ตอนที่ 1049
บทที่ 1049 สาวงามนั้นล้ำค่า แต่ชีวิตมีค่ามากกว่า
October 21, 2026
เสด็จอาเก้าเห็นจักรพรรดิโกรธจนแทบทนไม่ไหว เมื่อเห็นว่าได้สิ่งที่ต้องการ เขาจึงเอ่ยปากออกมาว่า “ฝ่าบาท เสด็จพี่สามถูกลักพาตัวไปตอนที่อยู่ในการควบคุมของข้า ถือเป็นความละเลยของข้า ฝ่าบาทได้โปรดมอบโอกาสให้ข้าสักครั้งเพื่อเป็นการไถ่โทษครั้งนี้”
ตอนแรกคิดว่าเรื่องที่ท่านอ๋องสามหายตัวคงไม่อาจหาความผิดจากตัวของเสด็จอาเก้าได้ คิดไม่ถึงว่าเสด็จอาเก้าจะเป็นคนรับเรื่องไว้ด้วยตัวเอง แน่นอนว่าจักรพรรดิรับปากออกไปทันที “ข้าอนุญาต”
เพื่อเป็นการแสดงถึงความใจกว้างและมีเมตตาของตนเอง จักรพรรดิจึงกล่าวเสริมออกไปอีกหนึ่งประโยค “ข้ามอบสิทธิ์ในการใช้อำนาจให้เจ้า ภายในห้าวันเจ้าจะต้องตามหาตัวให้พบ”
ให้อำนาจที่มากเพียงพอกับเสด็จอาเก้า เมื่อถึงเวลาหากเสด็จอาเก้าตามหาตัวท่านอ๋องสามไม่พบ เขาจะต้องได้รับการลงโทษที่ยิ่งใหญ่กว่า......
“ข้าน้อมรับคำบัญชา” เสด็จอาเก้าก้มหน้า เก็บซ่อนแสงในดวงตาของเขา
ดอกไม้ทั้งสองเบ่งบานพร้อมกันแต่คนละกิ่งก้าน เสด็จอาเก้าเล่นหูเล่นตากับจักรพรรดิในพระราชวัง ส่วนเฟิ่งชิงเฉินได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากคนในจวน นางได้รับความอบอุ่นอย่างท่วมท้นทันทีที่กลับถึงบ้าน
พ่อบ้านรู้ว่าเฟิ่งชิงเฉินจะกลับมาวันนี้ เขาได้สั่งให้คนครัวเตรียมอาหารที่เฟิ่งชิงเฉินชอบไว้มากมาย ชิวฮว่าคอยเตรียมน้ำร้อน เพียงแค่รอให้เฟิ่งชิงเฉินกลับมา และแม่บ้านที่มีหน้าที่ทำความสะอาดพื้น พวกนางตั้งใจขัดหินที่อยู่ทางเดินด้านนอกให้เฟิ่งชิงเฉินโดยเฉพาะ เห็นได้ชัดว่าเป็นเพียงหินเดินเท้า แต่กลับใสสะอาดราวกับกระจก
นี่แหละถึงเป็นกลิ่นอายของบ้านอันแท้จริง เมื่อกลับมาก็มีกับข้าวร้อน ๆ รออยู่ ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็เต็มไปด้วยความครึกครื้น ไม่มีความเยือกเย็นแม้แต่น้อย
เมื่อเทียบกับชาติที่แล้ว ตอนนี้มันดีกว่ามาก ในโลกปัจจุบัน ไม่ว่านางจะทำงานหนักมากเพียงใด เหนื่อยแค่ไหน เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ต้องพบเจอกับความเยือกเย็นสุดก้นบึ้งหัวใจ ฟอร์นิเจอร์ที่เต็มไปด้วยฝุ่น เมื่อพูดออกไปก็มีแต่เสียงสะท้อนของตนเองที่ดังกลับมา......
