ตอนที่ 1041
บทที่ 1041 ลอบสังหาร,ชีวิตของสามียังคงอยู่ในเงื้อมมือของฮูหยิน
October 21, 2026
และซุนซือสิงก็เป็นอีกคนที่รู้สึกหดหู่ใจ......
ซุนซือสิงมองมาที่ชื่อเลี่ยนฉุ่ยและกัวเป่าจี้ พูดออกมาพร้อมกับใบหน้าที่ยุ่งเหยิง “องค์รัชทายาทไม่ไป พวกเราก็ไม่สามารถไปไหนได้อย่างนั้นหรือ? อาการป่วยขององค์รัชทายาทเองก็หายดีแล้ว ข้าอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ ข้าอยากกลับเมืองจักรพรรดิเสียเหลือเกิน”
“เรื่องนี้......พวกเราก็ส่งจดหมายไปหาเสด็จอาเก้าแล้วไม่ใช่หรือ? ข้าคิดว่าน่าจะอีกไม่นาน” เห็นซุนซือสิงไม่มีความสุข ชื่อเลี่ยนฉุ่ยเองก็ปวดใจ เกลียดจนอยากจะเตะองค์รัชทายาทสักครั้ง
ไม่มีเรื่องแล้วจะแสร้งทำเป็นเศร้าเพื่ออะไร เกิดมาในตระกูลอันร่ำรวย แต่มีโรคหัวใจมารุกราน เดิมทีมันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับคนตาย เวลานี้มีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกหลายสิบปี ยังมีอะไรที่ทำให้เขาไม่พอใจ ในหนึ่งวันตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เอาแต่คิดเรื่องอะไรที่ไม่ควรคิด
“นานถึงเพียงนี้แล้วองค์รัชทายาทยังไม่สามารถตัดสินใจได้ เช่นนั้นคำพูดของเสด็จอาเก้าจะทำให้องค์รัชทายาทเคลื่อนไหวได้อย่างนั้นหรือ? หากองค์รัชทายาทยังไม่เคลื่อนไหว เช่นนั้นพวกเราจะต้องรออีกนานเพียงใด” ซุนซือสิงอยากจะร้องไห้ออกมา เขายังมีคำถามอีกมากมายที่อยากจะถามอาจารย์ อยู่ที่นี่เป็นเพื่อนองค์รัชทายาท วันทั้งวันเขาไม่ได้ทำอะไร ช่างเป็นการปล่อยเวลาให้สูญเปล่าเสียเหลือเกิน
ชื่อเลี่ยนฉุ่ยไม่อยากให้ซุนซือสิงรู้สึกลำบากใจ เขาจึงลองถามออกไปว่า “หรือว่า......เจ้าจะออกเดินทางก่อน ระหว่างทางมีองครักษ์คอยปกป้องคงไม่มีปัญหาอะไร ส่วนองค์รัชทายาทปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกเราสองคน ก็คงไม่มีปัญหาอะไร”
“แบบนี้ได้งั้นหรือ?” ดวงตาของซุนซือสิงเป็นประกาย จ้องมองมาที่กัวเป่าจี้และชื่อเลี่ยนฉุ่ย
ไม่ใช่ว่าเขาเอาแต่ใจเกินไป แต่เป็นเพราะเขาจากบ้านมานานแสนนาน ทำให้เขาอยากกลับไปเหลือเกิน นอกจากนั้นอยู่ที่นี่เขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้ มันช่างเป็นการเสียเวลายิ่งนัก
ไม่มีใครปฏิเสธคำขอ “เล็กน้อย” ของซุนซือสิง กัวเป่าจี้พยักหน้า จากนั้นก็จัดแจงให้คนพาซุนซือสิงกลับไปส่งยังเมืองหลวง......
