ตอนที่ 1205
บทที่ 1205 ตายแล้ว, ซุนซือสิงเสียใจมากเกินไป
October 21, 2026
แน่นอนว่าซุนซือสิงคงไม่ได้หมดสติโดยไร้เหตุผล มีเพียงสิ่งเดียวที่สามารถทำให้เขาโศกเศร้าจนหมดสติไปได้ นั่นก็คือ......
ข่าวกายตายของสองพ่อแม่ตระกูลซุน!
ตอนที่ซุนซือสิงกำลังอยู่ในห้องผ่าตัด ฝึกฝนตามที่เฟิ่งชิงเฉินจัดเตรียมไว้ จู่ ๆ เขาก็เห็นกล่องใบหนึ่งที่อยู่ด้านใน ซุนซือสิงเห็นกล่องใบนั้นก็รู้สึกสงสัย คิดว่าตนเองลืมทานอาหารกลางวัน คิดว่านี่คืออาหารกลางวันที่คนรับใช้นำมามอบให้เขา แต่เมื่อเปิดออกดูกลับพบว่า......
ศีรษะของคนผู้หนึ่งถูกผนึกไว้ด้วยน้ำแข็ง
ซุนซือสิงตกใจจนเสียหลัก แต่ในตอนที่เขาได้เห็นอย่างชัดเจน ร่างกายของเขาสูญเสียการควบคุมอย่างสิ้นเชิง เขาล้มลงบนโต๊ะผ่าตัด นานกว่าจะได้สติกลับคืนมา จากนั้นเขาก็เดินออกมาด้านนอกอย่างขาดสติ
คนรับใช้เข้าไปถาม แต่เขากลับไม่สนใจ คนรับใช้ต้องการเข้าไปพยุง แต่ก็ถูกเขาผลักออกมา เขาเดินโซซัดโซเซไปหาเฟิ่งชิงเฉิน จากนั้นก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป ร่างกายของเขาทรุดลงทันที
พ่อของเขาตายแล้ว พ่อของเขาตายไปแล้ว!
ซุนซือสิงทนไม่ไหวและหมดสติไป
เฟิ่งชิงเฉินโกรธจนแทบคลั่ง นางสั่งให้องครักษ์และสายลับไปตรวจสอบว่ากล่องที่บรรจุศีรษะของซุนเจิ้งเต้าไปอยู่ตรงหน้าของซุนซือสิงได้อย่างไร และใครเป็นคนส่งมันมาถึงมือของซุนซือสิง
แต่ตรวจสอบมาเนิ่นนานก็ไม่พบเบาะแสใด ๆ สายลับและองครักษ์ไม่พบบุคคลต้องสงสัย ส่วนโจ่วอั้นกับโต้วโต้ว......ทั้งสองคนมักจะหายตัวไปเสมอในช่วงเวลาจำเป็น
เฟิ่งชิงเฉินโกรธจนทนไม่ไหว แต่นางก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ซุนเจิ้งเต้าสองสามีภรรยาหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เฟิ่งชิงเฉินแอบเดาว่าอาจจะเกิดเรื่องขึ้นกับพวกเขา
แต่หากยังไม่ได้รับข่าวการตายของพวกเขา ความหวังเล็กน้อยก็ยังคงเหลืออยู่ แต่เวลานี้ไม่เหลือความหวังอะไรแล้ว และคนผู้นั้นก็ใช้วิธีการที่ตรงไปตรงมาก วิธีการที่โหดร้ายในการบอกกับซุนซือสิงว่าพ่อของเขาตายแล้ว
เฟิ่งชิงเฉินไม่รู้ว่าตนเองควรจะปลอบใจซุนซือสิงอย่างไร ซุนซือสิงฟื้นขึ้นมาหลังจากสลบไปหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็ม เขานอนอยู่บนเตียงไม่เคลื่อนไหว ไม่ยอมกินข้าวไม่ยอมกินน้ำ และไม่ยอมพูดอะไรออกมา
