ตอนที่ 1220
บทที่ 1220 ความโกลาหลในใต้หล้า, หลานจิ่วชิงรู้สึกว่าชีวิตของเขากำลังวุ่นวาย
October 21, 2026
ไม่ใช่ว่าซูเหวินชิงพลาดเรื่องราวสำคัญบางอย่างไป แต่เป็นเพราะอีกฝ่ายนั้นทำทุกอย่างได้แนบเนียนเป็นอย่างมาก หากไม่ใช่เพราะหลานจิ่วชิงมีสายข่าวอยู่มากมาย เขาก็คงไม่สามารถรับรู้เบาะแสเกี่ยวกับการร่วมมือกันอย่างลับ ๆ ของซีหลิงและหนานหลิง
จะพูดให้ถูกก็คือ มันเป็นการสมรู้ร่วมคิดกันระหว่างหนานหลิงจิ่นฝานกับองค์หญิงใหญ่แห่งซีหลิง
“คนที่วางยาจักรพรรดิก็คือหนานหลิงจิ่นฝาน เขาใช้สายลับของซีหลิงมาฝังตัวอยู่ในตงหลิง” หนานหลิงจิ่นฝานระมัดระวังและลงมือได้แยบยลขึ้นเรื่อย ๆ และการลงมือของเขาก็ไม่หลงเหลือหลักฐานแต่อย่างใด
“แล้วหนานหลิงจิ่นฝานจะได้ประโยชน์อะไรกับสิ่งเหล่านี้?” ซูเหวินชิงถามด้วยความไม่เข้าใจ
“ไม่ได้ประโยชน์อะไร นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นระหว่างการร่วมมือกันขององค์หญิงใหญ่และหนานหลิงจิ่นฝานเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ถึงจะเป็นจุดประสงค์ที่แท้จริง” หลานจิ่วชิงเคาะโต๊ะเบา ๆ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความดูถูก “เจ้าว่า หากจักรพรรดิตายไป ตงหลิงจะเป็นเช่นไร?”
“จะวุ่นวายขึ้นมาทันที” องค์รัชทายาทเพิ่งจะสละตำแหน่ง แม้ว่าจักรพรรดิจะเลือกไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่มีการแต่งตั้งองค์รัชทายาทขึ้นมาใหม่ ถึงเวลานั้นจะต้องเกิดสงครามภายในขึ้นระหว่างโจวอ๋องกับลั่วอ๋อง
“ใช่ หากจักรพรรดิตายไป โจวอ๋องกับลั่วอ๋องจะต้องแย่งชิงราชย์บัลลังก์เป็นแน่ และซีหลิงก็สามารถใช้ข้ออ้างจากการตายขององค์หญิงเหยาหวายกทัพมายังตงหลิง และหากเวลานั้นหนานหลิงเองก็ยกทัพมายังตงหลิง เจ้าว่าตงหลิงจะเป็นเช่นไร?” ต่อให้เป็นประเทศที่แข็งแกร่งเพียงใด ประเทศนั้นก็ไม่อาจต้านทานสงครามที่เกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอกที่เกิดขึ้นพร้อมกันได้ เมื่อถึงเวลานั้น ประเทศที่ยิ่งใหญ่อย่างตงหลิงจะล้มลง เป่ยหลิงเองก็จะใช้โอกาสนี้ในการแบ่งขนมชิ้นนี้ไปด้วย
แผนการครั้งนี้ของหนานหลิงจิ่นฝานไม่ธรรมดาจริง ๆ
ความตกใจปรากฏออกมาบนใบหน้าของซูเหวินชิง เขาถึงกับอ้าปากค้าง “เจ้าสองคนบ้านี่ พวกเขาไม่กลัวถูกเปิดโปงบ้างหรือไง ซีหลิงและหนานหลิงเองก็ต้องประสบกับความโชคร้ายเช่นกัน แล้วหากมีคนที่รู้ข้อมูลของพวกเขาอยู่ ต่อให้เก่งแค่ไหนก็ไม่อาจสร้างความวุ่นวายในตงหลิงได้”
หนานหลิงจิ่นฝานและองค์หญิงใหญ่บ้าไปแล้วหรือไง เมื่อเอาสองคนนี้มาอยู่ด้วยกัน ไม่ว่าเรื่องอะไรพวกเขาก็สามารถทำออกมาได้ทั้งนั้น
“คนบ้าเท่านั้นที่สามารถทำการใหญ่ได้ พวกเขาไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้น ส่วนข้า เจ้าไม่ต้องกังวล พวกเขาจะต้องมีวิธีการรับมืออยู่แน่” องค์หญิงใหญ่สนใจเพียงแค่อำนาจของตนเองเท่านั้น
