ตอนที่ 1397
บทที่ 1397 หลอกลวง, ให้ฟรียังไม่เอา
October 21, 2026
ไม่ว่าจะกลัวแค่ไหน เฟิ่งชิงเฉินก็ทำได้เพียงกัดฟันสู้ต่อไป ไม่ว่าอย่างไรนางก็ต้องเอาทหารส่วนตัว 12,000 นายนี้มาอยู่ในมือให้ได้
แค่สถานะทางครอบครัวเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ ลูกสาวที่โดยชอบธรรมของเฟิ่งหลีสูงส่งหรือไม่? แต่สิบห้าปีที่ผ่านมา นางได้แต่ใช้ชีวิตอย่างน่าสมเพช หากนางต้องการจะเฉิดฉาย นางจะต้องมีทั้งพละและภูมิหลังควบคู่กันไป
เกิดในตระกูลสูงส่งแล้วอย่างไร หากไม่มีพลังมาคอยเกื้อหนุน ต้นกำเนิดของนางก็จะเป็นสิ่งที่ทำลายนางเอง
“ลงไป” ห่างจากพื้นเพียงร้อนเมตร ร่างกายที่ตึงเครียดของเฟิ่งชิงเฉินจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย
นางทำได้
“ชิงเฉิน?” เหตุใดจะต้องดื้อด้านถึงเพียงนี้ มีเขาอยู่ เฟิ่งชิงเฉินไม่จำเป็นต้องทำอะไรทั้งนั้น
“ข้าทำได้ กระโดดลงไป หลังจากจัดการเรื่องพวกนี้เรียบร้อย พวกเราจะได้รีบกลับ” เฟิ่งชิงเฉินมีเวลาไม่มาก หลี่เสวียนเยวี่ยยังรอนางอยู่ที่หมู่บ้าน เฟิ่งชิงเฉินเกรงว่านางจะสร้างความวุ่นวาย
เสด็จอาเก้าเจ็บปวดหัวใจ แต่ก็ทำอะไรเฟิ่งชิงเฉินไม่ได้
“หลับตา”
เสด็จอาเก้าหดตัวลง กระโดดพาเฟิ่งชิงเฉินลงมาบนพื้นอย่างมั่นคง เซวียนเส้าฉีที่รอการมาถึงของเสด็จอาเก้าและเฟิ่งชิงเฉิน เห็นทั้งสองคนกระโดดตามลงมา แต่ไม่ได้กระโดดลงมาตรงจุดเดียวกับเขา
“ตาง ตาง ตาง......” ทันทีที่เท้าเหยียบพื้น เสียงเสียงกระดิ่งทองแดงก็ดังมาจากใต้เท้า จากนั้นเสียงของมันก็ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอ “มีผู้บุกรุก”
“ตุบ ตุบ ตุบ......” เสียงกลองสงครามดังขึ้น จุดสีดำจำนวนมากก็ปรากฏออกมาจากความว่างเปล่า
“น่าสนใจ” เสด็จอาเก้ากล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
เฟิ่งชิงเฉินใช้โอกาสที่ทหารกำลังวิ่งเข้ามาในการปรับลมหายใจและความกลัว ตบหน้าของตนเองสองสามครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ใบหน้าดูซีดขาดเกินไปจนดูไม่ดี
นางไม่ใช่เสด็จอาเก้า นางไม่มีความสามารถที่จะยืนอยู่เฉย ๆ แล้วสามารถทำให้ผู้คนยอมจำนนด้วยเพียงการมองด้วยสายตา นางไม่ได้มีรัศมีที่ทำให้คนทั่วทั้งใต้หล้าหวาดกลัว นางเป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
เฟิ่งชิงเฉินเตรียมตัวเป็นอย่างดี ในใจแอบคิด นางต้องพูดคุยกับพวกเขาอย่างไร แต่ว่า......
