ตอนที่ 2169
บทที่ 2169
October 21, 2026
ส่วนจีเสี่ยวจื่อ หนิงหานยู่และซิงเฉินนั้น กลับเดินขึ้นเรืออนัตตาพร้อมกับเขาในฐานะผู้ติดตาม
บางทีอาจจะเป็นเพราะบุพเพสันนิวาส หรืออาจจะเป็นเพราะความบังเอิญ เรืออนัตตาที่หลัวซิวนั่งในครั้งนี้ในครั้งนี้คือเรืออนัตตาสรรพหมายเลข 6
เขายังจำได้อยู่ว่าครั้นเมื่อเดินทางไปยังมหาโลกายอดอัมพรครั้งแรก เรืออนัตตาที่นั่งนั้นคือยอดอัมพรหมายเลข 3 ซึ่งไปถึงมหาโลกายอดอัมพรพร้อมกับสรรพหมายเลข 6 และเรืออนัตตาทั้งสองลำก็ค้นพบดาวเคราะห์ดึกดำบรรพ์พร้อมกัน ต่อมาเนื่องจากการหายไปของหนวดอสูรกลืนดารา ยังส่งผลให้ผู้อาวุโสชุดคลุมยาม่วงบนเรืออนัตตาทั้งสองลำปะทะกันยกใหญ่ด้วย
เมื่อนึกย้อนกลับไปถึงหนวดเส้นนั้นของอสูรกลืนดารา จิตสำนึกของหลัวซิวจึงเข้าสู่โลกาจุดลมปราณใบหนึ่งในร่างกาย
นวดเส้นนี้ของอสูรกลืนดาราถูกเขาเก็บซ่อนมานานมาก ๆ แล้ว การกลั่นมันให้กลายเป็นอาวุธนั้น มีความหมายต่อหลัวซิวไม่มาก ในทางตรงกันข้ามเลือดเนื้อบนหนวดของอสูรกลืนดารามีพลังบริสุทธิ์แฝงซ่อนอยู่ ซึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับการกลั่นยา
หนวดที่ยาวหลายพันเมตร เหมือนดั่งภูเขาหลายลูกที่เชื่อมต่อกัน ถูกหลัวซิวตัดแบ่งอย่างต่อเนื่อง แล้วสกัดแก่นสารที่อยู่ภายในออกมา สุดท้ายก็กลั่นโอสถแก่นแท้ออกมาได้แสนกว่าเม็ด
เนื่องจากเป็นยาที่ผนึกรวมมาจากแก่นสารเลือดเนื้อ ดังนั้นหลัวซิวจึงตั้งชื่อให้มันว่าโอสถแก่นแท้
สำหรับหลัวซิวที่ยึดกุมความลึกลับและมหัศจรรย์ของคัมภีร์โอสถ ถ้าเกิดเขาจะกลั่นยาชนิดหนึ่ง ขอแค่ทราบระดับประสิทธิผลของตัวยา เขาก็สามารถอนุมานผ่านคัมภีร์โอสถ เรียบเรียงทฤษฎีหนึ่งออกมาอย่างรวดเร็ว ยิ่งกว่านั้นคือเขาสามารถอนุมานตำรับยาที่สมบูรณ์ออกมาได้อีกด้วย
ในมหาโลกาพันสามโอสถแก่นแท้เป็นสิ่งที่หาเป็นสิ่งที่หาพบได้น้อยมาก ๆ ทว่าหาพบได้บ่อยมากในโลกามหาจักรพรรดิยุทธ์ทั้งแปด มันคือทรัพยากรการฝึกตนอย่างหนึ่งที่สามารถทดแทนแก้วเทว ในโลกามหาจักรพรรดิยุทธ์ทั้งแปด ก็มีเพียงผู้แข็งแกร่งเทพมารระดับสี่เป็นต้นไป ถึงจะมีปัญญาใช้ เนื่องจากเงื่อนไขพื้นฐานของการกลั่นโอสถแก่นแท้ ก็คือจำเป็นต้องใช้เลือดเนื้อของอสูรโหดเทพมารระดับสี่ ถึงจะสามารถสกัดมันออกมาได้
หลัวซิวยังไม่มีแผนการที่จะใช้โอสถแก่นแท้เหล่านี้มาฝึกตน เนื่องจากทันทีที่ผลการฝึกตนของเขาบรรลุถึงราชาเทพขั้น 7 ก็ต้องมีทัณฑ์สายฟ้าพิโรธปรากฏอย่างแน่นอน ซึ่งลาดเลามันจะใหญ่โตเกินไป