ตอนที่ 40
บทที่ 40
October 6, 2026
"ไปให้พ้นหน้าข้าเดี๋ยวนี้ ถ้าเจ้ายังกล้าขวางทาง ข้าจะคว่ำเจ้าให้ดู" ฉู่เฟิงได้ยินเสียงแหลมของสตรีในตอนที่มันออกมาจากหอเลือกภารกิจ
"ซูเหม่ยงั้นรึ?"
เมื่อได้ยินเสียงนั้น ฉู่เฟิงก็อดที่จะตื่นตระหนกไม่ได้ มันคิดว่าซูเหม่ยกำลังเกิดปัญหา จึงรีบมุ่งหน้าไปยังต้นเสียงในทันที
อันที่จริง เมื่อเข้าใกล้ซูเหม่ย มันก็มองเห็นพันธมิตรกระบี่นับสิบหรือมากกว่านั้นล้อมนางเอาไว้
พวกมันไม่ได้ปกปิดพลังลมปราณ ดังนั้นฉู่เฟิงจึงสัม ผัสได้ว่าส่วนใหญ่ล้วนมีพลังทิพย์ยุทธ์ห้วงที่ห้า ส่วนคนที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นยังหนุ่มแน่นและพลังทิพย์ยุทธ์ของมันอยู่ในห้วงที่หก
มันผู้นั้นรูปร่างสูงใหญ่ ใบหน้าขาวผ่อง คิ้วดกหนา ดวง ตากลมโต กล่าวได้ว่าหน้าตามันหล่อเหลาเอาการทีเดียว รอย ยิ้มของมันดูกะลิ้มกะเหลี่ย และบรรดาสมาชิกของพันธมิตร กระบี่ต่างพากันกระเซ้าเย้าแหย่นางต่อหน้าธารกำนัล
เพราะสถานะพิเศษของซูเหม่ย ทำให้การยั่วล้อของหนุ่มหน้าผ่องนั้นค่อนข้างรุนแรง และทำให้นางไม่พอใจอย่างมาก และมีทีท่าว่าซูเหม่ยจะเริ่มสติแตก
เมื่อเห็นดังนั้น ฉู่เฟิงที่แรกเริ่มเดิมทีตั้งใจมาช่วยนาง กลับชะงักฝีเท้าในทันที มันรู้ซึ่งถึงความแข็งแกร่งของนาง พลังทิพย์ของนางถึงห้วงที่เจ็ดแล้ว และพวกมันควรจะหวาด กลัวจนไม่กล้ายุ่งกับนางด้วยซ้ำ พวกมันกำลังรนหาที่ตายแท้ ๆ
แต่ถึงกระนั้นก็เห็นได้ชัดว่านางไม่ต้องการเปิดเผยความแข็งแกร่งแม้แต่น้อย นางอดกลั้นอย่างเต็มที่และไม่เปิดฉากโจมตีพวกมัน ดังนั้นฉู่เฟิงจึงร่วมเป็นหนึ่งในบรรดาผู้สัง เกตการณ์ด้วยหัวใจที่พองโต และซ่อนเร้นเสียงหัวเราะเอาไว้ "ข้าอยากรู้เหลือเกินว่าเจ้าจะทนได้สักกี่น้ำ"
"แม่นางซูเหม่ย ข้าเจี้ยนเฉินชอบเจ้าเหลือเกินให้ โอกาสข้าได้หรือไม่?"
"ทั่วทั้งสำนักฝ่ายใน ไม่มีใครที่จะเหมาะสมกับเจ้าไป กว่าข้าเจี้ยนเฉิน ไม่ว่าจะเป็นสถานะ ความแข็งแกร่งหรือกระทั่งรูปลักษณ์?"
