ตอนที่ 229
บทที่ 229 จะเฆี่ยนเจ้าให้ตาย
October 28, 2026
หาได้ยากที่จะได้หยอกล้อพูดไร้สาระอยู่ตรงหน้าสวีฉางหลิน โจวกุ้ยหลานสบายอารมณ์ กล่าวว่า“พวกเราลงไปด้านล่างภูเขายังยากลำบากขนาดนี้ สรุปนางกลับมายังไง? ท่านคิดดูนะ เหตุใดนางจะต้องพยายามกลับมา? มาหาเยี่ยมเยียนท่านแม่จริงๆนะหรือ? ตลอดปีไม่กลับมาสักครั้งหนึ่ง แต่กลับมาช่วงตรุษจีนที่เดินทางอย่างยากลำบาก?”
ยิ่งพูด โจวกุ้ยหลานยิ่งแปลกประหลาดใจ พี่สาวรองคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ!
สวีฉางหลินพยักหน้า หิมะอยู่บนพื้นเดินทางยากลำบาก อีกอย่างมาจากตำบลถึงชนบทถิ่นเกิดด้วย
“แต่ในตำบลไม่เหมือนชนบทบ้านเรา คนไปๆมาๆ ไม่มีกลุ่มก้อนหิมะเยอะเหมือนพวกเรา แล้ววันนี้เป็นวันฉลองตรุษจีน คนเดินทางเยอะ จะต้องมีรอยเท้าแน่นอน ตอนนางเดินมาน่าจะไม่ได้ลำบากขนาดนั้น”
โจวกุ้ยหลานตบสวีฉางหลินเบาๆ ไม่อยากให้เขาใส่ใจขนาดนั้น
สวีฉางหลินตอบ“อืม” แล้วถักสานตะกร้าไม้ไผ่ของตัวเองต่อ
“ท่านเลิกถักสานได้แล้ว ถือโอกาสนี้พักผ่อนเถอะ รีบสอนข้ากับเสี่ยวเทียนรู้หนังสือเถอะ”โจวกุ้ยหลานพูด แล้วลุกขึ้นยืน
ตะกร้านี้ซื้ออยู่ที่เมืองอันหนึ่งไม่กี่อีแปะเอง นางหาเงินที่อื่นก็ได้ เรียนรู้หนังสือสำคัญกว่า
เจ้าก้อนน้อยที่อยู่ด้านข้างรีบลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ จากนั้นต่อแถวกับโจวกุ้ยหลาน มองพ่อของตัวเองตาปริบๆ
สวีฉางหลินวางงานที่อยู่ในมือลง ถือตอกไม้ไผ่ขึ้นมาหนึ่งอัน แล้วกล่าวว่า“วันนี้เรียนรู้ยี่สิบคำ”
“ยี่สิบคำพอที่ไหนกัน สามสิบคำเถอะ”โจวกุ้ยหลานโบกสะบัดมือพัลวัน
ตอนบ่ายไม่ได้ทำอะไรเลย จะรู้แค่ยี่สิบคำได้ที่ไหนกัน?
สวีฉางหลินส่งสายตาให้นาง โจวกุ้ยหลานมองตามสายตาของเขา ก็เห็นเจ้าก้อนน้อยกำลังกระสับกระส่าย
เอ่อ นางลืมนึกถึงว่าเจ้าก้อนน้อยยังเด็ก……
“ยังไงล่ะ วันนี้ข้ากินอิ่มแปล้เกินไปแล้ว อย่างนั้นก็เรียนรู้ยี่สิบคำก่อนก็แล้วกัน”
เจ้าก้อนน้อยเงยหน้ามองไปทางท่านแม่ของตัวเอง เมื่อเห็นนางเอามือวางนาบท้องของตัวเอง เขาเลยเอื้อมมือไป และเอามือวางไว้บนท้องของโจวกุ้ยหลาน เพื่อช่วยนางนวด
โจวกุ้ยหลานหัวเราะไม่ออกบอกอะไรไม่ถูก ลูบศีรษะของเขา
วันตรุษจีนวันที่สามตอนบ่าย สวีฉางหลินได้เริ่มวาดตัวหนังสือลงบนพื้นเพื่อสอนคนตัวเล็กตัวใหญ่เขียนอักษร
ด้านล่างภูเขา โจวซ่านเย่กลับมาที่เรือนของแม่ นั่งลงก็ไม่ลุกขึ้นแล้ว นางพูดเรื่อยเปื่อยกับเหล่าไท่ไท่ ก็เพราะอยากจะสืบเรื่องราวของสวีฉางหลินกับโจวกุ้ยหลาน แต่จะทำอย่างไรได้เหล่าไท่ไท่ปากแข็ง ไม่เปิดเผยออกมาเลยแม้แต่น้อย
“ท่านแม่ ข้าอยากรู้เรื่องน้องสาวของตัวเองเจ้าค่ะ ทำไมท่านถึงไม่บอกอะไรกับข้าเลย?”โจวซ่านเย่ไม่พึงพอใจ
เหล่าไท่ไท่เหลือบมองนางแวบหนึ่ง แล้วกำเมล็ดแตงโมให้เด็กๆ“เจ้าอยากรู้ไปทำไมเยอะแยะ กุ้ยหลานพักอยู่หมู่บ้าน เจ้าอยู่ในตำบล ตลอดทั้งปีก็ไม่เจอกันคราหนึ่ง”
“นั่นไม่ใช่เพราะเมื่อก่อนลูกยังเล็กหรือ แล้วข้าปลีกตัวไม่ได้ ต่อไปข้าจะกลับมาเยี่ยมเยียนบ่อยๆเจ้าค่ะ”โจวซ่านเย่กล่าว แววตาเฉไฉ ทำเป็นไม่สนใจ กล่าวขึ้นว่า“ท่านแม่ ได้ยินว่าพวกต้าไห่ก็เผาถ่านด้วยกันกับกุ้ยหลาน ได้เงินไม่น้อยเลยใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
เหล่าไท่ไท่ขมวดคิ้วเป็นปม กล่าวว่า“เจ้าฟังใครพูดมา?”
“ไม่ใช่ว่าข้าไปนั่งอยู่ที่เรือนของลุงใหญ่สักพักหนึ่งหรือ ป้าพูดเจ้าค่ะ”