาแบบหัวหดหางตกอย่างนี้ล่ะ?” เหอเลี่ยงพูดเย้ยหยันอย่างสนุกปาก
“ฉันแค่เข้าไปทักทายเฉย ๆ ไม่ได้จะไปชนแก้วด้วยหรอก” ฉีเติ่งเสียนพูดเรียบๆ
กับคนที่เต็มใจจะยื่นเงินให้กับเขา พระอัครสังฆราชฉีผู้นี้ ก็ย่อมต้องแสดงความเป็นมิตรอยู่บ้าง ห้าล้านน่ะนะ ก็ไม่ใช่เงินจำนวนน้อยเลย
แต่คำพูดนี้พอเข้าไปในหูของเหอเลี่ยง กลับกลายเป็นว่าฉีเติ่งเสียนแค่พูดแก้เขิน บางทีอาจถูกผู้ใหญ่บนโต๊ะอาหารตะเพิดไล่กลับมาก็ได้ เลยหน้าเสีย แล้วแต่งเรื่องมาพูดให้ดูดีเท่านั้น
หรือไม่ก็ พอเจอตัวจริงของผอ. กรมจ้าวเข้า ก็เกิดอาการกลัวจนหน้าเสีย แล้วรีบหนีกลับมาด้วยความขายหน้า
เหอเลี่ยงแค่นเสียงเยาะ “ถ้าเอาแกเข้าไปเผาในเตาเผาศพ
ฉันว่าในโกศเถ้ายังเหลือแต่ปากของแกอยู่เลยมั้ง!”
ฉีเติ่งเสียนเพียงยิ้มบาง ๆ ตอบว่า “คุณเหอ เตรียมห้าล้านของฉันไว้ให้พร้อมด้วยล่ะ ถ้าสักพักฉันไม่เห็นเงินละก็ ระวังฉันจะเล่นงานคุณนะ!”
เหอเลี่ยงหัวเราะเย้ย “ไม่เคยเจอใครหน้าด้านได้ขนาดนี้มาก่อนเลย!ทยอมรับว่าตัวเองสู้คนอื่นไม่ได้ มันยากมากรึไง?!”
พูดยังไม่ทันจบ เหอเลี่ยงก็เห็นจ้าวเทียนลู่เดินอ้อมฉากกั้นมาทางนี้ เขาถึงกับตกใจเล็กน้อย
“นี่แกไปทำอะไรให้ผอ. กรมจ้าวไม่พอใจรึเปล่า? ไอ้บ้าเอ๊ย!” เหอเลี่ยงรีบโพล่งถามด้วยความร้อนรนและตื่นตระหนก
แต่ฉีเติ่งเสียนไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย กลับรินเหล้าลงแก้วของตัวเองอย่างใจเย็น
พอจ้าวเทียนลู่เดินมาถึงตรงหน้า เหอเลี่ยงก็เตรียมจะเอ่ยปาก แต่ทันใดนั้น เขาก็ต้องตะลึงจนพูดไม่ออก เพราะจ้าวเทียนลู่ผู้เป็นผู้อำนวยการกรมใหญ่คนใหม่ กลับยิ้มกว้าง พลางพูดกับฉีเติ่งเสียนว่า “คุณฉีครับ ผมขอชนแก้วกับคุณก่อนสักแก้ว!”
“หา?!”
เหอเลี่ยงถึงกับอ้าปากค้าง ในหัวเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม ผอ. กรมจ้าวมาขอชนแก้วกับฉีเติ่งเสียนได้?!
ฉีเติ่งเสียนพยักหน้าเบาๆ ยกแก้วขึ้นชนกับจ้าวเทียนลู่ แล้วพูดว่า “กินข้าวก่อนเถอะ รอคุณจัดการแขกเสร็จ
เราค่อยคุยกันอีกที”
จ้าวเทียนลู่ยิ้มเจื่อนๆ “งั้นผมขอกลับไปจัดการแขกก่อน คุณรอผมครู่หนึ่งนะครับ”
พูดจบ จ้าวเทียนลู่ก็หมุนตัวเดินจากไป หลังจากเขากลับโต๊ะไป เจียงอวิ๋นกับพวกก็ทยอยกลับมาที่โต๊ะด้านข้างเช่นกัน
พวกเขาเห็นฉีเติ่งเสียนยังนั่งสงบนิ่งอยู่เหมือนเดิม ก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาในใจ เพราะเมื่อครู่นี้ พวกเขาเพิ่งหัวเราะเยาะเขาแบบเต็มพิกัด แต่มาตอนนี้กลับพบว่า
เขารู้จักกับผอ. กรมจ้าวจริง! แถมผอ. กรมจ้าวยังเดินมาชนแก้วด้วยตัวเองอีกต่างหาก แบบนี้ต้องมีภูมิหลังที่แข็งแกร่งระดับไหนกันเชียว ถึงจะได้รับเกียรติขนาดนี้?
เจียงอวิ๋นรู้สึกว่าหน้าร้อนผ่าว เมื่อครู่เขามองฉีเติ่งเสียนเป็นตัวตลก แต่สุดท้าย กลับกลายเป็นตัวเองต่างหากที่เป็นตัวตลก
แต่ลู่หยู่ไห่กลับดูสบาย ๆ อย่างยิ่ง ตั้งแต่ต้นจนจบ เธอเชื่อว่าคำพูดของฉีเติ่งเสียนเป็นเรื่องจริงทั้งหมด
“สารวัตรลู่ ต่อจากนี้เธอก็แค่ตั้งใจทำงานของตัวเองให้ดี จับคนร้าย ทำลายความชั่วร้ายให้มากๆ ถึงเวลาแล้ว เธอก็จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเอง ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนไขว่คว้าให้มากนักหรอก คนเรา ถ้ามัวแต่คิดจะปีนขึ้นสูง สุดท้ายจะลืมหน้าที่ตัวเอง แล้วก็จะหลงทางไปในที่สุด” ฉีเติ่งเสียนกล่าวขึ้น
“ค่ะ นั่นก็คือหลักการทำงานของฉันมาโดยตลอดเหมือนกัน!” ลู่หยู่ไห่พยักหน้าตอบอย่างหนักแน่น
หากก่อนหน้านี้ ฉีเติ่งเสียนพูดแบบนี้ออกมา ทุกคนก็คงมองว่าเขาแค่ชอบทำตัวใหญ่โต พูดโอ้อวด แต่พอได้เห็นกับตาว่าเขามีปูมหลังจริง คำพูดนี้กลับทำให้คนทั้งกลุ่มรู้สึกละอายใจขึ้นมาทันที
โดยเฉพาะเหอเลี่ยง ตอนนี้รู้สึกเหมือนทั้งสองข้างแก้มเจ็บเหลือเกิน……