ตอนที่ 145
บทที่ 145 เจ้าน่ะสิพี่สาวใหญ่
October 22, 2026
คำพูดนี้ทำให้สีหน้าของจางเสี่ยวจุ๋ยเปลี่ยนไป
“ชิวเซียง คำพูดนี้พูดไม่ได้นะ!”
“พูดไม่ได้? เช่นนั้นท่านจะทำอย่างไร? ท่านทำหน้าขมขื่นเช่นนี้ทั้งวัน ไม่ใช่เพราะสมคบกับบุรุษหรือ? อย่าคิดว่าข้าไม่รู้!” ในตอนนี้โจวชิวเซียงไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย
ความโกรธที่เพิ่งจะได้รับจากโจวกุ้ยหลาน ในตอนนี้ไม่มีที่ระบาย จางเสี่ยวจุ๋ยอยู่ที่นี่พอดี นางไม่ระบายใส่จางเสี่ยวจุ๋ยแล้วจะไประบายที่ไหน?
ในตอนนี้ไม่ว่าจางเสี่ยวจุ๋ยจะอัธยาศัยดีแค่ไหน แต่สีหน้าก็ไม่น่ามองนัก
“ชิวเซียง เจ้ายังเป็นแค่หญิงสาวคนหนึ่ง ทำไมพูดถึงแต่บุรุษ? หากกล่าวเช่นนี้ต่อไป ชื่อเสียงของเจ้าก็คงหมดไป!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ โจวชิวเซียงก็โกรธจนส่งเสียงหึอย่างเย็นชาอีกครั้ง “เช่นนั้นข้าจะดูว่าเจ้าจะไม่มีชื่อเสียงหรือว่าข้าจะไม่มีชื่อเสียง!”
ในขณะพูดก็หันหลังเดินจากไป ในเมื่อนางไม่ยอมช่วยตนเอง เช่นนั้นตนเองก็จะเปิดเผยเรื่องที่นางคบชู้สู่ชาย ทำให้จางเสี่ยวจุ๋ยอยู่ในหมู่บ้านไม่ได้อีกต่อไป!
เมื่อเห็นท่าทางของโจวชิวเซียง จางเสี่ยวจุ๋ยก็รู้ว่านางต้องการจะฉีกหน้าจริงๆ ในใจตื่นตระหนก และรีบเดินเข้าไปคว้าแขนของโจวชิวเซียง ฝืนยิ้มแล้วกล่าวกับนางว่า “ชิวเซียง ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อเจ้า หากกล่าวหนักเกินไป เจ้าก็อย่าถือสาเลย”
เมื่อเห็นว่านางยอมแพ้ โจวชิวเซียงก็รู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย นางเอียงศีรษะและมองไป “จางเสี่ยวจุ๋ย ท่านอย่ามาถ่อมตัวกับข้า ข้าโจวชิวเซียงไม่หลงกล! หากท่านไม่ทำให้โจวกุ้ยหลานเหม็นโฉ่ ไม่ช่วยพี่ฉางหลิงหย่ากับโจวกุ้ยหลานหญิงชั่วช้านั่น ท่านก็อย่าคิดที่จะอยู่ในหมู่บ้านอีกต่อไป! ”
ในช่วงหลายวัยที่ผ่านมา นางนอนคิดแล้วคิดอีกอยู่บนเตียง และในที่สุดก็เข้าใจว่าพี่ฉางหลินถูกโจวกุ้ยหลานหญิงชั่วช้านั่นกดขี่ และไม่กล้าบอกว่าชอบนาง!
แต่นางยังต้องแต่งงานเข้าไปในเมือง และแน่นอนว่าไม่สามารถแต่งงานกับพี่ฉางหลินได้ แต่นางจะไม่ปล่อยให้พี่ฉางหลินทนทุกข์เช่นนี้ต่อไป อย่างน้อยต้องทำให้เขาหย่ากับโจวกุ้ยหลาน เช่นนี้เขาจะได้พาบุตรชายของเขาไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และในใจก็สามารถชอบนางได้ตลอดไป
“ข้าจะเชื่อฟังเจ้าทุกอย่าง เจ้าไปในเมืองอย่างสบายใจเถิด รอให้เจ้ากลับมา ข้าจะไม่ปล่อยให้โจวกุ้ยหลานมีชีวิตที่ดีอย่างแน่นอน!” จางเสี่ยวจุ๋ยรีบรับรอง
โจวชิวเซียงพึงพอใจ และเสียงของนางก็เบาลงเล็กน้อย “ท่านคิดเห็นอย่างไร?”
