ตอนที่ 937
บทที่ 939 เรื่องบานปลาย
October 21, 2026
หลังจากที่ผู้รับผิดชอบโรงแรมเทียนตี้ได้รับข่าว เขาก็รีบออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าคนที่ถูกซ้อมอยู่คือหวังเจี้ยนเฉิง จึงอดไม่ได้ที่จะขนหัวลุก เมื่อมองไปยังคนที่ซ้อมอีกครั้งเป็นผู้หญิง จึงเพ่งมองให้ชัด โอ้ว เป็นคุณหนูสวีเอ้าเสวี่ย......
“คุณหนูสวี คุณหนูสวี......โรงแรมเทียนตี้ของพวกเรามีกฎอยู่นะครับ!”ผู้รับผิดชอบคนนี้เดินเข้ามา ต้องการที่จะห้ามสวีเอ้าเสวี่ย
สวีเอ้าเสวี่ยยื่นมือออกมาจัดทรงผมที่ยุ่งเหยิงของเธอ พร้อมกับพูดเสียงเย็นว่า“งั้นนายไปถามอวี้เสี่ยวหลงสิ ว่าเธอจะสนใจเรื่องนี้ไหม!”
เธอกัดฟัน จากนั้นจึงยกมือฟาดกิ่งหลิวไปบนร่างกายของหวังเจี้ยนเฉิงอีกครั้ง!
เสื้อของหวังเจี้ยนเฉิงได้ขาดออกหมดแล้ว ผิวหนักแตกแยก เต็มไปด้วยรอยเลือด......
เขาเป็นถึงกับคุณชายตระกูลหวัง เขาเคยถูกปฏิบัติแบบนี้ซะที่ไหน?!
มุมปากของผู้รับผิดชอบกระตุก เรื่องนี้เขาห้ามไม่ได้จริงๆ ฝั่งหนึ่งคือคุณชายของตระกูลหวังแห่งเมืองหลวง อีกฝั่งเป็นแก้วตาดวงใจของตระกูลสวี นอกจากนั้นฝ่ายหลังยังมีความสัมพันธ์ที่ดีกับอวี้เสี่ยวหลงมาก่อน!
หวังเจี้ยนเฉิงอ้าปากเอาลมหายใจเข้าด้วยความเจ็บปวด พร้อมกัดฟันพูด“สวีเอ้าเสวี่ย เธอเลือกเดินทางสายมืดเองนะ ตระกูลหวังของพวกเรา จะไม่ปล่อยเธอไว้แน่นอน!”
“ไม่มืด ฉันเป็นพยาน!” ฉีเติ่งเสียนพูดด้วยความจริงจัง
สวีเอ้าเสวี่ยหันกลับมาถลึงตาใส่เขาหนึ่งที ไอ้สารเลวนี่ ปากไม่มีหูรูดจริงๆเลย หากเธอมีความสามารถล่ะก็ จะจับเขาแขวนแล้วฟาดแรงๆสักยก!
สวีเอ้าเสวี่ยแสยะยิ้ม“ฉันให้โอกาสแกแล้ว ให้แกจ่ายค่าทำขวัญให้ฉัน แกเองที่เป็นคนไม่ยอมจ่าย งั้นจะโทษฉันไม่ได้!ถ้าตระกูลหวังจะมาหาเรื่องฉันล่ะก็ ยินดีต้อนรับ มาหาฉันที่หนานหยาง ฉันจะได้ทดสอบประสิทธิภาพการต่อสู้ของทหารเหล่านั้นที่ฉันรู้จักด้วย!”
สวีเอ้าเสวี่ยตอนนี้ไม่ได้เหมือนกับแต่ก่อนแล้ว เมื่อก่อนถ้าเจอเรื่องแบบนี้ อย่างน้อยก็ต้องคิดหน้าคิดหลัง แต่เธอในตอนนี้มีกำลังทั้งหมดอยู่ที่หนานหยาง แม้ว่าตระกูลหวังอยู่ในเมืองหลวงจะยอดเยี่ยมเป็นสิบเท่า ก็ไม่อยู่ในสายตาเธออยู่ดี
ฉีเติ่งเสียนได้พูดกับผู้รับผิดชอบโรงแรมว่า“นี่นี่นี่ ถอยไปด้านข้างหน่อย มันรบกวนการดูหนังของฉัน!”
