ตอนที่ 1012
บทที่ 1012 มาถึงที่,เต็มใจที่จะเป็นหมากของเสด็จอาเก้า
October 21, 2026
เสด็จอาเก้าบอกว่าตระกูลเฉินเป็นคนฉลาด คนของตระกูลเฉินก็ไม่ทำให้เสด็จอาเก้าผิดหวัง ช่วงเช้าของวันนั้น ผู้นำตระกูลเฉินรวมถึงลูกชายคนโตของเขามาหาเสด็จอาเก้าถึงที่พัก แต่ด้วยสถานะของพวกเขา เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะขอเข้าพบเสด็จอาเก้า แค่ให้คนรับใช้นำของขวัญมามอบให้เท่านั้น
ช่องว่างระหว่างสถานะของขุนนางกับพ่อค้านั้นมีมาก และเสด็จอาเก้าก็ไม่ใช่ขุนนางทั่วไป แน่นอนว่าตระกูลเฉินไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าพบเสด็จอาเก้า พวกไม่ได้เอ่ยปากขอพบ และไม่ได้แสดงป้ายของผู้นำตระกูล นี่ถือเป็นการกระทำที่ชาญฉลาด
ตระกูลเฉินเป็นเพียงพ่อค้า เสด็จอาเก้าอาศัยอยู่ในที่พักในของตระกูลเฉิน นี่คือเกียรติของตระกูลเฉิน ตระกูลต้องการมาเพื่อตามหาเจ้านาย แม้เสด็จอาเก้าจะออกไปพบพวกเขา แต่ก็ไม่มีทางชอบใจในสิ่งที่พวกเขาทำเป็นแน่
“เป็นคนฉลาดอย่างที่คิด” เสด็จอาเก้ามองกล่องของขวัญ เขาไม่ได้มีความคิดที่จะเปิดมันออก วางมือไว้บนโต๊ะและใช้นิ้วเคาะเบา ๆ
“ไม่ดูหน่อยหรือว่าด้านในเป็นสิ่งใด?” เฟิ่งชิงเฉินใช้มือทั้งสองข้างดันหน้าผากด้วยความเบื่อหน่าย
“ก็แค่ของขวัญชิ้นเดียวเท่านั้น จะดูหรือไม่ก็ไม่เห็นมีอะไรแตกต่างกัน” ของขวัญเป็นเพียงการแสดงทัศนคติ เสด็จอาเก้าไม่เห็นของขวัญเหล่านี้อยู่ในสายตา อย่างไรเสียมันก็เป็นแค่สิ่งของหรือไม่ก็เงิน
“เจ้าบอกเองไม่ใช่หรือว่าสามารถดูว่าอีกฝ่ายเป็นอย่างไรจากของขวัญที่อีกฝ่ายให้มา เช่นนั้นเจ้าก็ลองเดาดูว่าตระกูลเฉินมอบสิ่งใดให้เจ้า และมีความต้องการในเรื่องใด?” ตระกูลเฉินไม่ลังเลที่จะเลี่ยงอันตราย ยอมขุ่นเคืองกับตระกูลลู่เพื่อเข้าหาเสด็จอาเก้า หากบอกว่าไม่มีความต้องการเช่นนั้นก็คงเสียสติไปแล้ว
ตระกูลเล็ก ๆ อย่างตระกูลเฉิน เสด็จอาเก้าไม่เห็นพวกเขาอยู่ในสายตา แต่เมื่อเห็นความสนใจของเฟิ่งชิงเฉิน เขาจึงเอ่ยปากออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “สิ่งของที่ตระกูลเฉินให้มาคงเป็นสิ่งของที่ฉูดฉาด”
“ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา มีของขวัญชิ้นไหนบ้างไม่ฉูดฉาดและล้ำค่า” เฟิ่งชิงเฉินกล่าวออกไปอย่างไม่พอใจ นางสงสัยว่าเสด็จอาเก้าเพียงแค่ต้องการหยอกล้อนางเล่นเท่านั้น ไม่ได้จริงจังแม้แต่น้อย
เสด็จอาเก้ากล่าวออกมาอีกว่า “ของขวัญจากตระกูลเฉิน มันล้ำค่ามากกว่าใครอื่น”
