ตอนที่ 1208
บทที่ 1208 ปั่นหัว, หมดตั้งแต่ครั้งแรก
October 21, 2026
แน่นอนว่าเฟิ่งชิงเฉินไม่เคยคิดมาก่อนเกี่ยวกับเรื่องการตอบแทนบุญคุณของสนมเอกเซี่ย ที่นางพยายามช่วยชีวิตจักรพรรดิน้อยอย่างเต็มที่ ทั้งหมดก็เพราะเป็นสัญชาตญาณของหมอ นางไม่สามารถมองดูคนไข้โดยไม่ให้ความช่วยเหลือ และปล่อยให้คนไข้จากไปโดยไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างเหมาะสม
นางพยายามอย่างเต็มที่ที่จะปฏิบัติตามที่โชคชะตากำหนดไว้ และนางก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจักรพรรดิน้อยจะรอดชีวิตกลับมาได้
คำพูดของสนมเอกเซี่ย เฟิ่งชิงเฉินไม่เคยเก็บมาใส่ใจ ชาติก่อนไม่รู้ว่ามีครอบครัวของคนไข้มากมายแค่ไหนพูดกับนางเช่นนี้ สุดท้ายก็ไม่มีใครทำได้อย่างที่พูด ดีที่สุดก็แค่โทรศัพท์มาหานางเพื่อชื่นชม ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง
นางไม่เคยคาดหวังการตอบแทนบุญคุณในคำพูดจากปากของครอบครัวผู้ป่วย ดังนั้นนางจึงไม่เคยผิดหวังกับมัน
เฟิ่งชิงเฉินสั่งให้คนนำเก้าอี้มาให้นางหนึ่งตัว นางนั่งลงด้านข้างของจักรพรรดิน้อยเพื่อเฝ้าดูแลจักรพรรดิน้อยอย่างใกล้ชิด
ภายในระยะเวลาสิบสองชั่วโมง มันถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสำคัญ เฟิ่งชิงเฉินจำเป็นจะต้องจับตามองทุกการเคลื่อนไหว และจะปล่อยให้เกิดความผิดพลาดไม่ได้เป็นอันขาด
เด็กน้อยนั้นอ่อนแอกว่าผู้ใหญ่อย่างเห็นได้ชัด จำเป็นจะต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ทุกครึ่งชั่วโมง เฟิ่งชิงเฉินจะทำการตรวจให้จักรพรรดิน้อยหนึ่งครั้ง เห็นอาการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องของจักรพรรดิน้อย ใบหน้าของเฟิ่งชิงเฉินก็ดูดีขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
สำหรับคนเป็นหมอแล้ว ความสำเร็จที่ดีที่สุดก็คือการเห็นอาการของคนไข้ดีขึ้นเรื่อย ๆ และมีร่างกายที่แข็งแรง
ในตอนพลบค่ำ สนมเอกเซี่ยเดินเข้ามาเยี่ยมในห้อง เมื่อเทียบกับสภาพก่อนหน้านี้ของนางแล้ว สนมเอกเซี่ยในตอนนี้มีท่าทางที่ดีกว่าตอนแรกมาก หลังจากถามไถ่อาการของจักรพรรดิน้อยเป็นอันเรียบร้อย สนมเอกเซี่ยก็ไม่ได้ถามอะไรออกมาอีก และไม่ได้ต้องการให้เฟิ่งชิงเฉินรับประกันว่าจะไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับจักรพรรดิน้อย
สนมเอกเซี่ยเข้ามาพูดคุยกับจักรพรรดิน้อย ระงับความรู้สึกไม่สบายใจเอาไว้ จากนั้นถอยกลับมาและเดินจากไป เนื่องจากเกรงว่าหากอยู่ที่นี่ต่อไปอาจจะส่งผลและรบกวนกับการรักษาของเฟิ่งชิงเฉิน
ในกลางดึก เฟิ่งชิงเฉินไล่เหล่าองครักษ์และสาวใช้ในพระราชวังออกไป ให้พวกเขาไปรออยู่นอกตำหนัก ในห้องจึงเหลือแค่นางเพียงคนเดียวที่ให้การดูแลจักรพรรดิน้อย เนื่องจากกังวลเกี่ยวกับอาการของจักรพรรดิน้อย เฟิ่งชิงเฉินจึงไม่รู้สึกง่วงนอนเลยแม้แต่น้อย
เวลาค่อย ๆ ผ่านไปทีละน้อย ในตอนที่เฟิ่งชิงเฉินคิดว่าอาการของจักรพรรดิน้อยคงที่แล้ว และอาการก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จู่ ๆ ร่างกายของจักรพรรดิน้อยก็กระตุกขึ้นมาพร้อมกับน้ำลายฟูมปาก
อาการกำเริบ!
