ตอนที่ 1984
บทที่ 1987 ต้องเพิ่มเงิน
October 21, 2026
ฉีเติ่งเสียนมีบางอย่างที่รู้สึกทั้งสงสัยในตัวจิ่วเฮิง แต่มีบางอย่างที่ดูแคลน ในขณะเดียวกันเหล่าพวกพี่ชายก็เพิ่งออกมาเจอโลกได้ไม่กี่วันเองนะ แต่กลับทำเป็นพูดว่ามีประสบการณ์จริงในสนามรบแล้ว!
ไม่เพียงแต่รู้สึกเหยียดหยามอยู่ในใจ แต่ในใจก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากลอง
ดังนั้นฉีเติ้งเสียนจึงได้นำมันไปปฏิบัติจริง แล้วพบว่าผลลัพธ์นั้นยอดเยี่ยมมาก พลังการต่อสู้ของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ราวกับว่าเขาได้กลายเป็นซูเปอร์ไซย่า ทั้งที่เขายังไม่ได้กินถั่วเซียนแม้แต่สักเม็ดด้วยซ้ำ
สรุปแล้วหลังจากนำเทคนิคการต่อสู้ฉบับของจิ่วเฮิงมาใช้ ฉีเติ่งเสียนก็พบว่าความสามารถในการต่อสู้ของตัวเองแทบจะไม่ด้อยไปกว่าตอนดื่มน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์สักเท่าไหร่เลย ผลลัพธ์แค่ห่างกันนิดเดียวเท่านั้นเอง
รถพยาบาลที่ดูเหมือนจะธรรมดาคันหนึ่ง หลังจากใช้เทคนิคนี้ก็แทบกลายเป็นรถดับเพลิงไปในทันทีราวกับว่ามีพลังขนาดเหลือล้น
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกค้ามนุษย์ถึงนับถือจิ่วเฮิงราวกับเจ้าลัทธิ บางคนถึงกับอยากเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเขาเสียด้วยซ้ำ แท้ที่จริงแล้งเพราะมีของที่สุดยอด
แต่อีกมุมหนึ่งก็ทำให้พระอัครสังฆราชถึงกับส่ายหน้า รู้สึกว่าจิ่วเฮิงเอาเวลาที่ควรใช้ในการฝึกจิตฝึกใจไปหมกมุ่นกับการคิดเทคนิคต่อสู้ ถ้าเขามีความมุ่งมั่นในการฝึกวิชาแบบนี้สักครึ่ง ก็คงเข้าถึงตัวตนภายในหรือแม้แต่ควบคุมพลังแห่งเทพเจ้าได้ไปนานแล้วไหม?
แต่พูดก็พูดเถอะจิ่วเฮิงคนนี้ก็ช่างมีพรสวรรค์ในการสรุปบทเรียน เมื่อมองดูถึงทราบว่าทำไมมหาวิหารอวตารถึงยอมควักเงินส่งเขาไปแช่ออนเซ็นที่ดูท่าจะคุ้มค่าจริงๆ
ฉีเติ่งเสียนที่กำลังรออาหารมื้อดึกที่โรงแรม ระหว่างรอเขาก็อดไม่ได้ที่จะหยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดหน้าจอและเชื่อมต่อกับระบบปลายทางเพื่อดูอะไรบางอย่างสักครู่นึง
ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงจิ่วเฮิงยังคงอธิบายทฤษฎีชีวิตอย่างจริงจังว่า“ผู้ชายอาจจะเป็นพวกติดตามประจบได้ เป็นหมาเลียขาได้ แต่ห้ามเด็ดขาดที่จะเป็นแพะเดือด”
คำพูดนี้ทำเอาฉีเติ่งเสียนแค่นหัวเราะอยู่ภายในใจ แพะเดือดไม่ใช่แค่หมาเลียขาเหมือนกันไหม?!
“อาจาร์ยจิ่ว ท่านหมายความว่าอย่างไรครับ” ผู้ค้ามนุษย์อดไม่ได้ที่จะถามด้วยสีหน้าคาดหวัง
จิ่วเฮิงจึงพูดด้วยท่าท่างที่จริงจังอย่างเหลือเชื่อว่า “สรุปแล้ว ผู้ชายไม่สามารถเป็นคนเลียอารมณ์ได้ เป็นแค่คนเลียทางกายเท่านั้น”
“เวรเอ๊ย! พูดบ้าอะไรวะ หยาบคายยิ่งกว่าหมาป่ากับเสืออีก?!”
ฉีเติ่งเสียนถึงกับเอามือตบหน้าผากตัวเอง พลางคิดในใจอย่างหงุดหงิดว่า“วิดีโอเหล่านี้คงต้องตัดต่อซะก่อนถึงจะส่งเป็นหลักฐานได้ ไอ้จิ่วเฮิงนี่มันไม่แคร์ชื่อเสียงหรอก แต่ตัวเองไม่อยากถูกลากไปแปดเปื้อนให้เสียชื่อกันทั้งหมด!”