“ข้าได้ยินมาว่าสวีฉางหลินและโจวต้าไห่ไปเผาถ่านอยู่บนเขาตลอด วันนี้ข้าไปยืมเสบียงอาหาร อาสะใภ้รองให้เสบียงอาหารข้ามามากมาย รวมทั้งข้าวสาร พวกเขาต้องเผาถ่านจนได้เงินมากอย่างแน่นอน! ” จางเสี่ยวจุ๋ยพูดสิ่งที่ตนเองคาดเดา
เมื่อก่อนเวลาที่นางมาหาเสบียงอาหารที่บ้านของอาสะใภ้รอง จะมีเพียงข้าวโพดไม่มีกี่จิน มีของให้นางเต็มตะกร้าเช่นนี้ที่ไหนกัน? ต้องเป็นเพราะที่บ้านไม่ขาดแคลนเสบียงอาหารอย่างแน่นอน! อีกอย่างเมื่อหลายครั้งก่อน อาสะใภ้รองก็ได้เอาของอร่อยให้นางกิน นี่ก็หมายความว่าตอนนี้ครอบครัวของนางมีเงินไปซื้อเสบียงอาหารในเมืองแล้ว เงินนั้นมาจากไหน? ก็มีเพียงชายหนุ่มสองคนนั้นที่เผาถ่าน!
เมื่อได้ยินว่าพวกเขามีรายได้จากการเผาถ่านได้ โจวชิวเซียงรู้ก็สึกไม่สบายใจ
“โจวกุ้ยหลานผู้นี้ช่างโชคดีเสียจริง!”
ทำไม! ทำไมโจวกุ้ยหลานหญิงต่ำช้าผู้นั้นถึงได้แต่งงานกับบุรุษที่ดีเช่นพี่ฉางหลิน? ! พี่ฉางหลินทำงานหนัก ในขณะที่หญิงชั่วช้าผู้นั้นกำลังอาบแดด!
“ข้าแค่คิดว่ายังต้องพูดออกมา ทำให้ผู้คนวุ่นวาย เช่นนี้ชีวิตของพวกเขาจะต้องยากลำบากอย่างแน่นอน ในยามที่พวกเขายากลำบาก แล้วทั้งสองคนจะไม่ทะเลาะกันได้อย่างไร? เมื่อถึงตอนนั้นความสัมพันธ์ของพวกเขาก็จะค่อยๆ ตัดขาดจากกัน!” จางเสี่ยวจุ๋ยบอกเกี่ยวกับแผนการของตนเอง
โจวชิวเซียงคิดว่าไม่เลว จึงพยักหน้าและพูดกับจางเสี่ยวจุ๋ย “ข้าจะกลับไปในเมือง ไม่รู้ว่าว่านานแค่ไหน ท่านรีบลงมือโดยเร็ว ก่อนที่ข้าจะกลับมา ข้าต้องการให้พี่ฉางหลินหย่ากับโจวกุ้ยหลาน มิเช่นนั้นเรื่องที่ท่านคบชู้สู่ชาย ข้าจะให้ผู้คนทั่วทั้งสิบหลี้แปดหมู่บ้านได้รู้เรื่องนี้!
ความไม่พอใจปรากฏขึ้นในดวงตาของจางเสี่ยวจุ๋ย แต่ในตอนนี้นางไม่กล้าที่จะยั่วโมโหโจวชิวเซียงอีก จึงทำได้เพียงตอบรับ “ไม่ต้องห่วง ข้าจะจัดการโดยเร็วที่สุด”
หลังจากได้รับคำตอบที่ตนเองพึงพอใจแล้ว โจวชิวเซียงก็จากไปอย่างพอใจ
อาสะใภ้สามผู้นี้ช่างร้ายกาจ หากนางลงมือจริงๆ เช่นนั้นโจวกุ้ยหลานก็คงไม่ใช่คู่ต่อสู้อย่างแน่นอน ไม่เห็นแบบนี้มาสิบกว่าปีแล้ว ท่านพ่อท่านแม่ของนางและอาสะใภ้รอง ต่างไม่รู้จักใบหน้าที่แท้จริงของอาสะใภ้สามผู้นี้จริงๆ หรือ?