ผู้รับผิดชอบชะงัก ในหัวเต็มไปด้วยเส้นสีดำ ไอ้อ้วนนี่แม๊งเป็นใครเนี่ย ถึงได้มาช่วยทำให้เรื่องบานปลายขึ้น?
สวีเอ้าเสวี่ยฟาดจนกิ่งหลิวขาดไปแล้วยี่สิบกว่าเส้น เหนื่อยจนหายใจฟืบๆ
ไม่รู้ว่าฉีเติ่งเสียนไปเอาน้ำมาจากไหน จากนั้นเปิดฝาออกแล้วจึงยื่นให้กับเธอ“ลำบากแล้ว พักผ่อนสักครู่ แล้วค่อยต่อ”
สวีเอ้าเสวี่ยถลึงตาใส่เขาหนึ่งที แต่ก็รับน้ำดื่ม จากนั้นฉีเติ่งเสียนก็ยื่นทิชชู่เปียกให้ต่อ ช่างดูแลครบครันซะจริง
สวีเอ้าเสวี่ยร้องไห้ไม่ได้ หัวเราะไม่ออก“นายแม่งเป็นโดราเอมอนหรอ?!”
ฉีเติ่งเสียนขำ“กลัวเธอเหนื่อยไง!”
หวังเจี้ยนเฉิงแสยะยิ้ม“ถุย ขี้ประจบ!”
ฉีเติ่งเสียนหัวเราะ ดูทรงแล้วมือของสวีเอ้าเสวี่ยคงจะเบาไป
สวีเอ้าเสวี่ยกรอกตามองบน พร้อมกับถือกิ่งหลิวยืนผ่อนลมหายใจอยู่ที่เดิม
ฉีเติ่งเสียนรู้แล้วว่าทำไมปกติตอนที่เรือนจำโยวตูที่แขวนปีศาจราตรีและหมาป่าโลภคนจำพวกนี้ ทำไมด้านข้างถือมีคนยืนดูเป็นกลุ่ม ถึงกับขนาดส่งน้ำเช็ดเหงื่ออะไรแบบนี้ แท้จริงแล้ว ดูคนอื่นแล้ว มันฟินจริงๆ!
อย่างไรก็ตาม วิวดีย่อมไม่อยู่นาน โทรศัพท์ของฉีเติ่งเสียนก็ดังขึ้น
คนที่โทรเข้ามาคือหวงเหวินหลั่ง
“ปรมาจารย์ฉี ผมได้ข่าวมาว่าคุณและคุณหนูสวีได้แขวนหวังเจี้ยนเฉิงแล้วฟาดโชว์ที่หน้าประตูโรงแรมเทียนตี้?”หวงเหวินหลั่งถาม
“คนแซ่หวังมันใจแคบ อยากจะยืมมือของตระกูลเหลยจัดการสวีเอ้าเสวี่ย” ฉีเติ่งเสียนตอบ
“เรื่องได้ถึงหูตำรวจแล้วตอนนี้ แต่ว่า อีกฝั่งเป็นคนของตระกูลหวัง อีกฝั่งเป็นคุณหนูสวี ดังนั้น ฝั่งตำรวจเลยถ่วงไว้โดยยังไม่ส่งคนมา ทำแบบนี้ ผลลัพธ์ค่อนข้างที่จะชั่วร้ายไปหน่อย แต่ยังไงก็ควรหยุดแค่หอมปากหมอคอ!” หวงเหวินหลั่งกล่าว
คนของฮั่วตัวพวกนั้นไม่ใช่คนโง่ เกิดการปะทะกันโดยที่ทั้งสองฝ่ายก็เป็นคนใหญ่คนโต อีกทั้งยังเล่นใหญ่ซะขนาดนี้ เขาไม่ออกหน้ามาหรอก