“น่าเสียดายที่ซือสิงยังไม่กลับมา” เฟิ่งชิงเฉินกล่าวด้วยความเสียใจเล็กน้อย แต่นางจะไปรู้ได้อย่างไรว่า หลังจากเสียงของนางเงียบลง พ่อบ้านก็วิ่งเข้ามาด้วยความดีใจพร้อมกล่าวว่า “แม่นาง คุณชายซุนกลับมาแล้ว คุณชายซุนกลับมาแล้ว”
“ซือสิงกลับมาแล้ว?” ใบหน้าของเฟิ่งชิงเฉินเต็มไปด้วยความสุข คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้เต็มไปด้วยความราบรื่น คิดถึงใคร คนผู้นั้นก็มาทันที
ซุนซือสิงลงจากม้า รีบวิ่งเข้ามาด้านใน มองดูรอบ ๆ เฟิ่งชิงเฉินอยู่ครึ่งวัน เมื่อรู้ว่าอาการบาดเจ็บของเฟิ่งชิงเฉินเกือบจะหายดีแล้วเขาก็วางใจ อาจารย์และศิษย์พูดคุยกันอย่างมีชีวิตชีวา จากนั้นพวกเขาก็กลับไปห้องของตนเอง
เฟิ่งชิงเฉินมีความสุขมาก สั่งให้พ่อบ้านเตรียมงานเลี้ยง คนรับใช้เองก็มีส่วนเช่นกัน พ่อบ้านออกไปจัดเตรียมด้วยความดีใจ ค่ำคืนนี้เป็นค่ำคืนที่ครื้นเครงที่สุดของจวนเฟิ่ง นายและบ่าวมีความสุขไปด้วยกัน เฟิ่งชิงเฉินและซุนซือสิงร่วมกันพูดคุยและดื่มสุราอยู่หลายแก้ว
ความสามารถในการดื่มสุราของซุนซือสิงอยู่ในระดับปานกลาง แต่ความสามารถในการดื่มของเฟิ่งชิงเฉินนั้นไม่ธรรมดา แต่อาจเป็นเพราะว่าวันนี้นางอารมณ์ดีมากเกินไป หลังจากเฟิ่งชิงเฉินดื่มไปเพียงไม่กี่แก้ว ประกอบกับสายลมเย็น ๆ เฟิ่งชิงเฉินรู้สึกง่วงและขอตัวออกจากงานเลี้ยงก่อน
นางอยู่ คนอื่นก็ไม่กล้าสนุกอย่างเต็มที่
กลับมาถึงห้อง เมื่อล้างหน้าเสร็จเฟิ่งชิงเฉินก็เดินมายังห้องหนังสือ จากท่าทางของทงจือและทงเหยา ดูเหมือนว่าพวกนางมีอะไรจะพูด
“คุณหนู”
เฟิ่งชิงเฉินเพิ่งจะเข้ามาในห้องหนังสือได้ไม่นาน ทงจือและทงเหยาก็เดินตามเข้ามา
“นั่งลงสิ” เฟิ่งชิงเฉินยกศอกตั้งไว้บนโต๊ะ กลิ่นสุราโชยออกมา ใบหน้าของนางเป็นสีแดง ดวงตาคู่นั้นเป็นสีดำ ไม่สามารถอธิบายได้ว่านางงดงามเพียงใด ดวงตาที่ดูเหมือนคลื่นน้ำ เมื่อยกคิ้วและลืมตาดูเป็นเอกลักษณ์ในตัวเอง เมื่อได้เห็นทำให้ผู้คนรู้สึกปากแห้ง
ทงจือและทงเหยาไม่เคยเห็นเฟิ่งชิงเฉินในสภาพนี้มาก่อน พวกนางรู้สึกตะลึง รอจนพวกนางได้สติกลับคืนมา พวกนางพบว่าตนเองกำลังมองไปที่เฟิ่งชิงเฉินด้วยความคลั่งไคล้
ทงจือและทงเหยาก้มหน้าอย่างเขินอาย เฟิ่งชิงเฉินรู้สึกฉุนเฉียวเล็กน้อย แต่ไม่ได้สนใจท่าทางของทั้งสองคน นางเพียงจิบชาเบา ๆ “พูดออกมาเถอะ ช่วงนี้มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ”
เมื่อกลับเข้าเรื่อง ทงจือและทงเหยาถึงจะสงบลง ทงจือกล่าวออกมาว่า “คุณหนู สนมเอกเซี่ยส่งคนมาถามอยู่บ่อย ๆ ว่าคุณหนูจะกลับมาเมื่อไหร่ วันนี้เองก็ส่งคนมา บอกให้คุณหนูเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้จะเชิญตัวคุณหนูเข้าไปในพระราชวัง”