ซานตงไม่ค่อยสงบ นี่เป็นโอกาสดีที่เสด็จอาเก้าจะเดินทางออกจากซานตง และเสด็จอาเก้าเองก็ไม่มีเวลาอยู่ที่ซานตงอีกต่อไป หลังจากมอบหน้าที่ให้ปู้จิงหยุนเป็นอันเรียบร้อย เสด็จอาเก้าก็พาเฟิ่งชิงเฉินเดินทางกลับไปยังคอกม้า
เนื่องจากหัวไหล่ของเฟิ่งชิงเฉินได้รับบาดเจ็บ เสด็จอาเก้าจึงไม่ได้เดินทางตลอดวัน และความเร็วของรถม้าก็ไม่ได้ถือว่าเร็วเสียเท่าไหร่
“ด้วยความเร็วนี้ พวกเราจะกลับไปถึงเมืองหลวงตอนไหน?” เฟิ่งชิงเฉินกล่าวอย่างเฉื่อยชา เอนกายลงบนตักของเสด็จอาเก้าพร้อมกล่าวอย่างเกียจคร้าน
นั่งอยู่บนรถม้ามาตั้งนาน กระดูกจะแหลกอยู่แล้ว
“ไม่ต้องรีบ” เสด็จอาเก้านำมือวางไว้บนหลังของเฟิ่งชิงเฉิน และลูบมันเป็นครั้งคราวราวกับว่าเขากำลังปลอบโยนสัตว์เลี้ยง เฟิ่งชิงเฉินเองก็ให้เกียรติเสด็จอาเก้า หาวออกมาด้วยความสบายใจ
“ข้าเองก็ไม่รีบ แต่เกรงว่าเจ้าจะรีบ จักรพรรดิกำลังเร่งเจ้าอยู่ไม่ใช่หรือ” จักรพรรดิอยากให้เสด็จอาเก้าเข้าเมืองมากไม่ใช่หรือ เป็นเพราะอยากให้นำตัวของท่านอ๋องสามเข้าเมือง หากไม่ได้เห็นหน้าท่านอ๋องสาม จักรพรรดิคงไม่มีทางสบายใจ
“ไม่ต้องไปสนใจเขา” เสด็จอาเก้ากล่าวอย่างไม่ใส่ใจ หากเขาเชื่อฟังคำสั่งของจักรพรรดิถึงเพียงนั้น จักรพรรดิก็คงไม่อยากสังหารเขาถึงเพียงนี้
“ก็ได้ ไม่สนก็ไม่สน เพียงแต่ถนนสายนี้ไม่ค่อยสงบ ความเร็วนี้ของพวกเขาจะไม่ตกเป็นเป้าหมายของคนอื่นอย่างนั้นหรือ” ไม่ว่าจะเป็นฮองเฮา หรือว่าคนของท่านอ๋องสาม ไม่ว่าใครก็ไม่ปล่อยพวกเขาทั้งนั้น
เมื่อเสียงของเฟิ่งชิงเฉินเงียบลง จู่ ๆ รถม้าก็หยุดลงอย่างกะทันหัน แปดแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ก้าวออกมาด้านหน้า ล้อมรอบรถม้าเอาไว้ “ท่านอ๋อง พวกเราถูกซุ่มโจมตี”
เสด็จอาเก้าก้มหน้า มองมาที่เสด็จอาเก้าอย่างมีความหมาย ใบหน้าของเฟิ่งชิงเฉินแข็งทื่อ กล่าวออกมาอย่างงุนงง “อือ......พูดอะไรได้อย่างนั้น”
“พูดอะไรเจออย่างนั้นจริง ๆ” เสด็จอาเก้าเคาะศีรษะของเฟิ่งชิงเฉินเบา ๆ ไม่ได้คิดจะออกไปแต่อย่างใด เพียงสั่งให้แปดแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่คุ้มกันรถม้าที่อยู่ด้านหลังของพวกเขาไว้ให้ดี
พบการซุ่มโจมตีในเขตของซานตง อีกฝ่ายน่าจะเป็นคนของท่านอ๋องสาม ตั้งแต่ท่านอ๋องสามตกอยู่ในกำมือของเขา เขาก็พบกับการลอบสังหารมานับครั้งไม่ถ้วน เวลานี้เขาต้องการกลับเมืองหลวง คนเหล่านี้คงไม่มีทางปล่อยให้โอกาสหลุดมือไป
“ขอรับ” แปดแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่กระจายตัวกันทันใด สี่คนอยู่อารักขาเสด็จอาเก้าและเฟิ่งชิงเฉิน ส่วนอีกสี่คนไปยังด้านหลังของรถม้า แม้ว่าพวกเขาจะรู้ว่าหลังรถม้ามีเพียงแค่ก้อนหินก็ตาม