เมื่อรอวีดีโอให้ถึงในช่วงเวลากลางดึกและถูกส่งมาถึงฉีเติ่งเสียน ก็จะทำการปิดระบบปลายทางในแท็บเล็ตไปพร้อมกับคิดวิธีในใจว่าจะหาเวลาตัดต่อวิดีโอพวกนี้ภายหลัง
เนื้อหาที่จิ่วเฮิงพูดคุยโผงผางต่อหน้าพวกค้ามนุษย์นั้น แน่นอนว่าเอาไปเผยแพร่ไม่ได้เด็ดขาด ยิ่งกว่านั้นไอ้หมอนี่ยังเอาแต่พูดชื่อ“ฉีเหล่าลิ่ว” ออกมาเรื่อย ๆ ยิ่งฟังยิ่งหัวร้อนเข้าไปใหญ่
ขณะที่ฉีเติ่งเสียนจัดจานอาหารว่างอย่างเรียบร้อย หยางกวนกวนก็เพิ่งจะลุกขึ้นมาจากเตียงในชุดนอนที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อย สีหน้าเธอเปี่ยมไปด้วยความอ่อนระโหย แก้มแดงเรื่ออย่างน่ามองแววตาเธอชุ่มชื้นระยิบระยับ เต็มไปด้วยความหลงใหล
“วันนี้ฉันจัดการธุระของกลุ่มไจ้เย่กรุ๊ปไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้กำลังขาดคนอยู่เล็กน้อย เลยกะว่าจะให้ประธานเซี่ยงช่วยส่งคนมาสนับสนุนหน่อย”หยางกวนกวนพูดพลางนั่งลงข้างๆ ฉีเติ่งเสียนอย่างแนบชิด
“แน่นอนอยู่แล้ว”ฉีเติ่งเสียนพูดตอบกลับโดยไม่ลังเล
หยางกวนกวนพูดว่า“ฉันรู้สึกคิดว่าก้าวต่อไปของไจ้เย่กรุ๊ปจะเน้นที่ด้านการท่องเที่ยว ตอนนี้ทางจังหวัดซีเทียนกำลังมีนโยบายจะสร้างแหล่งท่องเที่ยวแบบเน็ตไอดอลที่ตั้งก็มีการกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว”
“การลงทุนในโครงการนี้น่าจะทำเงินได้ไม่น้อย แต่ปัญหาคือตระกูลซุนดูเหมือนจะเล็งที่ดินผืนนี้ไว้เช่นกัน”
“เจ้าของที่ดินผืนนั้นเป็นเศรษฐีท้องถิ่นคนหนึ่ง พ่อของเขาอาการหนักแล้ว ช่วงนี้จึงมองหาสถานที่ที่ฮวงจุ้ยดี เพื่อใช้เป็นสุสาน”
“คนของฝั่งตระกูลซุนช่วงนี้ก็จ้างซินแสดังมาคำนวณฮวงจุ้ย กำลังเตรียมที่จะเลือกสุสานเช่นกัน พวกเราจะตามหลังไม่ได้เด็ดขาดอะ!”
เมื่อฉีเติ่งเสียนได้ฟัง ก็นิ่งไปสักครู่หนึ่ง ก่อนจะถามว่า“ซินแสท่านนั้นที่มาดูฮวงจุ้ยเป็นใครเหรอ?”
หยางกวนกวนตอบว่า“"เขามีชื่อว่าอู๋กั๋วฮั่วซึ่งมาจากเมืองหลวง ชื่อเสียงโด่งดังมาก ตอนนี้เขาไปดูที่ฮวงจุ้ยที่สุสานมาแล้วเรียบร้อย กำลังจะตัดสินใจเลือกอยู่พอดี”
เมื่อฉีเติ่งเสียนได้ยินชื่อก็ขมวดคิ้วทันที เขาเองก็รู้จักอู๋กั๋วฮั่วดีเหมือนกัน คนคนนี้ไม่ธรรมดาเลย ฝีมือด้านฮวงจุ้ยเรียกได้ว่า ของจริง มีวิชาติดตัวและประสบการณ์ไม่น้อย เรื่องฮวงจุ้ยสำหรับฉีเติ่งเสียนจะไม่ถึงขั้นปรมาจารย์ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีพื้นฐาน อย่างน้อยก็พอรู้เรื่องอยู่บ้าง
“เรียกอาจารย์จางเทียน”หยางกวนกวนพูดกับฉีเติ่งเสียนด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“อาจารย์จางเทียนที่เป็นถึงหนึ่งในผู้นำของสำนักเต๋า แต่กับมาเลือกสุสานให้คนอื่นเนี่ยนะ พูดแบบนี้มันจะไม่เสียหน้าเกินไปหน่อยเหรอ?"ฉีเติ่งเสียนอดไม่ได้ที่พูดออกมา