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอแค่ตงหลิงและซีหลิงต่อสู้กัน นางก็มีวิธีการที่จะกำจัดคนของเทียนอวี่ในสนามรบ ต้องรู้ก่อนว่าเวลานี้องค์หญิงใหญ่มีอำนาจทางการเมืองอยู่ในมือ ส่วนเทียนอวี่ก็กำลังต่อสู้อยู่ในแนวหน้า ดังนั้นอำนาจและการควบคุมทุกอย่างจึงตกอยู่ในมือขององค์หญิงใหญ่แต่เพียงผู้เดียว
ขอแค่เสบียงถูกส่งไปช้ากว่ากำหนดสามถึงห้าวัน หรือว่าเกิดเรื่องขึ้นระหว่างทาง เท่านั้นก็สามารถสร้างความวุ่นวายอันยิ่งใหญ่ให้กับซีหลิงเทียนอวี่ได้แล้ว
ซูเหวินชิงพยักหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตบหัวใจของเขาพร้อมกล่าวออกมา “โชคดีที่จักรพรรดิไม่ถูกพิษ ไม่อย่างนั้นความวุ่นวายคงมาเยือนแก่ใต้หล้าเป็นแน่ หากตงหลิงถูกทำลาย เจ้าที่เป็นเสด็จอาเก้าก็ไม่สามารถทำอะไรได้”
“จักรพรรดิไม่ถูกพิษก็ไม่ได้แปลว่าจะเปลี่ยนแผนการของสองคนนั้นได้ สงครามครั้งใหญ่ยังคงดำเนินต่อไป” แม้ว่าเขาต้องการจะปกป้องทั่วทั้งใต้หล้า แต่ทุกชีวิตก็ยังคงได้รับผลจากหายนะ และสงครามก็ยังคงดำเนินต่อไป
ราชวงศ์ของทั้งสี่ประเทศมีความทะเยอทะยานและต้องการสร้างให้ราชวงศ์รุ่นหลังของพวกเขากลายเป็นจักรพรรดิของคนทั้งใต้หล้า
“แต่เช่นนี้ตงหลิงก็ไม่ถูกทำลาย มากที่สุดก็แค่ถูกลดทอนกำลัง” ซูเหวินชิงเป็นพ่อค้า เขามองเพียงแค่ผลประโยชน์
จะสู้กันหรือไม่นั้นไม่สำคัญ ขอแค่ไม่ทำให้เขาเดือดร้อนก็เพียงพอ
หลานจิ่วชิงไม่ได้พูดอะไร จ้องมองไปที่กำแพงด้วยความว่างเปล่า ดวงตาของเขาลึกลงราวกับสายน้ำใต้หุบเขา ดำมืดจนมองไม่เห็นก้นบึ้ง
ในตอนที่ซูเหวินชิงรับรู้ถึงความเงียบงันของหลานจิ่วชิง จู่ ๆ หลานจิ่วชิงก็เอ่ยปากออกมาว่า “เขียนจดหมายไปหาเทียนอวี่ บอกให้เขาแสร้งทำเป็นล้มป่วย ทางที่ดีที่สุดให้เขาพูดคุยกับคนสนิท ลองหารือกันว่าสามารถหลีกเลี่ยงสงครามครั้งนี้ได้หรือไม่”
หากต้องสู้กันขึ้นมาจริง ๆ หลานจิ่วชิงหวังว่าคนที่ต้องสูญเสียมากที่สุดจะต้องเป็นองค์หญิงใหญ่
“ได้ ข้าจะจัดการเดี๋ยวนี้ ใช่แล้ว......พวกเราได้ข่าวมาว่าฝู่หลินไม่ได้กลับมา เขายังคนเดินทางไปยังเมืองเหลียนเฉิง ดูเหมือนว่ากำลังสงสัยเป่าเอ๋อและปู้จิงหยุน” ต้องบอกเลยว่าฝู่หลินผู้นี้เป็นคนฉลาดหลักแหลมเป็นอย่างมาก ไม่ถูกล่อซื้อโดยแผนการของหลานจิ่วชิง
หลานจิ่วชิงยิ้มออกมาอย่างเยือกเย็น “ไม่เป็นไร เขาไม่อยากกลับมา เวลานี้เขาก็ต้องกลับมาอยู่ดี แต่ทางด้านของเป่าเอ๋อ เจ้าส่งคนไปคอยคุ้มกันเขาเพิ่มขึ้น อย่าให้ใครทำอะไรนางได้เป็นอันขาด”
“วางใจ มีจิงหยุนอยู่ หากจิงหยุนยังไม่ตาย ก็ไม่มีทางเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับเป่าเอ๋อเป็นแน่ เพียงแต่......เป่าเอ๋อในตอนนี้ นางเอาแต่คิดถึงเจ้าในทุกคืนวัน เจ้าคิดว่าจิงหยุนจะสามารถครอบครองหัวใจของเป่าเอ๋อได้หรือไม่?” ซูเหวินชิงมองมาที่ใบหน้าของหลานจิ่วชิงด้วยความสับสน
เมื่อใต้หล้าเกิดความโกลาหล หลานจิ่วชิงเองก็รู้สึกว่าชีวิตของเขาก็วุ่นวายเช่นเดียวกัน
“น้ำหยดลงหินทุกวัน หินยังกร่อน ข้าเชื่อในตัวจิงหยุน” แม้ว่าหลานจิ่วชิงจะพูดออกมาเช่นนี้ แต่ในใจของเขากลับไร้ซึ่งความมั่นใจ