ตอนที่ 1939
บทที่ 1939
October 21, 2026
“เจ้าค่ะ ศิษย์พี่”จีเสี่ยวจื่อเชื่อฟังคำสั่งของหลัวซิวมาก ๆ เนื่องจากหากไม่ใช่ศิษย์พี่ นางจะไม่มีโอกาสได้ตระหนักรู้ในกฎปริภูมิ หากไม่มีศิษย์พี่ละก็ นางจะไม่ได้ฝึกคัมภีร์เทวอนัตตาของกฎปริภูมิเช่นกัน
เมื่อมีสิ่งเหล่านี้แล้ว ทำให้นางมีโอกาสได้กลายเป็นอัจฉริยะระดับมหาจักรพรรดิ
การแบ่งจำแนกในหมู่อัจฉริยะ ทันทีที่ถูกจำแนกเป็นอัจฉริยะระดับมหาจักรพรรดิ เมื่อเติบโตขึ้นแล้วมีโอกาสได้ช่วงชิงกลายเป็นก็จะเป็นผู้แข็งแกร่งที่ได้รับสมญานามว่าเป็นมหาจักรพรรดิยุทธ์ของยุคสมัยหนึ่ง
แต่ทว่าจีเสี่ยวจื่อเข้าใจดีมาก ๆ ว่าหากถามว่ายุคสมัยต่อไปในอนาคตผู้ใดจะได้กลายเป็นมหาจักรพรรดิยุทธ์นั้น นางรู้สึกว่านอกเหนือจากศิษย์พี่หลัวแล้ว มาตรแม้นว่าเป็นพระโอรสจ้านเทียนนั่นก็ไม่มีคุณสมบัติเช่นนี้
จัดวางค่ายกลทุกอย่างเสร็จสรรพ จากนั้นหลัวซิวก็นั่งท่าขัดสมาธิในถ้ำที่ตนบุกเบิก
ยกมือขึ้นมาโบกทีหนึ่ง ขวดหยกจำนวนมากที่มียาเซียนบรรจุอยู่ภายในก็เรียงกันในแนวนอน วางเรียงอยู่ตรงหน้าเขา
การเดินทางมาแดนเทวนิรันกาลในครั้งนี้ของเขาได้ดอกผลไม่น้อยเลย นอกเหนือจากอัญเกณฑ์อย่างหินนิรันดร์แล้ว เขายังได้รับยาเซียนระดับสูงจำนวนมากอีกด้วย
ครั้งก่อนขณะที่ปิดขังเพื่อตระหนักรู้ในหินนิรันดร์ เขาได้ทำการกลั่นยาเซียนส่วนมากให้กลายเป็นเม็ดยาเซียนแล้ว ส่วนครั้งนี้เขาจะใช้เม็ดยาเซียนเหล่านี้มายกระดับผลการฝึกตนให้ขึ้นไปถึงเทพฟ้าขั้นสูงในรวดเดียว
ปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นการเพ็ญตนของเคล็ดแสงดาวเทียนเต้าหรือเคล็ดวิชาจุดลมปราณ สามารถมองข้ามประสิทธิผลของยาเซียนระดับ 9 ได้แล้ว ไม่ว่าจะกลืนกินมากเท่าไหร่ โดยส่วนใหญ่แล้วก็แทบจะไม่เกิดประสิทธิผลใด ๆ เลย
ดังนั้นหากเขาอยากบรรลุจากเทพฟ้าขั้น 7 ถึงเทพฟ้าขั้น 9 ขั้นสูง ก็มีเพียงต้องพึ่งพายาเซียนระดับมกุฎแล้ว
จากระดับฝีมือในการกลั่นยาของเขา การกลั่นสกัดยาเซียนระดับมกุฎนั้นไม่ใช่ปัญหาเลย แต่ทว่าปัญหาที่สำคัญที่สุดคือ การฝึกตนในเทพฟ้าช่วงปลายของเขาก็ต้องใช้ยาเซียนระดับมกุฎแล้ว เช่นนั้นอนาคตหากบรรลุถึงแดนราชาเทพ หรือเขาต้องใช้ยาเซียนระดับเจ้ายุทธจักรถึงจะสามารถฝึกตนได้?
ความต้องการทางทรัพยากรทำให้หลัวซิวสัมผัสได้ถึงแรงกดดันที่ยิ่งใหญ่มาก เขาเข้าใจดีมาก ๆ ว่ายิ่งผลการฝึกตนของตนเองสูงเท่าไหร่ ทรัพยากรที่ต้องการก็ยิ่งมากเท่านั้น อีกทั้งยังหายากกว่าเดิมด้วย ความยากในการยกระดับผลการฝึกตนก็ยิ่งมาก