ตอนที่ 1166
บทที่ 1166 สถานการณ์พลิกผัน เสด็จอาเก้าแสดงพลังแห่งทวยเทพ
October 21, 2026
วินาทีที่ฉวี่ซีฮวาคุกเข่าลง เสด็จอาเก้าและเฟิ่งชิงเฉินพลันเดินมาพอดี ฉวี่ซีฮวาเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าตนกำลังคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเฟิ่งชิงเฉินและเสด็จอาเก้าแล้ว
นี่เป็นการดูถูกเหยียดหยาม มันยิ่งทำให้เขารู้สึกโกรธและอับอายยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าแผนการของตนล้มเหลวไม่เป็นท่า
“พวกเจ้าสมควรตาย!” ฉวี่ซีฮวาโกรธจัด ไม่สนว่าร่างกายจะรับได้หรือไม่ เขาหมุนตัวชนอาจารย์ของโต้วโต้วออกพร้อมดีดตัวออกจากพื้น
“คนที่สมควรตายคือเจ้า” โต้วโต้วชักกระบี่แทงออกไปจากข้างหลัง เมื่อฉวี่ซีฮวารู้สึกตัวก็สายไปแล้ว ทำได้เพียงหลบกระบี่ไปอย่างเฉียดฉิว
กระบี่แทงถูกหัวไหล่ของฉวี่ซีฮวา ฉวี่ซีฮวาหันกลับไปคว้ากระบี่ของโต้วโต้วเอาไว้แทนแล้วออกแรงดีดกระบี่ของโต้วโต้วจนกระเด็นออกไป
“โจมตีลับหลัง ต่ำช้าเสียจริง” เสียเปรียบติดต่อกันมาหลายต่อหลายครั้ง ฉวี่ซีฮวาเกือบจะไม่รอดเสียแล้ว
“สู้เจ้าไม่ได้หรอก วางแผนลับหลัง เจ้าน่ะสิถึงเรียกว่าไร้ยางอาย” เมื่อไม่มีกระบี่ โต้วโต้วจึงสู้ด้วยมือเปล่า มือทั้งสองข้างชองเขากำแน่น จากนั้นเข็มเหล็กอันแหลมคมพลันพวยพุ่งออกมาจากร่องนิ้วของเขาทันที
“ปัง” โจมตีไปหนึ่งหมัด โลหิตไหลนองในทันใด ฉวี่ซีฮวาเสียเปรียบให้กับโต้วโต้วมาก ทำให้นางยิ่งระมัดระวังมากขึ้น
ฉวี่ซีฮวาไม่กล้าเข้าใกล้โต้วโต้ว เพราะกลัวว่าโต้วโต้วจะลอบโจมตีอีก แต่ทว่าเขาจะถอย ก็ต้องดูเสียก่อนว่าโต้วโต้วอนุญาตหรือไม่ ภายใต้การโจมตีอย่างต่อเนื่องของอาจารย์ของโต้วโต้ว ทำให้ฉวี่ซีฮวาหมดหนทาง ทำได้เพียงรับแรงโจมตีจากโต้วโต้ว
ในสถานการณ์สองรุมหนึ่งนี้ ฉวี่ซีฮวายังคงไม่พ่ายแพ้ ซึ่งสามารถเห็นได้ว่าวรยุทธ์ของเขาแกร่งกล้ามากเพียงใด ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่สามารถครองตำแหน่งหัวหน้าลัทธิมารได้อย่างมั่นคงได้
เสด็จอาเก้าและเฟิ่งชิงเฉินไม่ได้มองดูเนิ่นนาน ทหารม้าทมิฬก็ตามมาถึง
ระหว่างทางมา พวกเขาเจอกับคนลัทธิมารกลุ่มหนึ่ง เพื่อกำจัดอุปสรรคเหล่านี้ ทำให้เสียเวลาพวกเขาไปไม่น้อย ดังนั้นจึงได้ให้เสด็จอาเก้าและเฟิ่งชิงเฉินมาก่อน
“ไปซะ อย่างไรก็ต้องค้นรังของมันให้เจอ” เสด็จอาเก้าไม่ได้ให้ทหารม้าทมิฬไปช่วยแต่อย่างใด เพียงแค่มีเขาอยู่ ฉวี่ซีฮวาย่อมหนีไม่รอดแน่นอน