หนุ่มหน้าผ่องนามเจี้ยนเฉินสารภาพความรู้สึกอย่างลึกซึ้ง ทว่าสายตาละลาบละล้วงของมันนั้นกับกวาดไปทั่วร่าง
ซูเหม่ยตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อสายตาปะทะกับจุดที่น่าสนใจมัน ก็เลียริมฝีปากอย่างห้ามตัวเองไม่ได้
"เจ้า…" เห็นได้ชัดว่าความอดทนของซูเหม่ยถึงขีดสุดแล้ว เพราะสิ่งที่นางทนไม่ได้ที่สุดก็คือมีคนมาวอแวนั่นเอง
ทว่าในตอนที่นางกำลังจะระเบิดอารมณ์นั้น นางก็เห็นรูปร่างอันคุ้นเคยที่ปะปนอยู่กับฝูงชน ความคิดหนึ่งพลันวาบเข้ามาในหัวของนาง นางจึงคลายความโกรธลง พร้อมกับเอ่ยปากกับเจี้ยนเฉินด้วยท่าทีเขินอาย "อันที่จริง ข้ามีคนรักอยู่แล้ว"
"อะไรนะ? เจ้ามีคนรักแล้วรึ? มันเป็นใคร?" เมื่อได้ยินถ้อยคำของซูเหม่ย เจี้ยนเฉินรู้สึกราวถูกกระแสลมแรงพัดมาปะทะ มันอารมณ์ขุ่นมัวในทันที
ซูเหม่ยแย้มยิ้มอย่างภาคภูมิ เบนสายตาไปยังฝูงชนแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "ที่รัก เจ้ายังเอาแต่ยืนมองทั้ง ๆ ที่มีคนกลั่นแกล้งข้ารึ?" และคนผู้นั้นที่นางกำลังมองอยู่ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นฉู่เฟิงนั่นเอง
"ซวยแล้ว!" ฉู่เฟิงรำพึง มันไม่คิดว่านางจะหามันเจอเร็วขนาดนี้ แถมยังแกล้งมันอีกด้วย เห็นได้ชัดว่านางจะใช้มันเป็นไม้กันหมานั่นเอง
แม้ว่าภายในใจจะรู้สึกไม่สบอารมณ์นัก แต่เมื่อมีสาย ตาจากทุกผู้ที่อยู่รายรอบจ้องมองอยู่ ในฐานะบุรุษ มันจะถอยได้อย่างไร? และทั้งหลายทั้งปวง มันก็ตั้งใจมาช่วยซูเหม่ยแต่แรกแล้ว
"ที่รัก ข้าเพิ่งมาถึงน่ะ ไอ้งั่งคนไหนที่มันกลั่นแกล้งเจ้า? ข้าจะช่วยเจ้าสั่งสอนมันเอง" ฉู่เฟิงโผล่ออกมาแล้วเดินออกจากกลุ่มผู้สังเกตการณ์ตรงมาข้างหน้าซูเหม่ย มันยิ้มเจ้าเล่ห์ จากนั้นก็แสดงท่าทางที่ทำให้ทุกคนตะลึงงัน
ฉู่เฟิงโบกมือ ก่อให้เกิดลมแรงพัดสะบัดออกไป กวาดสาวน้อยซูเหม่ยร่างอรชรเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของมัน
กล่าวได้ว่าภาพที่เห็นนั้น. สามารถทำให้ผู้คนถึงกับกรามค้างและตาเบิกโพลงได้เลยทีเดียว ทุกคนต่างอ้าปากหวอ บางคนแทบจะตาถลนออกนอกเบ้าก็ว่าได้
ซูเหม่ยคือใครงั้นรึ? นางคืออัจฉริยะที่ศิษย์ฝ่ายในทุกคนต่างรู้จัก และมีความงดงามเป็นที่เลื่องลืออีกด้วย แม้ว่านางไม่ได้ปรากฏต่อสายตาผู้คนมากนัก ทว่าหากมันผู้ใดได้พบหน้า ต่างก็ต้องลุ่มหลงในความงามของนาง
ในสายตาของคนมากมาย นางคือเทพธิดา มีบุรุษผู้แข็งแกร่งและความสามารถโดดเด่นมาสารภาพรักกับนางมากมาย เจี้ยนเฉินผู้นี้เป็นเพียงหนึ่งในคนเหล่านั้นเท่านั้น
"เจ้า…" เมื่อถูกเกี้ยวพาต่อหน้าผู้คนมากมาย ซูเหม่ยเริ่มโกรธจนตาแทบจะลุกเป็นไฟ
แต่เมื่อคิดได้ว่าทุกอย่างล้วนทำไปเพื่อตัวนาง นางจึงระงับความโกรธเอาไว้ไม่เพียงแต่ควบคุมสติได้เท่านั้น ซูเหม่ย กลับกำลังฉีกยิ้มอันเปี่ยมไปด้วยความสุข และยังคงอยู่ในอ้อมแขนของฉู่เฟิงต่อไป
ในขณะนั้นเอง ฉู่เฟิงรู้สึกว่ามีก้อนกลม ๆ อ่อนนุ่มสอง ก้อนสัมผัสท้องของมัน ความรู้สึกสบายทำให้ตัวมันสั่นเทาขึ้นมาทันใด ด้วยเหตุนี้มันจึงได้แต่โอบกอดซูเหม่ยให้กระชับแนบ แน่นขึ้นอีก และรื่นรมย์กับสัมผัสอ่อนนุ่มนั้นให้มากเท่าที่ต้อง การ