“จริงหรือ?” เฟิ่งชิงเฉินขมวดคิ้ว เวลานั้นนางถึงเชื่อว่าเสด็จอาเก้าตอบคำถามของนางอย่างจริงจัง
“ไม่เชื่อเจ้าก็ลองเปิดดู”
เฟิ่งชิงเฉินเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง เมื่อเปิดกล่องของขวัญออกมาดู พบว่าของขวัญที่อยู่ด้านในนั้นล้ำค่าอย่างที่เสด็จอาเก้ากล่าวไว้ แม้แต่เฟิ่งชิงเฉินก็อดไม่ได้ที่จะตกใจพร้อมกล่าวออกมาว่า “ตระกูลเฉินร่ำรวยเกินขนาดนี้เลยงั้นหรือ”
ของขวัญที่ได้มาตลอดเส้นทางถือว่าไม่ใช่น้อย ๆ แต่เมื่อรวบของขวัญทั้งหมดเข้าด้วยกันมันยังมีค่าไม่เท่าของขวัญของตระกูลเฉิน ไม่แปลกเลยที่เฟิ่งชิงเฉินจะตกใจถึงเพียงนี้
เสด็จอาเก้าไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อย ยิ้มออกมาพร้อมกับกล่าวว่า “ดังนั้น ความต้องการของตระกูลเฉินจึงมากกว่าใคร”
พ่อค้าทำการค้าโดยหวังผลกำลัง พวกเขาไม่มีทางทำการค้าแบบขาดทุน
“เช่นนั้นเจ้าจะตอบรับเงื่อนไขของตระกูลเฉินหรือไม่?” เฟิ่งชิงเฉินกล่าวออกมาพร้อมกับปิดกล่อง
แม้ว่าของขวัญจากตระกูลเฉินจะล้ำค่า แต่หากคิดจะดึงดูดหัวใจของเฟิ่งชิงเฉิน เท่านี้มันยังไม่เพียงพอ
“ตอบรับ? ตอบรับสิ่งใด? ข้าต้องตอบรับสิ่งใดกับตระกูลเฉิน?” เสด็จอาเก้ากล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่ไร้เดียงสา “ของขวัญที่ตระกูลเฉินมอบให้เป็นเพียงน้ำใจจากพวกเขา การที่ข้ารับไว้ก็ถือเป็นเกียรติของพวกเขา เจ้าคงไม่คิดว่าเมื่อข้ารับของขวัญจากพวกเขาแล้ว ข้าจะต้องทำในสิ่งที่พวกเขาต้องการ? เจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร อีกอย่าง ต่อให้ข้ายินดีที่จะให้ความร่วมมือกับตระกูลเฉิน แต่ตระกูลเฉินจะเอาความกล้าที่ไหนมาขอร้องการช่วยเหลือจากข้า”
ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา เสด็จอาเก้ารับของขวัญมาโดยตลอด มันเป็นการแสดงออกในเรื่องของการจัดการ อย่าเอามาปะปนกัน
“อ่า......” เฟิ่งชิงเฉินไม่มีอะไรจะพูดกับเสด็จอาเก้า สิ่งที่เสด็จอาเก้าพูดออกมานั้นถูกต้อง ของขวัญจากตระกูลเฉินเป็นเพียงน้ำใจอย่างหนึ่ง การที่เสด็จอาเก้ารับของขวัญจากตระกูลเฉินเป็นเพียงการตอบรับน้ำใจจากเขา หากพวกเขาต้องการให้เสด็จอาเก้าช่วยเหลือพวกเขาเพียงเพราะของสิ่งนี้ ยอมรับเงื่อนไขของตระกูลเฉิน เช่นนั้นตระกูลเฉินก็คงไร้เดียงสาเกินไป
“ท่านพ่อ ท่านคิดว่าเสด็จอาเก้าจะรับของขวัญจากพวกเราหรือไม่?” บนรถม้า สองพ่อลูกตระกูลเฉินนั่งอยู่ด้วยใบหน้าอันเคร่งขรึม ลูกชายคนโตของตระกูลเฉิน เฉินหมิงสงบใจไม่ได้ ถามออกมาด้วยความร้อนใจ