“นี่คือทหารส่วนตัวของข้าจริง ๆ งั้นหรือ?” แต่ละคนผอมแห้งเหมือนหนังติดกระดูก แทบไม่ต่างอะไรกับขอทาน พวกเขาคือทหารที่นางเป็นคบรับช่วงต่อ
“เหมือนจะใช่” เสด็จอาเก้ากวาดสายตามอง เมื่อมั่นใจว่าตนเองมาถูกแน่ ๆ นี่ไม่ใช่ค่ายผู้ลี้ภัย แต่เป็นสถานที่ซึ่งตาเฒ่าตี๋ใช้ในการฝึกทหารส่วนตัว
เขารู้สึกดีใจเร็วเกินไป
“พวกเจ้าเป็นใคร? บุกเข้ามาในหุบเขาแห่งนี้ พวกเขาไม่มีวันเมตตา” ยังดีที่ขอทานกลุ่มนี้ไม่ได้เป็นขอทานจริง ๆ ดวงตาของพวกเขายังคงเฉียบแหลม แม้ว่าอาวุธในมือจะดูแปลกประหลาด แต่รูปแบบกระบวนที่พวกเขาใช้ในการป้องกันก็เหมือนกับที่กองทัพใช้กันทั่วไป ไม่ได้เป็นกลุ่มคนที่ไร้ประโยชน์หรือไร้ระเบียบวินัย
ผ้าขี้ริ้วห่อทอง?
“หัวหน้าของพวกเจ้าอยู่ที่ใด? ข้าต้องการพบเขา” เฟิ่งชิงเฉินนำมือซ้ายไขว้ไว้ด้านหลัง จากนั้นกล่าวออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ
“เจ้ากำลังพูดอะไร พวกข้าไม่เข้าใจ ที่นี่คือหมู่บ้านศักดิ์สิทธิ์ พวกข้าไม่มีหัวหน้า พวกเจ้าที่เป็นคนนอก เข้ามาทำอะไรที่นี่?” ทหารขอทานมองมาที่เฟิ่งชิงเฉินด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณ หันไปพยักหน้าให้กับเพื่อนรอบข้าง จิตสังหารอันแรงกล้าแผ่ซ่านออกมา
หมูบ้าน? เฟิ่งชิงเฉินมั่นใจเป็นอย่างมากว่าคนพวกนี้กำลังเสแสร้ง และเสแสร้งได้ไม่เหมือนเอาเสียเลย มันเป็นเพียงการเสแสร้งแค่เปลือกนอกเท่านั้น การรวมตัวของพวกเขาเมื่อครู่ เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคือทหาร
“บอกหัวหน้าของพวกเจ้า เฟิ่งชิงเฉินแห่งจวนเฟิ่งมาที่นี่แล้ว” เผชิญหน้ากับจิตสังหารเหล่านั้น เฟิ่งชิงเฉินไม่ได้คิดจะต่อสู้กับคนกลุ่มนี้
“รอก่อน” ทหารขอทานพวกนี้ไม่ได้สงสัยเลยแม้แต่น้อย ตอบรับและถอยกลับไป
“ดูเหมือนว่า อีกฝ่ายจะรู้ถึงตัวตนของพวกเรา” เซวียนเส้าฉีกล่าวออกมา
“รู้ก็ไม่แปลก พวกเราทำให้ค่ายกลหยินแห่งความชั่วร้ายทำงาน หากพวกเขาไม่รู้ ข้าก็คงคิดว่าพวกเขานั้นไร้ความสามารถ” เฟิ่งชิงเฉินมีความคาดหวังอันสูงส่งกับกองทัพส่วนตัวนี้
สามารถสร้างค่ายกลที่แปลกประหลาดเช่นนั้นออกมาได้ สามารถวางกระดิ่งบนพื้นได้ คนที่ควบคุมคนพวกนี้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดา ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นยอดฝีมือที่ซ่อนเร้น แต่......
“เจ้าคือหัวหน้า?” ชายวัยกลางคนร่างกายกำยำปรากฏตัวด้านหน้าของเฟิ่งชิงเฉิน ต้องบอกเลยว่านางรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
นี่มันใช่ลักษณะของยอดฝีมือเสียที่ไหน
“ข้าน้อยหลี่เจ๋อ คารวะแม่นางเฟิ่ง” หลี่เจ๋อคุกเข่าลงข้างหนึ่ง เสื้อผ้าบนร่างกายของเขา แม้ว่าจะไม่ได้ขาดรุ่งริ่ง แต่มันก็ไม่ได้ดูแต่ไปกว่าคนอื่น