ตอนที่ 184
บทที่184 อำพันขี้ปลา
October 22, 2026
“จ้าวหลิน มีก็ลูกเขยบ้านของเธอนั่นแหละ มาอยู่ตั้งนานแล้ว ทำไมป่านนี้ยังหางานทำไม่ได้เสียที?”
และในทันทีนั้นจ้าวเหมยเหมยก็เอ่ยปากขึ้นมา บรรดาคนทั้งหลายก็พุ่งเป้าไปที่มู่เซิ่ง
จ้าวหลินหน้าเปลี่ยนสีขึ้นในทันที มีรู้สึกให้หงุดหงิดไม่สบาย แม้มู่เซิ่งก็ยังขมวดคิ้วย่น ยายคนนี้นี่ เพิ่งโดนเขาตบหน้าไปทีหนึ่งแล้ว ตอนนี้ยังจะเริ่มมุ่งหาเรื่องอะไรใส่มาหาเขาอีก?
ส่วนจ้าวลิ่วป๋อต่อหน้าหมู่ญาติมากมาย ฟังเรื่องประชดเหยียดหยามกันอยู่ ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปแขวนไว้ไหนดี สีหน้าที่เหี่ยวย่น บัดเดี๋ยวแดงบัดเดี๋ยวเขียว
ต่างก็เป็นลูกเขยด้วยกัน ทำไมลูกเขยของจ้าวเหมยเหมย เทียบกับลูกเขยของจ้าวหลินแล้วห่างกันมากขนาดนั้น?
“จ้าวเหมยเหมย ลูกเขยบ้านฉันเป็นยังไง เธอก็รู้ดีอยู่แก่ใจแล้วไม่ใช่หรือ?” จ้าวหลินชายตามองไป สะบัดเสียงฮึเบา ๆ
“แก-----”
โดนสะกิดแผลเข้าที่ใจ จ้าวเหมยเหมยให้รู้สึกโกรธขึ้นมา แต่ไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าคนจำนวนมาก ย้ายสายตาออก เปลี่ยนเรื่องพูดไปว่า “คุณลูกเขย คนเขาไม่มีงาน สงสัยจะหางานไม่เป็น เธอดูเขาวัน ๆ เอาแต่เกาะชายกระโปรงกิน ก็น่าสงสารอยู่นะ หรือไม่ เธอก็ให้เขาไปช่วยเธอเก็บนู่นจัดนี่ในบริษัทก็ได้นี่”
เฉินเสวียลี่ไหนเลยจะฟังไม่รู้ถึงความหมายของจ้าวเหมยเหมย รีบส่ายหน้าตอบไปว่า “คุณป้าครับ บริษัทเราถึงจะมีรับคนดูแลเก็บกวาด แต่ไม่ใช่จะรับใครก็ได้นะครับ อย่างน้อยก็ต้องระดับมีปริญญาขึ้นไป”
พูดเสร็จ เขายังมองไปที่มู่เซิ่งด้วยสายตาวอนขออภัย “ต้องขอโทษนะ บริษัทเราไม่รับเศษขยะ”
มู่เซิ่งผงกหัวเซื่อง ๆ เรื่องต่อปากต่อคำ เขาไม่เคยใส่ใจเอาเลย
“แต่ถึงยังไงก็เถอะ การหมกอยู่กับบ้านผ่านไปวัน ๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องเลยนะ”
“นั่นสิ ผู้ชายทั้งแท่ง จะให้เมียตัวเองเลี้ยงไปวัน ๆ ได้ยังไงใช่มั้ย ฉันก็มีรู้จักพวกหัวหน้าคนงานตามไซท์งานอยู่ ถ้าคุณจะหางานขนอิฐขนปูนทรายทำ ฉันก็พอช่วยดูให้คุณได้นะ วัน ๆ จะหาสักร้อยสองร้อยก็คงจะได้อยู่นะ”
เหล่าบรรดาญาติต่างพูดอะไรกันไปต่าง ๆ นา ๆ ในคำที่พูด การสบประมาท แสดงออกชัดไม่มีสงวน
