ตอนที่ 1203
บทที่ 1203 ความต่าง, ต้นกำเนิดเป็นตัวกำหนดแนวทางชีวิต
October 21, 2026
ความคิดของหวังจิ่นหลิง ไม่รับรู้เลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่เพราะว่าเฟิ่งชิงเฉินโง่เง่าเกินไป แต่เป็นเพราะหวังจิ่นหลิงเก็บซ่อนมันไว้ได้อย่างไร้ที่ติ
ไม่รอให้เฟิ่งชิงเฉินเดินออกมา หวังจิ่นหลิงรีบก้าวเข้าไปด้านใน เห็นเม็ดเหงื่อบนศีรษะของเฟิ่งชิงเฉิน หวังจิ่นหลิงพยายามควบคุมตัวเองอย่างเต็มที่ คิดจะเข้าไปเช็ดเหงื่อให้เฟิ่งชิงเฉิน แต่เขาก็แค่นำผ้าเช็ดหน้าออกมายื่นให้กับเฟิ่งชิงเฉิน “สภาพเจ้า ร้อนจนเหงื่อไหลลงมาหมดแล้วไม่ใช่หรือไง? ในจวนของเจ้าไม่มีน้ำแข็งหรืออย่างไร?”
“มี แต่ข้าไม่ชอบใช้มัน มันหนาวเกินไป” เฟิ่งชิงเฉินรับผ้าเช็ดหน้ามาโดยธรรมชาติ จากนั้นก็เช็ดหน้าผากของตนเองสองสามครั้ง “แสงแดดด้านนอกแรงมาก เข้าไปคุยกันด้านในเถิด”
“เจ้ารู้ว่าแดดแรงแล้วยังจะออกมา ไม่กลัวแดดเผาหรืออย่างไร” เห็นใบหน้าที่กลายเป็นสีแดงของเฟิ่งชิงเฉิน หวังจิ่นหลิงก็พูดเสริมขึ้นมาในใจ: เห็นชิงเฉินมีร่างกายแข็งแกร่ง งดงามราวกับกุหลาบสีแดง ข้าเองก็รู้สึกสบายใจ
“ข้าไม่ได้บอบบางถึงเพียงนั้น” เฟิ่งชิงเฉินกล่าวออกมาอย่างไม่ยอมแพ้
หวังจิ่นหลิงเองก็ไม่พูดอะไรมาก เขาเดินเคียงข้างไปพร้อมกับเฟิ่งชิงเฉิน ทั้งสองก้าวด้วยความเร็วเท่ากัน จุดที่พวกเขาเดินผ่านช่างสะดุดตา แสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมาบนร่างกายของพวกเขาราวกับแสงแห่งสวรรค์อันอบอุ่น
คนรับใช้ในจวนยืนผงะอยู่ตรงที่เดิม ดวงตาของพวกเขาเปล่งประกาย: คุณชายใหญ่กับคุณหนูเหมาะสมกันยิ่งนัก เมื่อพวกเขาอยู่ด้วยกันมันก็เหมือนกับกิ่งทองใบหยก
คนหนึ่งอ่อนโยนและสง่างาม อีกคนสดใสและสูงส่ง ไม่ว่ามองอย่างไรก็เหมือนคู่รักที่ยั่งยืน
เสียงระฆังดังขึ้นมาในใจของสายลับ พวกเขาอยากจะพุ่งไปด้านหน้า แทรกกลางระหว่างสองคน แบ่งแยกพวกเขาออกจากกัน
แม่นางเฟิ่งคือผู้หญิงของท่านอ๋องของพวกเขา ต่อให้คุณชายใหญ่เหมาะสมกับแม่นางเฟิ่งมากแค่ไหนมันก็ไร้ประโยชน์!