“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารม้าทมิฬแยกย้ายกันไปอย่างพร้อมเพรียงกัน
ลัทธิมารคับแคบเพียงนี้ การจะค้นหารังที่อยู่ของฉวี่ซีฮวา สำหรับพวกเขาแล้วเป็นเรื่องของเช้าเย็นเท่านั้น
ฉวี่ซีฮวาเห็นทหารม้าทมิฬมาถึง เดิมยังค่อนข้างกังวลใจกลัวว่าเสด็จอาเก้าจะใช้วิธีคนเยอะสู้คนน้อย ทว่าบัดนี้…เมื่อเห็นกลุ่มทหารม้าทมิฬจากไปกันหมดแล้ว เขาก็ยิ่งกังวลมากกว่าเดิม
หากคนของเสด็จอาเก้าตามหาที่ซ่อนตัวสุดท้ายของพวกเขาเจอ เช่นนั้นลัทธิก็จะถูกทำลายให้สิ้นซาก ไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้อีกครั้งจริงๆ แน่
เมื่อคิดถึงตรงนี้ สายตาของฉวี่ซีฮวาที่มองโต้วโต้วและอาจารย์ของโต้วโต้วยิ่งโมโหชั่วร้ายมากขึ้น กระบวนท่าก็ยิ่งรุนแรงกว่าเมื่อครู่ มือทั้งสองเปลี่ยนเป็นกรงเล็บ ปลายเล็บสะท้อนแสงวิบวับ เมื่อถูกแสงอาทิตย์สอดส่อง ทำให้แสงสะท้อนจากเล็บยิ่งดูชั่วร้ายผิดปกติ
“ระวัง นิ้วของเขามีพิษ” เฟิ่งชิงเฉินรีบเอ่ยเตือน
“รู้แล้ว” โต้วโต้วรับคำแล้วหลบอย่างรวดเร็ว อาจารย์ของโต้วโต้วพุ่งตัวไปด้านข้างเพื่อสร้างเกาะป้องกันให้กับโต้วโต้ว
โต้วโต้วรีบหยิบถุงมือสีเงินออกมาคู่หนึ่งสวมเข้าที่มือ
“ท่านอาจารย์ เดี๋ยวข้าจัดการเอง” โต้วโต้วกำหมัดแน่นแล้วทักทายเล็บมือของฉวี่ซีฮวา
หมัดของโต้วโต้วปะทะกับเล็บมือของฉวี่ซีฮวาเกิดประกายไฟออกมาดัง ‘ชิ้งๆ…’
“ให้ตายสิ นี่มันเล็บอะไรกันเนี่ย แข็งกว่าถุงมือลวดเงินข้าเสียอีก” โต้วโต้วส่งหมัดออกไปหลายทีก็ไม่อาจทำให้เล็บของฉวี่ซีฮวาหักได้
“เหอะ…วันนี้ข้าจะทำให้เจ้าตายไม่มีที่ฝั่งศพ” ขณะนี้ดวงตาของฉวี่ซีฮวาขาวขุ่นไปทั้งสองข้าง ทั้งแปลกประหลาดและน่ากลัวดูเหมือนต้องพิษไปทั้งร่างกายอย่างไรอย่างนั้น
“วิชามารของลัทธิมารน่าสนใจจริงๆ โต้วโต้ว ตอนนี้ร่างกายของเขาเป็นพิษหมดแล้ว เจ้าต้องระวัง ห้ามโดนเขาเด็ดขาด” อาจารย์ของโต้วโต้วหยิบไม้ที่ใดไม่รู้มาท่อนหนึ่ง ใช้ไม้ต่อกรกับฉวี่ซีฮวา พยายามไม่ให้แตะต้องโดนร่างกายของฉวี่ซีฮวามากที่สุด
“ข้าไม่มีกระบี่ ไม่เข้าใกล้เขาแล้วข้าจะโจมตีอย่างไรเล่า” โต้วโต้วหลบหลีกอย่าวรวดเร็ว ทว่าฉวี่ซีฮวากลับตามเขาไปไม่ปล่อยเขาไปง่ายๆ อาจารย์ของโต้วโต้วพยายามห้ามไว้อย่างเต็มที่ ทว่าพลังโจมตีของท่อนไม้มีขีดจำกัดจริงๆ
เพียงแค่ตีเพี๊ยะๆๆ บนร่างของฉวี่ซีฮวาไปไม่กี่ที ท่อนไม้ก็หักเป็นท่อนๆ หล่นลงพื้นและเปื่อยยุ่ยในทันที