เฟิ่งชิงเฉินกระตือรือร้นเป็นอย่างมาก ร่างกายของนางเต็มไปด้วยพลัง นางรีบนำกระเป๋าเครื่องมือแพทย์อัจฉริยะออกมา พร้อมกับหยิบอุปกรณ์และยามากมายออกมาจากด้านในของกระเป๋า จากนั้นก็รีบทำการรักษาให้กับจักรพรรดิน้อย
หลังจากการรักษาสิ้นสุดลง ในที่สุดอาการกระตุกของจักรพรรดิน้อยก็หายไป แต่กลับมีไข้ขึ้นมาแทน
หลังจากเฟิ่งชิงเฉินตรวจอาการของจักรพรรดิน้อยเรียบร้อยพบว่าพิษในร่างกายของจักรพรรดิน้อยนั้นยังไม่หมดไป นางจึงใช้ยาถอนพิษอีกหนึ่งในแปดส่วน แต่จักรพรรดิน้อยก็ยังคงอาเจียนออกมา
สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการถ่ายพิษออกจากร่างกายของจักรพรรดิน้อย ไม่อย่างนั้นทุกอย่างที่ทำมาจะสูญเปล่า เฟิ่งชิงเฉินหมดหนทาง ทำได้เพียงหาหนทางในการป้อนยาลงไปเท่านั้น
ยาถอนพิษชนิดนี้ไม่สามารถฉีดเข้าไปโดยตรงในกระแสเลือดได้ นางไม่สามารถล้อเล่นกับชีวิตของจักรพรรดิน้อย
จักรพรรดิน้อยอาเจียนออกมาอย่างรุนแรง เฟิ่งชิงเฉินเพียงคนเดียวไม่อาจรับมือไหว นางจึงคิดที่จะออกไปเรียกสาวใช้เข้ามาเพื่อให้ความช่วยเหลือ แต่เมื่อหันหลังไปกลับพบ......
คนผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านหน้าของนางโดยไม่ส่งเสียงออกมาแต่อย่างใด โดยใบหน้าของเขาขยายใหญ่อยู่ในรูม่านตาของนาง
น่าตกใจเป็นอย่างมาก!
อร๊าย......เฟิ่งชิงเฉินกระโดดด้วยความตกใจ นางเกือบจะล้มลงพื้น คนผู้นั้นยื่นมือออกมาเพื่อพยุงเฟิ่งชิงเฉิน “เหตุใดถึงไม่ระวัง แค่เดินยังเดินให้ดีไม่ได้เลยงั้นหรือ?”
นี่เขาโทษนางอย่างนั้นหรือ?
เฟิ่งชิงเฉินขมวดคิ้ว กัดฟันและกล่าวออกไปว่า “หลานจิ่วชิง เจ้าไม่รู้หรือไงว่าความตกใจนั้นสามารถฆ่าคนได้ เจ้าปรากฏตัวออกมาต่อหน้าข้ากะทันหันเช่นนี้ หากข้าเป็นคนขวัญอ่อนเกรงว่าคงตกใจตายไปแล้ว”
คำพูดประโยคนี้ไม่ได้เกินกว่าความเป็นจริงแต่อย่างใด เวลานี้หัวใจของนางเต้นแรงจนน่าตกใจ
“นี่ เบาหน่อย เจ้าอยากจะเรียกทุกคนเข้ามาเลยอย่างนั้นหรือ?” หลานจิ่วชิงบินเข้ามาปิดปากของเฟิ่งชิงเฉินไว้
“หมอเฟิ่ง เกิดเรื่องอะไรขึ้นงั้นหรือ” เสียงในห้องดังขึ้นมา ทำให้สาวใช้ที่อยู่ด้านนอกตกใจ
เฟิ่งชิงเฉินตบมือของหลานจิ่วชิง จากนั้นกล่าวออกมาว่า “ไม่มีอะไร ข้าแค่กำลังป้อนยาจักรพรรดิน้อย” พูดจบนางก็ถอยไปด้านหลังเพื่อเว้นระยะระหว่างตนเองกับหลานจิ่วชิง
ภายใต้หน้ากาก หลานจิ่วชิงขมวดคิ้วอย่างไม่มีความสุข แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“หากหมอเฟิ่งมีเรื่องอะไรก็เรียกข้าได้เลย ข้าอยู่ด้านนอกเพื่อเตรียมพร้อมตลอดเวลา” สาวใช้ไม่ได้สงสัยแต่อย่างใด เมื่อพูดจบนางก็ถอยกลับไป