มีถาดน้ำแข็งหลายถาดวางไว้ในห้องรับรอง เมื่อเข้ามาก็รู้สึกได้ถึงความเย็นสบาย หลังจากคนรับใช้ที่เข้าใจถึงสถานการณ์นำน้ำชาเข้ามาให้ พวกเขาก็จากไปแต่โดยดี ไม่กล้ารบกวนเวลาส่วนตัวของทั้งสองคน
หวังจิ่นหลิงหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมา ดื่มไปครึ่งหนึ่ง จากนั้นกล่าวออกมาว่า “ข้าอยากมาหาเจ้ามาโดยตลอด แต่ข้าก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องทางโลก ในที่สุดวันนี้ก็มีเวลาว่างมาพบเจ้า”
เฟิ่งชิงเฉินรู้อยู่แล้วว่าหวังจิ่นหลิงยุ่งอยู่กับเรื่องอะไร นางแค่แสร้งทำเป็นไม่รู้ ยิ้มและตอบกลับไปว่า “ยากที่จะจินตนาการได้ว่าคนอยากคุณชายใหญ่จะยุ่งอยู่กับเรื่องทางโลก ข้าคิดว่าคุณชายใหญ่ดื่มน้ำอมฤต กินผลไม้อมตะ ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องทางโลก แต่คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนกล้าเอาเรื่องทางโลกมาให้คุณชายใหญ่ต้องปวดหัว”
คำพูดนี้เป็นเพียงเรื่องตลก หวังจิ่นหลิงไม่รู้ว่าควรหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาดี เขาเพียงบอกว่าเฟิ่งชิงเฉินมีนิสัยเหมือนเด็กเท่านั้น จากนั้นเขาก็พูดออกมาอีกว่า “หลังจากนี้อย่าเรียกข้าว่าคุณชายใหญ่ มันทำให้ข้ารู้สึกเหมือนกับเป็นคนแปลกหน้า”
หวังจิ่นหลิงไม่ได้เห็นเฟิ่งชิงเฉินที่มีนิสัยเหมือนเด็กเช่นนี้มาตั้งนานแล้ว และครั้งนี้มันก็ทำให้เขามั่นใจ เก็บความคิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ในใจของเขา เรื่องจากเขากับเฟิ่งชิงเฉินเป็นได้เพียงเพื่อนกันเท่านั้น
หวังจิ่นหลิงเก็บความรักที่เขามีต่อเฟิ่งชิงเฉินไว้ในส่วนลึกของหัวใจ เหมือนกับตอนที่ได้เจอกันครั้งแรก เขาพูดคุยกับเฟิ่งชิงเฉินในหลาย ๆ เรื่อง แม้ว่าบางครั้งจะดูใกล้ชิดเกินไป แต่เขาก็ยังพูดออกมาอย่างเปิดกว้างและตรงไปตรงมาโดยไม่เขินอายแต่อย่างใด
ด้วยเหตุนี้ ไม่เพียงเฟิ่งชิงเฉินเท่านั้น แต่หวังจิ่นหลิงเองก็รู้สึกว่านี้คือเส้นทางความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดระหว่างเขากับเฟิ่งชิงเฉิน พวกเขาทั้งสองสามารถพูดคุยในสิ่งที่ตนเองต้องการออกมาได้โดยไม่จำเป็นต้องมีการยับยั้งช่างใจ ไม่เก็บซ่อนตัวเองอีกต่อไป เปิดเผยทุกอย่างที่ตนเองเป็น
หลังจากหวังจิ่นหลิงและเฟิ่งชิงเฉินพูดคุยกันมาสักพัก พวกเขาก็พูดถึงเรื่องที่เฟิ่งชิงเฉินชอบทานองุ่น บอกเฟิ่งชิงเฉินว่าไม่จำเป็นต้องหาองุ่นด้วยตัวเอง เนื่องจากเขามีไร่องุ่นอยู่ เวลานี้ได้นำมันเข้ามาในเมืองแล้ว อีกไม่เกินสองวันก็จะถูกส่งมายังจวนเฟิ่ง
หลังจากเฟิ่งชิงเฉินได้ยินเช่นนั้น หัวใจของนางก็รู้สึกตื่นเต้นและดีใจ นี่มันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว หวังจิ่นหลิงยังคงจดจำได้ดีว่านางเป็นคนชอบทานองุ่น
เฟิ่งชิงเฉินไม่ได้ปฏิเสธน้ำใจของหวังจิ่นหลิงแต่อย่างใด ตรงกันข้าม นางบอกให้หวังจิ่นหลิงส่งองุ่นให้นางมามากกว่าปกติ นางจะทำสุราองุ่น ถึงเวลานั้นนางจะเชิญหวังจิ่นหลิงมาร่วมดื่มด้วยกัน
“ข้ารู้ว่าชิงเฉินสามารถทำสุราได้ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าชิงเฉินจะสามารถทำสุราองุ่นได้ด้วย ครั้งนี้เจ้าทำออกมาให้เยอะกว่าปกติ เมื่อไม่กี่วันก่อนอวี่เหวินหยวนฮั่วเขียนจดหมายมาหาข้า บอกว่าเจ้าติดค้างทหารในกองทัพของเขา และจำเป็นต้องเลี้ยงสุราทหารเหล่านั้นหนึ่งมื้อ” พูดถึงเรื่ององุ่น มันก็ทำให้รื้อฟื้นความทรงจำของหวังจิ่นหลิง
หวังจิ่นหลิงคิดในใจ หากวันนั้นเขาไม่บอกกับเฟิ่งชิงเฉินว่าจะรับชิงเฉินเป็นอนุภรรยา แต่จะแต่งงานกับชิงเฉินในฐานะภรรยาหลัก ชิงเฉินจะปฏิเสธเขาหรือไม่?