เพียงแค่เวลาหนึ่งวัน ซุนซือสิงเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน เบ้าตาของเขาจมลง ผมของเขาเริ่มกลายเป็นสีขาว เฟิ่งชิงเฉินที่เห็นเช่นนั้นก็รู้สึกทรมานใจเป็นอย่างมาก
“ซือสิง เจ้าอย่าทำให้อาจารย์ตกใจ” เฟิ่งชิงเฉินกุมมือของซุนซือสิงไว้ สำลักขณะพูดออกมา แต่ซุนซือสิงก็ยังไม่ตอบสนองแต่อย่างใด
“ซือสิง คนตายแล้วไม่อาจฟื้นคืน หากหมอหลวงซุนเห็นเจ้าในสภาพเช่นนี้ เขาจะต้องปวดใจเป็นแน่” เพียงแค่ระยะเวลาหนึ่งวัน ซุนซือสิงทรมานตนเองจนตอนนี้เขามีสภาพไม่เหมือนมนุษย์ มันทำให้เฟิ่งชิงเฉินทุกข์ทรมานใจจนแทบคลั่ง
ทำไมเด็กคนนี้ถึงทำให้นางรู้สึกเจ็บปวดถึงเพียงนี้
หากนางรู้ว่าเป็นฝีมือของใคร นางจะต้องสับร่างของอีกฝ่ายให้เป็นชิ้น ๆ เพื่อระบายความโกรธให้กับซุนซือสิง
“คุณหนู นายน้อยซุนไม่ทานอาหารมาหนึ่งวันหนึ่งคืนเต็มแล้ว ห้องครัวได้ต้มแกงร้อนเอาไว้ให้สำหรับนายน้อยซุนและคุณหนู” ทงจือยกถ้วยแกงร้อนเข้ามา วางไว้บนโต๊ะด้านหน้าของเฟิ่งชิงเฉิน
กลิ่นหอมของแกงร้อนทำให้กระตุ้นความอยากอาหาร แต่เฟิ่งชิงเฉินกลับไม่รู้สึกอยากอาหารเลยสักนิด “ป้อนนายน้อยซุนก่อน”
เฟิ่งชิงเฉินยืนขึ้นเดินมาข้างหน้าต่าง ในใจของนางกำลังคิดว่าควรทำเช่นไรถึงจะสามารถระบายความทุกข์ใจครั้งนี้ของซุนซือสิงได้
“คุณหนู นายน้อยซุนไม่ยอมทานมัน และทำมันหกออกมาทั้งหมด” ทงจือพยายามที่จะป้อนซุนซือสิง แต่ซุนซือสิงไม่ให้ความร่วมมือเลยแม้แต่น้อย
เฟิ่งชิงเฉินเดินเข้ามา มองมาที่ซุนซือสิงซึ่งไม่มีสภาพความเป็นคนหลงเหลืออยู่ นางทั้งโกรธและทุกข์ใจ จากนั้นก็กล่าวออกมาว่า “ยกคางเขาขึ้นมา จากนั้นก็เทลงไป”
“เจ้าคะคุณหนู” ทงจือปฏิบัติตามคำสั่งของเฟิ่งชิงเฉิน พยุงซุนซือสิงขึ้นมา เชยคางของซุนซือสิงขึ้น จากนั้นก็ยกถ้วยแกงร้อนกรอกเข้าไปในปากของซุนซือสิง
“แคก แคก แคก......” ซุนซือสิงยังคงไม่ให้ความร่วมมือ ไม่ง่ายเลยว่าที่จะเทแกงร้อนเหล่านั้นลงไปได้ แต่ทั้งหมดก็ถูกคายออกมา ทำให้เฟิ่งชิงเฉินรู้สึกโกรธจนแทบอยากจะฆ่าคน
“ซือสิง เจ้าต้องการอะไรกันแน่? เจ้าจะทรมานตนเองเช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่ หากเจ้าจะใช้วิธีนี้ในการฆ่าตัวตาย เช่นนั้นข้าก็จะบอกกับเจ้าว่าฝันไปเถอะ ต่อให้เจ้าแขวนคอตัวเอง ข้าก็จะช่วยชีวิตของเจ้าเอาไว้ให้ได้” เฟิ่งชิงเฉินตะโกนออกมาดังลั่น นางรู้สึกโกรธและร้อนรนเป็นอย่างมาก