สีหน้าเจียงหว่านหนาวเยือก เธอคิดไม่ถึงเลย พวกที่เป็นญาติเหล่านี้ กลับจะดูถูกมู่เซิ่งกันถึงขนาดนี้ รู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ตั้งแต่แรก วันนี้ก็ไม่ควรที่จะมางานเลี้ยงฉลองนี้เลย
“คุณตาคะ นี่เป็นของขวัญที่หนูเตรียมมาให้คุณตา ตอนนี้ที่บ้านหนูมีเรื่องต้องทำ พวกเราจำต้องขอกลับก่อนแล้ว”
เจียงหว่านได้หยิบเอากล่องที่สวยประณีตออกมาจากกระเป๋า วางลงบนโต๊ะ
ของในกล่องนั้นเป็นของที่มีค่าสูงมาก มันคือ ‘ตังถั่งเฉ้า’ ราคาท้องตลาดเวลานี้ อย่าพูดเลยว่ากี่สิบหมื่น (แสน)
จ้าวลิ่วป๋อถึงกับจ้องตาค้าง
“กินข้าว มากินข้าวกันเถอะ อย่าเพิ่งไปคุยเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องเลย”
เห็นหลานสาวบอกว่าจะรีบกลับ จ้าวลิ่วป๋อรีบออกมาพูดคลายความตึงเครียด พูดชักชวนกับทุกคน
หลายคำของคำพูดนั้นจะฟังไม่ได้เอาเลย แต่มู่เซิ่งดูเหมือนไม่รู้ร้อนรู้หนาว อะไรกินได้ กิน อะไรน่าดื่ม ดื่ม เวลานี้ในความคิดของเขา ล้วนจมอยู่กับเรื่องตัวยาที่ใช้ทำยาเม็ดฟื้นฟูเม็ดที่สอง
ได้ยาเม็ดที่หนึ่งไปแล้ว รักษาและแก้อาการเกร็งแข็งไปทั้งตัวของคุณพ่อของเขาไปได้แล้ว แต่ทว่า จะต้องทำเม็ดที่สองออกมา จึงจะรักษาให้คุณพ่อหายจากอาการป่วยได้อย่างเด็ดขาด
สภาพของเขาในตอนนี้ เขานอกจากได้ตะขาบมาจากเยี่ยนจิงแล้ว ก็ยังขาดสมุนไพรอีกหลายตัว
“ไอ้ขยะนี่ทำไมรู้แต่จะกิน เศษเดนจริง ๆ ” เห็นมู่เซิ่งไม่พูดไม่จา ทันทีนั้นก็มีคนพูดแดกดันกันขึ้นมา
“ฉันว่าเขาคงไม่เคยได้กินของดี ๆ มาเลยมั้ง แค่ก็น่าจะใช่นะ วัน ๆ ก็ทำครัวบ้าน ๆ จะไปกินของดี ๆ อะไรกันได้”
“ฮ่า ๆ ๆ น่าสงสารจัง.....”
ญาติ ๆ หลายคนหัวร่อต่อกระซิกกันเบา ๆ
พวกเขาต่างคนต่างก็ชมเชยเฉินเสวียลี่กัน ส่วนมู่เซิ่ง กลับกลายเป็นหินรองขาให้พวกเขายกสูงตัวเอง
ในขณะที่ขนมเค้กกำลังถูกเข็นเข้ามา เตรียมจัดทำการตัดอยู่นั้น ประตูใหญ่ถูกเปิดออกในทันใดนั้น ชายหนุ่มในชุดสากลรองเท้าหนังมันขลับ เดินเข้าประตูมา
หนึ่งในนั้นอยู่ในชุดสากลสีขาว เป็นชายหนุ่มหุ่นสูงชะลูดพูดขึ้นว่า “ขออนุญาตเรียนถามครับ นี่ใช่งานแซยิดของท่านจ้าวลิ่วป๋อนะครับ?”
“ไม่ผิด ผมก็คือจ้าวลิ่วป๋อ พวกคุณคือ?”
จ้าวลิ่วป๋อที่นั่งตรงตำแหน่งประธานมองดูพวกเขาก็ไม่เหมือนใช่จะเป็นพนักงานบริการ จึงถามไปด้วยความสงสัย